4,187
VIEWS

NIA เปิดมุมมองใหม่ กับสายอาชีพที่สร้างรายได้ในยุคโควิด

Oct 20, 2020 -None-

สถานการณ์ของวิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจในวงกว้าง ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงพนักงาน และแรงงานในสาขาอาชีพต่างๆ ที่อาจถูกปรับลดเงินเดือน หรือถูกเลิกจ้างงาน จำนวนมาก แต่หากรู้จักที่จะเปิดรับกับมุมมองใหม่ๆ ก็จะเป็นโอกาสให้สามารถสร้างรายได้จากช่องทางใหม่ๆ ได้ไม่ยาก

จากการที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ได้เปิดพื้นที่ “สตาร์ทอัพไทยแลนด์ มาร์เก็ตเพลส : Startup Thailand Marketplace” ตลาดสินค้าและบริการสำหรับสตาร์ทอัพไทยในช่วงวิกฤตโควิด – 19 เพื่อเป็นสื่อกลางในการโปรโมทสินค้าและบริการของสตาร์ทอัพ และได้พบว่ามีไอเดียจากธุรกิจรูปแบบใหม่หลายแห่ง ที่สามารถใช้เป็นช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มได้อย่างน่าสนใจ

วันนี้ NIA จึงมี Case Study ของ 4 สตาร์ทอัพ จาก Startup Thailand Marketplace ที่มีไอเดียในการสร้าง รายได้จากมุมมองใหม่ๆ และช่วยแก้ปัญหาให้กับคนที่ประสบปัญหาในเรื่องรายได้ที่ขาดหายไปในช่วงวิกฤตโควิด–19 ให้สามารถกลับมามีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นได้จากหลากหลายช่องทาง เช่น  การรับงานจากแพลตฟอร์มการหางาน การอัพ สกิลเพื่อไปสู่สายงานใหม่ๆ ที่ยังขาดคนมีทักษะเฉพาะด้าน ไปจนถึงการไลฟ์สดขายของ

หรือแม้แต่การเล่นเกม ก็สามารถพัฒนา และต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ หากผู้ที่สนใจ รู้จักเรียนรู้เคล็ดลับ และเสริมสร้างทักษะให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ที่จะคืนกลับมาในภายหลัง

Workmate

สร้างโอกาสในการหาแหล่งรายได้ใหม่

Workmate เป็นแพลตฟอร์มการหางาน ที่เชื่อมต่อทุกคนที่ต้องการสร้างรายได้ให้เข้าถึงโอกาสดีๆ ได้ง่ายขึ้น โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับตลาดแรงงานให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เพื่อตอบโจทย์ให้กับองค์กร หรือธุรกิจที่ต้องการ แรงงานอย่างเร่งด่วนทั้งในแบบพาร์ทไทม์ หรือพนักงานประจำการ เพื่อเป็นทางเลือกของการจัดหาพนักงานในรูปเเบบ ใหม่ และมุ่งสร้างรายได้ที่มากขึ้นให้กับคนทำงาน เพื่อให้มีสวัสดิการทางสังคมที่ดียิ่งขึ้น

คุณนิภาภรณ์ ดิษฐสมบูรณ์ รองประธานกรรมการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Workmate กล่าวว่า Workmate เป็น แพลตฟอร์มในการหางานแบบ Flex-able Solution ที่ช่วยตอบโจทย์ทั้งกับธุรกิจ และพนักงานที่กำลังมองหารายได้ เสริมในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานแบบ One Day Job งานรายสัปดาห์ หรือแบบรายเดือน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ  Blue Collar Worker เนื่องจากเป็นกลุ่มแรงงานมีความไม่แน่นอนในเรื่องของรายได้ และขาดสวัสดิการทางสังคมที่ดี

“เราตั้งโจทย์ว่า อยากให้ชีวิตการทำงานของ Blue Collar worker มีสภาพที่ดีขึ้น อย่างแรกที่ต้องทำ คือ วิธีการ ที่ทำให้เขามีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น ต้องมีงานรองรับอย่างต่อเนื่องแม้จะเป็นงานในระยะสั้นแต่ก็ต้องมีมาเรื่อยๆ และมีการ รองรับในเรื่องของประกันสังคม หรือประกันสุขภาพ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่เป็นอาจเข้าไม่ถึง เรายังมีผู้ร่วมลงทุน อย่าง KBank ในอนาคตจึงมองไปถึงเรื่องของ Micro Loan เพื่อที่จะทำให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น”

สำหรับผู้ที่สนในสมัครเป็นพนักงานของ Workmate สามารถลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น Workmate ได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในขั้นตอนการลงทะเบียนจะมีการถ่ายภาพเพื่อยืนยันตัวตน และมีการปักหมุดโลเกชั่นเพื่อให้สามารถ จับคู่งานในพื้นที่ที่เหมาะสม หรือใกล้กับที่พัก และผู้ที่ลงทะเบียนสามารถกรอกข้อมูลประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาได้ เพื่อให้ได้งานที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ซึ่งในแอพจะมีระบบ Machine Learning  เพื่อช่วยจัดอันดับคนที่สนใจ ทำงานเพื่อให้นายจ้างสามารถเลือกคนที่เหมาะสมมาทำงานได้ง่ายขึ้นด้วย

ปัจจุบันในระบบมีสายงานที่เปิดรับแรงงานที่ค่อนข้างหลากหลาย เช่น พนักงานคลังสินค้า พนักงานไลน์การ ผลิต พนักงานเสิร์ฟ แอดมินคอลเซ็นเตอร์ และพนักงานขาย และในบางสายงานทางบริษัทยังมีการฝึกอบรมระยะสั้นๆ ก่อนเริ่มงานจริง เช่น พนักงานเสิร์ฟ เพื่อให้พนักงานมีความเข้าใจในเนื้องานมากขึ้น

คุณนิภาภรณ์ กล่าวเสริมว่า ในขั้นตอนการลงทะเบียน พนักงานสามารถเลือกงานที่สนใจได้หลายอย่าง เช่น ถ้าลงทะเบียนเข้ามาเป็นพนักงานเสิร์ฟ แต่ถ้ามีความสามารถที่จะเป็นพนักงานแอดมินคอลเซ็นเตอร์ได้ก็สามารถทำได้ โดยระบบจะมีขั้นตอนการตรวจเพื่อให้ได้คนที่มีความเหมาะสมกับงานนั้นๆ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำงาน มาก่อน จึงอาจเป็นคนที่เพิ่งจบการศึกษาในทุกระดับชั้น เช่น ปวช. ปวส. หรือม.6 และสามารถเข้าถึงงานได้ทุกเพศทุกวัย

“ปัจจุบันมีพนักงานที่แอ็กทีฟอยู่ในแพลตฟอร์มประมาณ 30,000 คน ที่ผ่านการตรวจสอบมาแล้วระดับหนึ่งว่า มีคุณสมบัติในการทำงานนั้นๆ ได้จริง โดยในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา มีคนที่เคยเป็นฟิตเนสเทรนเนอร์ หรือแดนเซอร์ มา ทำงานในสายคลังสินค้า หรือมีพนักงานการบินมาทำงานเป็นแอดมินคอลเซ็นเตอร์ แม้ว่าเงินเดือนจะไม่มากเหมือนที่เคย ได้รับ แต่ก็ยังสามารถหารายได้เสริมทดแทนงานเดิมที่หยุดชะงักไปได้”

สำหรับคนที่มีทักษะเฉพาะตัว อาจหางานได้โดยการไปโพสต์บนแพลตฟอร์ม Fastwork ในรูปแบบโปรเจ็กต์ ของตัวเอง แต่สำหรับแพลตฟอร์ม Workmate จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนที่เป็น Blue Collar Worker เป็นหลัก เพื่อให้ สามารถใช้เทคโนโลยีเฉพาะที่ Workmate พัฒนาขึ้นมา ทั้งในเรื่องของ AI, Machine Learning หรือ Data Analytics เพื่อช่วยให้คนกลุ่มนี้สามารถหางานทำได้ง่ายขึ้นโดยระบบจะจับคู่เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติตรงกัน และมีประวัติอยู่ใน ระบบ

“เราอยากใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยร่นระยะเวลาในการรีครูทคน เราเป็น Broadcast Job Notifica tions ดังนั้นหากตัวพนักงานไม่อ่านข้อความเรื่องงานที่แจ้งเตือน หรือไม่ตอบรับงานติดต่อกันถึง 2 ครั้ง ระบบก็จะตัด ออกทันที เพื่อทำให้นายจ้างมีขั้นตอนการเลือกพนักงานที่ดีขึ้น” คุณนิภาภรณ์ กล่าว

Green UP

นวัตกรรมเพื่อคนรักต้นไม้

Green Up คือ นวัตกรรมของตู้จำหน่ายต้นไม้อัตโนมัติ ที่มีจุดขายอยู่ตามห้างสรรพสินค้า เพื่อให้สามารถซื้อหา ต้นไม้ได้ง่ายขึ้น เป็นรูปแบบธุรกิจที่ไม่ต้องมีคนขายประจำหน้าร้าน เนื่องจากลูกค้าสามารถซื้อ และแชตกับตู้จำหน่ายได้ โดยจ่ายเงินได้ทั้งรูปแบบเงินสด และ QR Code

คุณกฤษนะ รัตนพัฒน์ Co-founder, Chief Technology Officer Green Up กล่าวว่า Green Up เกิดจาก ไอเดียของกลุ่มคนรักต้นไม้ที่อยากให้ทุกพื้นที่มีต้นไม้ จึงคิดหาวิธีที่จะให้ต้นไม้กระจายอยู่ทั่วไป พร้อมตอบโจทย์คนที่ต้อง การซื้อต้นไม้ แต่ไม่สะดวกไปเลือกซื้อที่ตลาดต้นไม้ เพราะอยู่ไกลไม่สะดวกเรื่องการเดินทาง หรือซื้อต้นไม้มาแล้วไม่รู้วิธี การดูแล ทำให้ต้นไม้ตายในเวลาไม่นาน

“เราจึงคิดว่า ถ้าสามารถซื้อต้นไม้ได้เหมือนซื้อน้ำอัดลมตามตู้อัตโนมัติก็คงจะดี และเห็นตัวอย่างจากตู้ Vending Machine ในต่างประเทศที่สามารถขายสินค้าหลากหลายชนิด เราจึงทำตู้ซื้อต้นไม้อัตโนมัติขึ้นมาเพื่อวางอยู่ ในจุดที่ซื้อหาง่าย เป็นต้นไม้ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วระดับหนึ่ง มีระบบแชตบอทรองรับเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขาย และการดูแลต้นไม้ สามารถชำระเป็นเงินสด หรือจ่ายเป็น QR Code ที่หน้าตู้ และรับต้นไม้กลับบ้านได้เลย ซึ่งระบบแชต บอทยังสามารถติดต่อสอบถามเรื่องวิธีการดูแลต้นไม้ในภายหลังได้อีกด้วย เราเชื่อว่าตู้ขายต้นไม้ที่แชตได้ด้วยมีเราเป็น เจ้าแรกในโลก โดยการสแกนผ่าน LINE”

ปัจจุบัน Green Up มีช่องทางการสื่อสารทั้งบน Facebook และ LINE โดยมีจุดขายตามห้างสรรพสินค้าใน เครือเซ็นทรัล สยามพารากอน และดิ เอ็ม โพรเรียม เป็นต้น

คุณกฤษนะ กล่าวเสริมถึง การปรับตัวในช่วงสถานการณ์โควิด-19 หลังเกิดผลกระทบจากการประกาศล็อก ดาวน์จนทำให้ห้างสรรพสินค้าต้องปิดการให้บริการ ทำให้ Green Up ไม่สามารถทำตลาดได้เพราะมีจุดขายอยู่ใน ห้างสรรพสินค้า แต่ก็ยังมีข้อได้เปรียบจากการที่มีออฟฟิศอยู่ในตลาดขายต้นไม้ ซึ่งการประกาศล็อกดาวน์ยังส่งผลให้ ตลาดขายต้นไม้ต้องปิดให้บริการไปด้วย เพราะเป็นจุดศูนย์รวมคนจำนวนมาก คนขายต้นไม้ในตลาดจึงได้รับผลกระทบ เพราะไม่สามารถขายต้นไม้ได้เช่นกัน

“ในช่วงนั้น เราจึงหาวิธีการช่วยเหลือเจ้าของร้านด้วยการทำไลฟ์สดขายต้นไม้ โดยใช้หน้าร้านของคนขายต้นไม้ เริ่มจากการขาย และต่อมาเป็นการประมูล โดยเขียนระบบขึ้นใหม่เพื่อรองรับการประมูลบนหน้าจอระหว่างไลฟ์สด ถือเป็น วิธีที่ช่วยสร้างความสนุกสนาน และเป็นประสบการณ์ในการซื้อของได้เช่นเดียวกับการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ จากการ ซื้อต้นไม้ผ่านตู้อัตโนมัติ และกลายเป็นรูปแบบที่สามารถช่วยทำให้ร้านขายต้นไม้มีรายได้กลับมาในช่วงวิกฤตโควิด-19”

ไอเดียดังกล่าว ยังส่งผลให้การไลฟ์สดขายต้นไม้บนเฟสบุ๊คเพจได้รับความนิยมในวงกว้าง และกลายเป็น ช่องทางการหารายได้ในรูปแบบหนึ่งให้กับคนที่ต้องการหารายได้เสริมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

FACTORIUM

ผู้ช่วยสำคัญในสายโรงงานผลิต

FACTORIUM เป็นแพลตฟอร์มในรูปแบบของ Mobile App ในรูปแบบของการจดบันทึกข้อมูลเป็นการ เชื่อมต่อระหว่างคนกับเครื่องจักร เป็น IT Solution ที่ให้บริการกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้วิศวกรรุ่นใหม่สามารถ ทำงานบริหารจัดการงานซ่อมบำรุงเครื่องจักรต่างๆ ได้โดยทำงานผ่านสมาร์ทโฟน ปัจจุบันมีโรงงานที่ใช้แพลตฟอร์มของ FACTORIUM อยู่กว่า 2,600 แห่ง

คุณสิทธิกร นวลรอด CEO and Co-Founder System Stone Co.,Ltd. กล่าวว่า FACTORIUM เปิดให้ บริการมานานกว่า 4 ปี จากการมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการผลิต และได้รับแรงกระตุ้นจากสถาน การณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตในปัจจุบันเกิดการปรับตัวค่อนข้างมากทั้งเรื่องของคน และ เทคโนโลยีที่เข้ามา

โดยมีจุดเริ่มต้น จากการทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่มโรงงาน เช่น การสร้างระบบมาตรฐานของโรงงาน เนื่อง จากโรงงานในประเทศไทยมีการทำเรื่องระบบมาตรฐานค่อนข้างมาก มีความยุ่งยากในเรื่องของการจัดทำเอกสาร ซึ่งการ จะเปลี่ยนพฤติกรรมคนให้มาสนใจในเรื่องของการจดรายละเอียดต่างๆ เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ในขณะที่เทคโนโลยีทั่วโลก พัฒนาไปค่อนข้างไกล และเริ่มเห็นการนำ Mobile App  มาใช้ในการบันทึกข้อมูล หรือทำดาต้าเบสต่างๆ เพื่อนำไปปรับ ใช้กับเรื่องของธุรกิจ แต่ประเทศไทยยังมีระบบไอทีในภาคของการผลิตที่ค่อนข้างล้าหลัง และวิศวกรที่ดูแลงานในส่วนนี้มี การลาออกเพื่อเปลี่ยนงานอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เจ้าของโรงงานมีปัญหาขาดคนทำงานเพราะระบบไปติดอยู่กับคน

“เราจึงคิดวิธีการแก้ปัญหาในระยะยาว เพื่อให้เจ้าของโรงงานสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น จึงเกิดเป็นไอเดียในการ พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อการเทรนนิ่ง และดูแลรักษาเครื่องจักรในรูปแบบของแพลตฟอร์ม FACTORIUM มีการทำงานผ่าน Mobile App ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นของแพลตฟอร์ม เพราะสิ่งที่เป็นความวิตกกังวลของโรงงานผลิต คือ ระบบเครื่องจักร เสียหาย ปัจจุบันจึงมีการนำเทคโนโลยีหลายอย่างมาช่วยแก้ปัญหาเพื่อทำให้การทำงานมีคุณภาพ และตรงเวลามากขึ้น รวมถึงมีการนำเอา IoT Censor ต่างๆ เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลของเครื่องจักร เพื่อตรวจดูสุขภาพของเครื่องจักรในปัจจุบัน”

คุณสิทธิกร กล่าวเสริมว่า ในมุมของการทำงานแบบออโตเมชั่น อาจมีการมองกันว่า เครื่องจักรจะมาทำงาน แทนคน แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ในภาคของอุตสาหกรรมการผลิตยังมีความต้องการในเรื่องของคนที่มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อมาทำหน้าที่ดูแลเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีทักษะค่อนข้างสูง และเกี่ยวข้องกับเรื่องของดิจิทัล เทคโนโลยี เช่น คนที่รู้เรื่องของระบบ Programming, Automation, Controller, Robotics หรือ IoT ไปจนถึงเรื่องของ Cyber Security ที่โรงงานต่างๆ เริ่มให้ความสำคัญ

“ส่งผลให้วิศวกรที่ทำงานในหน้าที่ต่างๆ ในปัจจุบัน ต้องเริ่มที่จะอัพสกิลตัวเองเพื่อเรียนรู้งานในเรื่องใหม่ๆ เพิ่ม ขึ้น เป็นข้อดีว่าปัจจุบันแพลตฟอร์มในเรื่องของโปรแกรมต่างๆ ดีขึ้นมาก โปรแกรมสำหรับสร้างซอฟต์แวร์ต่างๆ ทำได้ง่าย ขึ้น ทำให้เราสามารถหาจุดที่จะอัพสกิลให้กับวิศวกรเพื่อนำไปใช้กับการทำงานในโรงงานที่ทำงานอยู่ ถือเป็นการสร้าง คุณค่าให้กับตัวเขาเองด้วย”

อย่างไรก็ตาม ในมุมของสเปเชียลิสต์จะมีการอัพสกิลด้วยการโฟกัสไปที่ฟังก์ชั่นใดฟังก์ชันหนึ่งเป็นหลัก บางคน มุ่งไปที่เรื่องของการใช้ Analytics เพื่อทำ Data Scientist ซึ่งสามารถเริ่มเรียนรู้ใหม่ได้ด้วยคอร์สสั้นๆ เพราะมีพื้นฐาน ในเรื่องของคณิตศาสตร์ก็สามารถอัพสกิลขึ้นไปได้เลย

“เราเคยทดลองจัดคอร์สสอนเพื่ออัพสกิลกลุ่มวิศกรในเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้เขามีความรู้เพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบัน ความต้องการในเรื่องของ IoT ในอุตสาหกรรมมีมากขึ้นแต่ยังไม่เกิด เพราะเมื่อมีระบบแล้วก็ยังต้องพึ่งเวนเดอร์ที่มีราคา ค่อนข้างสูงทางโรงงานจึงยังไม่ลงทุน แต่เรามองเห็นเทรนด์ของความต้องการที่โรงงานอยาก อัพสกิลคนของโรงงานมา เป็นคนทำเองมากกว่า ดังนั้นคนที่ทำได้ก็จะได้เปรียบมาก ซึ่งปัจจุบันมีคอร์สการเรียนแบบเฉพาะทางเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ”

สำหรับเจ้าของอาคารสถานที่ เช่น โรงงาน โรงพยาบาล และสำนักงานต่างๆ สามารถใช้งานซอฟต์แวร์การ บริหารจัดการงานซ่อมบำรุงต่างๆ  ได้ฟรี โดยเข้าไปดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ได้ที่ www.factorium.tech ในรูปแบบของ Freemium เพื่อเรียนรู้วิธีการใช้งานซอฟต์แวร์ เพราะ FACTORIUM มีความมุ่งหวังอยากให้อุตสาหกรรมไทยสามารถ แข่งขันได้บนเวทีระดับสากลได้

Kochii

ต่อยอดอาชีพจากการเล่นเกม

Kochii เป็นสตาร์ทอัพสายเกม ผู้สร้างแพลตฟอร์มด้านการเล่นเกมอีสปอร์ต ด้วยการสอนจากโค้ชในระดับ Professional Player เพื่อรองรับคนเล่นเกมที่อยากมีฝีมือเก่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการสร้างช่องทางหารายได้ ที่เพิ่มขึ้นให้กับ Pro-Player ที่ผันตัวเองมาเป็นโค้ช

คุณธนโชติ เกียรติบรรจง CEO&Co-founder Kochii Thailand กล่าวว่า Kochii เป็น Academy ที่สอน เกี่ยวกับเกม และอีสปอร์ต และต่อยอดไปถึงเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอีสปอร์ต เช่น วิธีการจัดอีเวนท์ วิธีการ บริหารทีม รวมถึงเรื่องของโปรดักชั่นต่างๆ โดยมีหลักสูตรทั้งที่เป็นออฟไลน์ และออนไลน์ มีวีดิโอคอร์สแบบ One on One Mentoring ที่สามารถเลือกเรียนกับโค้ชบนช่องทางออนไลน์ได้แบบตัวต่อตัว

Kochii เริ่มต้นธุรกิจจากการมองเห็นปัญหาของคนเล่นเกม โดยหลักๆ ก็คือ อยากเก่งมากขึ้น และวิธีที่ดีที่สุด คือ หาคนมาช่วยสอนเพื่อให้เก่งขึ้น แต่ที่ผ่านมายังไม่มีช่องทาง และรูปแบบการสอนในแบบที่โฟกัสอย่างจริงจัง Kochii จึงเกิดขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว

“เมื่อเริ่มทำธุรกิจก็พบว่า ยังมีคนที่อยากเข้ามาทำในอุตสาหกรรมนี้เป็นจำนวนมาก เราจึงเปิด Esport Business School ขึ้นเพื่อสอนทักษะในการประกอบอาชีพด้านอีสปอร์ต เช่น การจัดอีเวนท์ การจัดโปรดักชั่น การไลฟ์ สตรีมซึ่งเป็นเรื่องที่หลายๆ คนกำลังให้ความสนใจ  ถือว่าเป็นอาชีพใหม่ที่สามารถตอบรับกับสถานการณ์โควิดได้ดี ซึ่งในวงการเกมสามารถสร้างอาชีพได้หลากหลาย ไม่ได้มีแค่คนเล่นเกมเพียงอย่างเดียว”  

สำหรับโอกาสในการสร้างรายได้จากเกมมี 2 สาย คือ การเป็น Pro-Player จะมีรายได้ในรูปแบบของเงินเดือน ระหว่างการเทรน มีสถานะเป็นเหมือนนักกีฬามืออาชีพถ้าแข่งขันก็จะได้เงินรางวัล และการเป็น Streamer เป็นสายของ เอนเตอร์เทนเม้นต์ ที่สามารถสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มของเฟสบุ๊คที่ปัจจุบันมีเรื่องของการ Donate เพื่อให้การสนับ สนุนจากคนที่เข้ามาดูการ Live Streamer

คุณธนโชติ กล่าวเสริมว่า โอกาสในการสร้างรายได้ของ Pro-Player มีอยู่ค่อนข้างมาก เพราะในปัจจุบันมี สโมสรเกิดขึ้นหลายแห่ง และมีการรีครูทคนที่เล่นเกมเก่งๆ เข้าไปร่วมในสโมสร ทำให้เกิดรายได้ในรูปแบบของเงินเดือน หรือเงินรางวัลจากการแข่งขัน ซึ่งเคยมีคนที่ทำรายได้สูงสุดถึง 10 ล้านบาท ต่อ 1 ทัวร์นาเม้นต์ หรือสังกัดอยู่ในทีมที่มี ชื่อเสียงก็จะมีเงินเดือนขั้นต่ำประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ Pro-Player ยังสามารถต่อยอดไปเป็น Streamer เป็นคนที่ทำหน้าที่ไลฟ์เกมโชว์ และเอนเตอร์เทน คนที่เข้ามาดู ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีรายได้ค่อนข้างมากเช่นกัน แต่คนที่มาเป็น Streamer ไม่จำเป็นต้องเป็น Pro-Player มาก่อน แม้ว่าการเล่นเกมจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้ามีทักษะในการเอนเตอร์เทนคนดูได้ดีก็สามารถเติบโตได้เหมือนกัน

“เคล็ดลับความสำเร็จ คือ ความต่อเนื่อง และลงมือทำ ถ้าคุณไม่เริ่มต้นทำก็ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้น เพราะเราก็ไม่รู้ ว่าคลิปไหนที่จะปัง ไลฟ์สตรีมไหนจะปัง จึงต้องทำสะสมไปเรื่อยๆ”

ปัจจุบันตลาดเกมเติบโตขึ้นทุกปี โดยในปี 2017 มูลค่าตลาดเกมอยู่ที่ 17,000 บาท และเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ล้านบาท ในปี 2018 ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด จึงทำให้ตลาดเกมเป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจมากขึ้น

ในแง่ของการทำธุรกิจ โดย Kochii จึงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยสรุปเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า มีสายงานอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเกมเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของเกมเลย ก็ไม่สามารถจะทำในสายอาชีพนี้ได้ ส่วนคนที่เล่นเกมเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำเป็นอาชีพได้เช่นกัน เพราะเป็นอาชีพ ที่ต้องมีทักษะบางอย่างที่ต้องนำไปใช้ควบคู่กัน จึงมีคนทำหลักสูตรการสอนด้านทักษะออกมามากมาย

“การเล่นเกมยังมีข้อดีหลายอย่าง เช่น การเรียนรู้ทักษะในเรื่องของการให้ความร่วมมือกัน และช่วยสร้างในเรื่อง ของไหวพริบปฏิภาณ เรียนรู้เรื่องการวางแผน ถือว่าเป็น Soft Skill ที่สำคัญ ซึ่งเกมเป็นการจำลองชีวิตจริงของคนแต่อยู่ ในโลกออนไลน์ และบางเรื่องก็สามารถนำทักษะในเกมมาประยุกต์ใช้กับโลกในชีวิตจริงได้”

สำหรับเว็บไซต์ kochii.me ยังมีคอนเทนต์ที่ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ในเรื่องของการพัฒนาฝีมือได้ด้วยตนเอง โดยในช่วงปลายปีจะมีการเปิด Academy แบบออฟไลน์ รวมถึงมีการนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น การทำ Digital Content และการเพิ่มทักษะเรื่องเกมในด้านต่างๆ เป็นต้น 

 

 

ติดตามสตาร์ทอัพไทยที่มีโซลูชั่น และบริการดีๆ ได้ใน “Startup Marketplace is Live Now” โดย สำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA รายการที่จะช่วยสร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับสตาร์ทอัพไทย ในช่วงสถานการณ์ของวิกฤตต่างๆ

สำหรับผู้สนใจ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ FB Page: Startup Thailand และ FB Group: Startup Thailand Marketplace   http://www.startupthailand.org/    

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.