เปิดมิติการทำตลาดรูปแบบใหม่ดันยอดขายให้เติบโต

Oct 13, 2020 -None-

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี นอกจากจะทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้นแล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจอย่างมหาศาล ซึ่งความสำเร็จของหลายแบรนด์ หรือหลายองค์กรพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIAขออาสาพาไปพบกับ 4 สตาร์ทอัพเจ้าของไอเดียการทำตลาดแนวใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีมาเป็นอีกหนึ่งโมเดลในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มช่องทางรายได้

CastleC แพลตฟอร์มรวมเครื่องสำอางไทย

เทรนด์ของเครื่องสำอางแบรนด์ไทยกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก CastleCจึงมองเห็นโอกาสของการเป็นแพลตฟอร์มในฐานะตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางไทยกับลูกค้าตัวแทนจำหน่าย ซึ่งปัจจุบัน CastleCรวบรวมเครื่องสำอางไทยมากกว่า 300 แบรนด์ สินค้ามากกว่า 5,000 เอสเคยูเข้ามาไว้ในระบบ

มิเชล เบอร์แมนน์ CCO - Chief Commercial officer & Co-founder บริษัท คาสเซิล ซี สยาม จำกัดกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ CastleCทำธุรกิจร้านจำหน่ายสินค้ามัลติแบรนด์เครื่องสำอางไทยเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่สนับสนุนและให้โอกาสแบรนด์ไทยในโลกออนไลน์ โดยเปิดเป็นพื้นที่ขายในออฟไลน์ทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ สยาม แฟชั่นไอซ์แลนด์  ฟิวเจอร์ปาร์ค และเอเชียทีค แต่ก็พบว่าพ่อค้าแม่ค้าที่ซื้อสินค้าไปจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ของตัวเองมี Pain Point ในเรื่องของการลงทุนที่จมไปกับสต๊อกสินค้า CastleC จึงต้องการให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถจำหน่ายสินค้าได้โดยไม่มีความเสี่ยง เพียงแค่มีอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ ก็สามารถขายสินค้าได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรเลย โดยผู้สนใจสามารถสมัครเข้ามาในระบบที่เรียกว่า CastleC Dealer เพื่อเลือกดูสินค้า พร้อมทั้งโปรโมชั่นที่ทางร้านจัดเพื่อส่งเสริมการขายให้คนไทยทุกคนสามารถสร้างรายได้

“เราเข้ามาแก้ Pain Point โดยตรงคือเรื่องของการที่ต้องสต๊อกสินค้า ซึ่งปกติพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ขายเครื่องสำอางจะต้องลงทุนหลักหมื่น ก่อนจะเริ่มขายสินค้า ระบบของเราจะทำให้ทุกคนสามารถเริ่มได้ด้วยต้นทุนแค่ 0 บาท แต่สามารถสร้างรายได้ได้เป็นหลักหมื่นต่อเดือน”

กลุ่มลูกค้าของCastleCแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก กลุ่มตัวแทน กลุ่มนี้คือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่ปัจจุบันลงทะเบียนกับภาครัฐไว้กว่า 2.1 ล้านคน รวมไปถึงกลุ่มคนในวัยทำงานทุกคนที่พร้อมจะขายสินค้า และกลุ่มลูกค้าทั่วไป ที่ต้องการซื้อเครื่องสำอางใหม่ๆที่น่าสนใจ ในราคาที่ตอบโจทย์กับคนไทย โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ไม่ได้มีร้านเครื่องสำอางเข้าถึงก็จะมี Dealer ของCastleCที่กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย

ส่วนลูกค้ากลุ่มที่ 2 ของ CastleC ก็คือเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางไทย ที่ผลิตสินค้า ก็สามารถเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มของ CastleC ได้ โดยมั่นใจได้ว่าจะมีลูกค้าตัวแทนจำหน่ายจำนวนมากที่สามารถนำสินค้าไปขายได้

“ปัจจุบันตลาดตัวแทนจำหน่ายเครื่องสำอางมีเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งหมดเกิดจากแบรนด์เป็นคนหาตัวแทน เราคือตัวกลางที่รวมแบรนด์ไทยไว้เยอะที่สุด และหาตัวแทนเข้ามาเองในฝั่งของร้าน ดังนั้นแบรนด์ดังๆที่น่าสนใจ จะรวมอยู่ในร้านเราหมด โดยที่ตัวแทนไม่จำเป็นต้องลงทุน รวมถึงแบรนด์ไทย ที่อยากมีตัวแทนจำหน่าย เพียงมาอยู่กับเรา คุณจะมีทั้งหน้าร้าน และตัวแทนจำหน่ายในมือทันที นอกจากนี้เรายังทำตลาดให้กับแบรนด์ผ่านออนไลน์ให้ด้วย”

Pi R Square ช่วยธุรกิจทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล

หากคุณอยู่ในองค์กรที่ยังคงใช้ไฟล์เก็บข้อมูลอย่าง Excel ในการบริหารข้อมูลงานขาย หรือการบริการหลังการขายอยู่ และรู้ดีว่าธุรกิจจำเป็นต้องทรานส์ฟอร์มสู่ยุคดิจิทัลแล้ว Pi R Square เป็นสตาร์ทอัพที่ช่วยคุณได้ เพราะPi R Squareเป็นผู้คิดค้น Floww ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ในการเปลี่ยน Process การทำงานของธุรกิจให้เป็นดิจิทัล หรือการ Transform องค์กรสู่ Digital เพื่อลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรระหว่างแผนก เช่น ระบบ e-ordering สั่งซื้อสินค้าสู่ร้านตัวแทนขาย หรือ Dealer ด้วยตนเอง ลดเวลาการทำงานของพนักงาน หรือจัดซื้อลงได้ หรือระบบบริหารงานติดตั้ง และบริการหลังการขาย ติดตั้ง และบริการหลังการขาย After Sale Service

กำพล ลีลาภรณ์ CEO บริษัท ไพ อาร์ สแควร์ จำกัด กล่าวว่า Pi R Square เกิดมาจากการเป็นซอฟต์แวร์เฮ้าส์ โดยได้คิดค้น  Floww เพื่อให้ลูกค้าองค์กรได้ลดขั้นตอนการทำงาน โดยนำมาประยุกต์กับเทคโนโลยีCloud ทำให้กระบวนการทำงานคล่องตัว รวดเร็ว ไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ไม่ต้องโทรถามข้อมูลลูกค้า หรือสินค้ากันซ้ำไปซ้ำมา และยังลดการใช้กระดาษเอกสารต่างๆ ในการส่งสรุปงานให้กัน และยังเป็นระบบที่ทดแทนซอฟต์แวร์ราคาสูงจากต่างประเทศเหมาะกับผู้ใช้งานคนไทยที่ต้องการอะไรที่เข้าใจง่าย กับทีมปฏิบัติงาน

“จุดเด่นของเราคือ การออกแบบ User Interface ให้มีการใช้งานง่ายลดความซับซ้อนของซอฟต์แวร์จาก ต่างประเทศลงให้เหมาะกับคนไทย โดยเฉพาะยูสเซอร์ที่ยังไม่คุ้นกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็สามารถใช้งานได้ เพราะเราได้ศึกษาประเภทของยูสเซอร์มาก่อน ประกอบกับผมเองมีความรู้ด้านการออกแบบดีไซน์ จึงนำมาประยุกต์ให้ทุกคนใช้งานง่ายใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงสำหรับอบรมก็สามารถใช้งานได้ทันที ที่สำคัญยังออกแบบให้สามารถทำงานบนมือถือ ได้เหมือนใช้แอพง่ายๆ อย่าง Facebook หรือ LINEในการทำงาน โดยในปัจจุบัน โมดูลที่ให้บริการแล้ว ได้แก่ ระบบการรับ Order แบบขายส่ง และระบบ After Sale Service ที่ให้บริการติดตั้ง และดูแลรักษาสินค้าหลังการขาย”

ปัจจุบันPi R Square มีลูกค้าองค์กรที่อยู่ในธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าทั้งนำเข้า และผลิตไปสู่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เช่น ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์, สี, อุปกรณ์ก่อสร้าง และลูกค้ากลุ่มที่จำหน่ายอุปกรณ์ที่ต้องดูแลรักษาหลังการขาย เช่น Solar Cell, อุปกรณ์การแพทย์, เครื่องถ่ายเอกสาร, พื้นไม้ รวมถึงสินค้าเกษตร เป็นต้น โดยทั้งหมดลูกค้าจะลดระยะเวลาการทำงานได้กว่า 30% ขึ้นไป ลดข้อผิดพลาด และต่อยอดไปเรื่องการวิเคราะห์ Data ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ

“เทียบกับคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน ปัจจุบันเราเข้าไปเป็นเหมือนที่ปรึกษาให้กับหลายองค์กรในการTransform Process การทำงานต่างๆ ของเขาให้เป็น Digital ไม่ใช่แค่เพียง Software แต่วิธีคิดแบบ Digital ที่ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานจากเดิมไป และไม่ซับซ้อนเท่ากับซอฟต์แวร์ต่างประเทศ เรียกว่าเป็นความถนัดของทีมที่มองหา User Experience ของพฤติกรรมคนไทย ได้เหมาะกับตลาดคนไทย และภูมิภาคนี้ ซึ่งสามารถต่อยอดไปประเทศในเอเชียได้อีกด้วย”

PRO-toysบริการสร้างคอนเทนต์ด้วยVR360

แม้ COVID-19 จะกระทบธุรกิจท่องเที่ยว และอีเวนท์เข้าอย่างจัง แต่การนำเทคโนโลยี Virtual Reality มาปรับใช้จะช่วยให้ผู้ประกอบการก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างสวยงาม ซึ่ง PRO-toys จัดได้ว่าเป็นสตาร์ทอัพที่น่าสนใจ เนื่องจากนำประสบการณ์การเป็นโปรดักชั่นเฮ้าส์มาแตกบริการใหม่เป็นบริการสร้างคอนเทนต์เพื่อสร้างโอกาสให้กับธุรกิจ ด้วยนวัตกรรมถ่ายทำแบบ VR360 สร้างประสบการณ์เสมือนจริงในการนำเสนอสินค้าและบริการพร้อมเชื่อมต่อโอกาสด้วยการสร้างพรีเซ็นเตอร์เสมือนที่จะมาแนะนำเล่าเรื่องราว สามารถเลือกประสบการณ์ตามความสนใจของผู้ชม

บงการ พยัฆวิเชียร CMO บริษัท โปรทอยส์จำกัด กล่าวว่า PRO-toys เป็นสตาร์ทอัพด้านดิจิทัลที่มีการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมMulti Camera Control ขึ้นเอง โดยเป็นเครื่องมือในการถ่ายภาพแบบพิเศษ ซึ่งหาไม่ได้ด้วยอุปกรณ์ถ่ายภาพที่มีในตลาด โดยก่อนที่จะมี COVID-19 โปรทอยส์ ให้บริการเพื่อสร้างภาพแบบพิเศษให้กับกลุ่มธุรกิจ Production House, ให้บริการถ่ายภาพ Special Effect Event Organizer ให้บริการ WoW Photo Booths เพื่อสร้างเป็นกิจกรรมการตลาดรับภาพด้วยการแชร์ในโซเชียลมีเดีย Tourism ร่วมทุนกับแหล่งท่องเที่ยวในการบริการภาพ ที่ระลึกดิจิทัล

“พอเจอกับสถานการณ์ COVID-19 บริษัทจึงนำVR360 มาพัฒนาเป็นบริการอีเวนท์ไฮบริด เพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละธุรกิจ ทั้ง VR360 Virtual Expo, VR360 Virtual Event, VR360 Virtual Museum, VR360 Virtual Tour สร้างโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าผ่านการตลาดออนไลน์ แบบVR360 Virtual Experiencedโดยสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์นำมาสู่การขาย ด้วยระบบคำสั่งซื้อและเชื่อมต่อระบบการจ่ายเงิน Payment Gateway โปรทอยส์ ครบจบภายในแพลตฟอร์มเดียว”

บงการ กล่าวถึงข้อดีของการสร้างคอนเทนต์ด้วย VR360 ว่าสร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ ลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาในระยะยาว ลดโอกาสในการติดเชื้อ ใช้ง่าย สามารถใช้ได้ทุกอุปกรณ์ และทุกระบบปฏิบัติการ เหมาะกับธุรกิจที่ถูกกระทบจากCOVID-19 ไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้เหมือนเดิม ทั้งธุรกิจการจัดงานเอกซโป, งานสัมมนา, ธุรกิจอีเวนท์, ธุรกิจท่องเทียว, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยลูกค้าสามารถสร้างกิจกรรมตลาดและการขายออนไลน์ ผ่านนวัตกรรม VR360 Virtual Experience สร้างโอกาสในการเข้าถึง, ลูกค้าเลือกประสบการณ์ที่สนใจเอง, สามารถนำเสนอเพิ่มและแนะนำผ่าน VR หรือ AR ทั้งข้อความ, ภาพ, เสียง, วิดีโอ ฯลฯ และปิดการขายด้วยการต่อระบบการขายและระบบการจ่ายเงิน

“เทียบกับคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน PRO-toys เป็นสตาร์ทอัพด้านดิจิทัล คอนเทนต์ ที่มีนวัตกรรมของตัวเองและเชี่ยวชาญด้าน VR/AR ซึ่งพัฒนามาเป็นเวลาหลายปีได้รับการยอมรับทั้งทางด้านนวัตกรรมและทางด้านธุรกิจรวมถึงมีประสบการณ์ในการทำงานด้านธุรกิจและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสให้กับหลากหลายธุรกิจ ทั้ง Virtual Expo ที่ทำงานร่วมกับ Home Pro ในการทำ Home Pro Expo, Virtual Museum ทำงานร่วมกับมิวเซียมหลายแห่ง และ Virtual Tourism ทำงานให้กับวัฒนธรรมจังหวัด รวมถึงมีพาร์ทเนอร์ในด้านนวัตกรรมที่จะมาสนับสนุนในการพัฒนาและการทำตลาด”

Siam Outletบริหารคลังสินค้า+ลอจิสติกส์ให้ธุรกิจ e-Commerce ครบวงจร

ปัจจุบันใครๆ ก็ช้อปออนไลน์กันทั้งนั้น ยิ่งสถานการณ์ COVID-19 ยิ่งเปลี่ยนพฤติกรรมให้เรากดสั่งซื้อสินค้าผ่านมือถือมากขึ้นเป็นเท่าตัว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต้องหันไปเพิ่มช่องทางขายผ่านออนไลน์มากขึ้น แต่ร้านค้าออนไลน์ที่บริหารงานด้วยตัวเอง ก็มักพบปัญหาการจัดการหลังบ้านเช่น ปัญหาไม่มีมาตรฐานในการทำงาน หรือไม่มีระบบในการทำงานที่ช่วยลดภาระในการทำงาน รวมถึงมีพื้นที่ไม่พอต่อการเก็บสต๊อกสินค้า

พิมพ์ฐดา สหัชอติเรกลาภ ประธานกรรมการ บริษัท บริษัท สยาม เอาท์เลต เซอร์วิส จำกัดได้คิดค้นระบบบริหารคลังสินค้าและลอจิสติกส์ สำหรับธุรกิจ e-Commerce แบบครบวงจร สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ขึ้นมาโดยเฉพาะ ตั้งแต่บริการเก็บของในคลังสินค้า แพ็กของ และจัดส่งสินค้าให้กับร้านค้าออนไลน์ตรงถึงมือลูกค้าปลายทาง

“เราพัฒนาระบบ Intelligent Fulfillment Platform หรือ IFP เพี่อช่วยธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ควบคุมและดูแลความเคลื่อนไหวของสินค้าทุกชิ้นได้อย่างแม่นยำ การเก็บ แพ็ก ส่ง ทุกขั้นตอนทำด้วยความเอาใจใส่ มีมาตรฐาน โดยมีระบบรวบรวมข้อมูลทุกรายการ ช่วยให้งานหลังบ้านเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย”

แม้ปัจจุบันธุรกิจ Fulfillment Platform จะมีหลายเจ้าในตลาด แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้ว Siam Outlet จะเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับร้านค้าและลูกค้าของร้านค้า ด้วยการอบรมทีมงานเสมือนเพื่อนสนิทดูแลเอาใจใส่ทุกขั้นตอนด้วยความประณีต มีความรอบรู้พร้อมช่วยเหลือและจัดการแทนได้ โดยใช้เทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย รวมถึงระบบการทำงานทุกขั้นตอนที่สามารถตรวจสอบได้ออนไลน์แบบ Real-Timeทำให้ร้านค้าออนไลน์ลดต้นทุนทางด้านเวลาและกำลังคนช่วยให้คุณเพิ่มขีดความสามารถได้อย่างไม่มีขีดจำกัด สำหรับอัตราค่าบริการ เริ่มต้นคิดพื้นที่เก็บของในอัตรา200 บาทต่อเดือน ค่าแพ็คของ15 บาท ต่อชิ้นรวมกล่องใบปะหน้า ส่วนค่าจัดส่งคิดราคาตามจริง

 

 

 

ติดตามสตาร์ทอัพไทยที่มีโซลูชั่นและบริการดีๆ ได้ใน “Startup Marketplace is Live Now” รายการที่จะช่วยสร้างช่องทางการตลาดให้กับสตาร์ทอัพไทย ในช่วงสถานการณ์วิกฤต โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA  และข้อมูลข่าวสาร ได้ที่ FB Page: Startup Thailand / FB Group: Startup Thailand Marketplace www.startupthailand.org

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.