3,998
VIEWS

เปิดศักยภาพ Startup ไทยที่ทำให้ครัวไทยไปครัวโลก

Oct 08, 2020 -None-

ด้วยความสมบูรณ์ทางทรัพยากร ทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก อีกทั้งรสชาติอาหารไทยเป็นที่ นิยมของชาวต่างชาติ จึงเป็นโอกาสที่ครัวไทยจะไปครัวโลกได้ไม่ยาก ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ และผลประโยชน์แก่คนไทยโดย ถ้วนหน้านับตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร ผู้ประกอบการร้านอาหารไทย แรงงานไทยในภาค อุตสาหกรรม รวมทั้งพ่อครัวและแม่ครัวไทยอีกเป็นจำนวนมาก

แต่ใช่ว่าใครๆ ก็สามารถโกอินเตอร์ได้ เพราะการเป็นครัวไทยที่มีเป้าหมายสู่ครัวโลกนั้น นอกจากคุณภาพที่ ยอดเยี่ยมแล้วต้องมีจุดเด่น และตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นให้ได้

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จะพาเราไปพบกับเคล็ดลับที่ทำให้ Startup ไทย โกอินเตอร์สำเร็จมาแล้ว 

Chum Chum เยลลี่ผลไม้ผสมเมล็ดเจีย

จาก Pain Point ของคนที่รักเยลลี่ แต่หาเยลลี่ที่ดีต่อสุขภาพในตลาดไม่ได้ เพราะจะมองไปทางไหนก็เจอแต่ เยลลี่มีที่น้ำตาลเป็นส่วนผสมในปริมาณที่สูงมาก หรือไม่ก็ใช้น้ำตาลเทียม แถมยังใช้กลิ่นสีสังเคราะห์ และสารกันบูด เท่ากับว่าเยลลี่ทุกวันนี้ที่อยู่ในตลาดส่วนใหญ่นั้นแทบไม่มีอะไรที่มาจากธรรมชาติเลย

ศิรินทร์ ศิริคูณ Managing Director บริษัท I Am Real จำกัด จึงหันมาผลิตเยลลี่ผลไม้ออร์แกนิกส์ที่ผลิต จากวัตถุดิบที่ไร้สารเคมีตกค้าง ใช้น้ำตาลจากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ ผสมเมล็ดเจียออร์แกนิกส์ จับกลุ่มคนรักสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Chum Chum และส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก ได้แก่ เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน บาห์เรน และ ฮ่องกง

“เหตุผลที่เราส่งออกได้ เพราะจุดเด่นของสินค้าที่นำเมล็ดเจียมาเป็นส่วนผสม ทำให้เยลลี่ Chum Chum เคี้ยว สนุกกว่ายี่ห้ออื่นในตลาด นอกจากนี้เมล็ดเจียยังเป็นธัญพืชที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะประกอบ ไปด้วยสังกะสี ไฟเบอร์ โอเมก้า3 และแคลเซียมสูง ช่วยให้อิ่มท้อง และช่วยระบบขับถ่าย แต่เนื่องจากเมล็ดเจียนำมา ประกอบอาหารยาก เพราะต้องผ่านขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก เช่น ต้องนำมาแช่น้ำกว่าจะพองและกว่ารับประทานได้ต้อง ใช้เวลานาน ในขณะที่บางคนนึกไม่ออกว่าจะทานกับอะไรดี เราจึงนำเมล็ดเจียมาทำเยลลี่ ซึ่งสามารถทานเดี่ยวๆ ได้ หรือนำมาทำสมูทตี้ หรือเป็นท็อปปิ้งกับอาหารอย่างอื่น”

ปัจจุบันเยลลี่ผลไม้ผสมเมล็ดเจีย ทำจากเนื้อผลไม้ไทยแท้ๆ เช่น เสาวรส และมะม่วง ผสมเมล็ดเจีย น้ำผึ้ง และ หญ้าหวานให้ความหวานแทนน้ำตาลทราย ผลิตด้วยนวัตกรรมวิจัยจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ซึ่งทำให้สินค้าเก็บได้ 1 ปีโดยไม่ใส่สารกันบูด

“ก่อนหน้านี้ Chum Chum ส่งออกเป็นหลัก แต่หลังจากเกิดสถานการณ์ COVID-19 กระทบต่อการส่งออก ประกอบกับกำลังซื้อของลูกค้าปลายทางที่ลดลง เราจึงปรับตัวหันมาโฟกัสตลาดในประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์  และร้านค้าเพื่อสุขภาพในไทยเพิ่มมากขึ้น”

MeZ มาร์เก็ตเพลสผลไม้ไทย Farm to Table Platform

โลกกำลังกลายเป็น Digital World ขึ้นทุกวัน แต่ระบบการซื้อขายของเกษตรกรยังไม่รองรับการพัฒนา MeZ (มีแซ่ด) จึงขออาสาเป็นตัวกลางมาร์เก็ตเพลสของสินค้าทางการเกษตร  เพื่อสร้างช่องทางระบายสินค้าให้กับเกษตรกร ได้มากขึ้นผ่านการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ในเวลาเดียวกันก็ทำให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงผักผลไม้สดๆ โดยตรงในราคา ไม่แพง

ภรณี บุศยพลากร Co-Founder บริษัท MeZ จำกัด กล่าวว่า MeZ เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มี ความหลงใหลในผลไม้ไทย พร้อมวิสัยทัศน์ที่ตั้งใจช่วยเหลือคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงได้สร้าง อีกหนึ่งระบบการซื้อขายผลไม้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ทำให้เกษตรกรได้มีทางเลือกและมีโอกาสในการขายมากขึ้น สามารถกำหนดราคาผลไม้ได้เองตามคุณภาพที่ส่งมอบให้กับลูกค้า พร้อมทั้งลูกค้าก็สามารถเข้าถึงและได้รับผลไม้ที่ดี ที่สุดจากเกษตรกรโดยตรง

“เราเป็น One Stop Service สำหรับการซื้อขายผลไม้ไทยทุกชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด ส้มโอ ลำไย มะม่วง รวมทั้ง กำลังขยายไปยังกลุ่มสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น ผัก ข้าว ผลไม้แปรรูป เนื้อสัตว์ อาหารทะเล เพื่อสร้างโอกาสการขาย และเพิ่ม มูลค่าให้กับสินค้าของกลุ่มเกษตรกรได้อย่างทั่วถึง”

ทั้งนี้ MeZ จะช่วยสนับสนุนเกษตรกร โดยเกษตรกรไม่จำเป็นต้องมีความรู้ หรือมีทักษะด้านเทคโนโลยี และการ ตลาดใดๆ เพราะจะมีทีมงานคอยประสานงานผ่านไลน์ หรือทางโทรศัพท์ ช่วยเหลือตั้งแต่การทำรูปภาพ โหลดรูป ทำวิดีโอ และร้อยเรียงเรื่องราวของสวนให้เป็นที่น่าสนใจ พร้อมทั้งการหาลูกค้า และสื่อสารทางตลาดโปรโมทผ่านช่องทางโฆษณา ต่างๆ ทำให้เป็นที่รู้จัก ให้คำแนะนำทั้งเรื่อง Packaging และ Logisticsให้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่จะคิดค่าบริการจากยอด ออร์เดอร์เป็น Management Fee แทน

Bugsolutely พาสต้าจิ้งหรีดรับเทรนด์อาหารโลก

เทรนด์การบริโภคโปรตีนจากแมลงกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เพราะแมลงขึ้นชื่อว่าเป็นซูเปอรฟู้ดด้วยคุณค่าทางอาหาร ที่มากล้นน่าเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับขนาดของมัน ทั้งยังได้รับการยอมรับว่าเป็น Sustain Food เนื่องจากวิธีการเลี้ยงที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยมาก Bugsolutely จึงมองเห็นโอกาสดังกล่าวในการนำแมลงอย่าง จิ้งหรีดมาแปลงเป็นผงแป้งสำหรับผลิตเส้นพาสต้า

Mr.Massimo Reverberi กรรมการผู้จัดการ บริษัท Bugsolutely จำกัด กล่าวว่า ในเมืองไทยอาจจะไม่คุ้นเคย กับการนำแมลงมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบอาหาร แต่ประเทศในแถบตะวันตก เริ่มนิยมการบริโภคแมลงแปรรูป หลังจากมี บทความต่างๆ พูดถึงคุณประโยชน์ของแมลงในฐานะซูเปอร์ฟู้ด ซึ่ง Bugsolutely เลือกที่จะนำจิ้งหรีดมาผลิตเป็นอาหาร เนื่องจากมีคุณค่าทางสารอาหารสูง ทั้งโปรตีน แคลเซียม โอเมก้า และวิตามินบี 12 ทั้งยังเป็นสัตว์ที่สะอาด ปราศจาก สารเคมี ที่สำคัญจิ้งหรีดมีรสชาติที่ดีคล้ายธัญพืช ง่ายต่อการบริโภค และนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย

“เนื่องจากประเทศในแถบตะวันตกเป็น Early Adopter Market สำหรับอาหารแมลง ดังนั้นเราจึงโฟกัสกลุ่ม เป้าหมายผู้บริโภคอายุ 20-40 ปี ที่อยู่ในแถบนี้เป็นหลัก โดยใช้ไทยเป็นฐานผลิต เนื่องจากมีฟาร์มเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเป็น จำนวนมาก เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ เราเริ่มเปิดตลาดนี้โดยนำจิ้งหรีดมาผลิตเป็นแป้งพาสต้า เพื่อจำหน่าย ก่อน เพราะพาสต้าถือเป็นอาหารหลักของชาวตะวันตก จุดเด่นพาสต้าจิ้งหรีดของเราพิเศษกว่าเจ้าอื่นในตลาดตรงที่มีผง แป้งที่ทำจากจิ้งหรีดเป็นส่วนผสมพาสต้ามากถึง 20% ในขณะที่แบรนด์อื่นใช้ผงจิ้งหรีดน้อยมาก นอกจากนี้เรายังนำ จิ้งหรีดมาผลิตเป็นส่วนผสมในอาหารหลากหลายชนิด อาทิ ซอสมะเขือเทศ Emery Bar และเครื่องดื่ม”

 “การนำแมลงมาทำอาหารเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโต และมีดีมานด์สูงในประเทศที่พัฒนาแล้ว แม้ไทยจะมีฟาร์ม จิ้งหรีดจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาดโลก ซึ่งผมคิดว่านี่จะเป็นโอกาสของไทยในการเป็นแหล่ง ซัพพลายแมลงที่สำคัญของโลกในอนาคต”

FoodStory แพลตฟอร์มการจัดการร้านอาหารครบวงจร

ร้านอาหารจัดได้ว่าเป็นธุรกิจที่มีสัดส่วนเยอะมากในระบบเอสเอ็มอี เพราะฉะนั้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ผู้ประกอบการร้านอาหารจำเป็นต้องมีตัวช่วย ทั้งในแง่ของการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มกำไร ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วน เป็นคุณสมบัติของ FoodStory ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดการร้านอาหารของคนไทยที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย เพราะสามารถโกอินเตอร์ได้สำเร็จมีลูกค้าจำนวนมากในหลายประเทศ

ชวิน ศุภวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของ FoodStory ต้องการพัฒนาระบบเพื่อตอบสนองความต้องการของเจ้าของธุรกิจร้านอาหารแบบครบวงจร ทั้งหน้าร้านและ หลังร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อร้านอาหาร, ผู้บริโภค, สถาบันการเงิน และ คู่ค้าวัตถุ ดิบต่างๆ หรือเรียกอีกอย่างว่า Restaurant Ecosystem เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี อย่างรวดเร็วโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดที่ลูกค้าควรจะได้รับ ปัจจุบันให้บริการร้านอาหารมากกว่า 10,000 ร้านค้า ทั้งในประเทศไทย และประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร, สิงคโปร์, กัมพูชา, ลาว, บรูไน, และกาตาร์

“เราออกแบบระบบ POS FoodStory ให้เป็นมากกว่าเครื่องคิดเงินในร้านอาหาร โดยพัฒนาระบบให้สามารถ บริหารจัดการงานต่างๆ ของธุรกิจร้านอาหารได้อย่างครบครัน และชาญฉลาด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคที่มาใช้บริการ รวมถึงพนักงาน และเจ้าของร้านด้วยฟีเจอร์มากมายที่ตอบโจทย์ของ ผู้ใช้งาน อาทิ เช่น การวางผังร้าน, การจัดการเมนู, ทำรายการการสั่งอาหารอย่างรวดเร็วผ่าน Tablet และมาพร้อมด้วย ฟังก์ชั่นการรับออร์เดอร์โดยตรงจากมือถือลูกค้า (Online Order) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายได้ เมื่อลูกค้ารับประทาน อาหารเสร็จเรียบร้อย การจ่ายเงินโดยสแกน QR Code ก็เป็นเรื่องง่ายแบบที่ลูกค้าไม่ต้องกรอกยอดค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง เพื่อความสะดวกรวดเร็วและลดความผิดพลาด ยิ่งไปกว่านั้นร้านค้าสามารถสั่งตรงวัตถุดิบหลากชนิดจากฟาร์มมายังร้าน คุณได้ในที่เดียว ผ่าน FoodStory Market รวมไปถึงการจัดการวัตถุดิบเพื่อคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในแต่ละเมนู และ ยังหักลบต้นทุนในแต่ละจาน ท้ายสุด FoodStory ทำให้การเข้าถึงข้อมูลของร้านค้าเป็นเรื่องง่าย และสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นการสรุปยอดขายรายวัน การเก็บสถิติเมนูยอดฮิต เพื่อต่อยอดการจัดโปรโมชั่น เป็นต้น”

ทั้งนี้ FoodStory สามารถตอบโจทย์ธุรกิจร้านอาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นฟู้ดทรัค คาเฟ่ บาร์ ร้านบุฟเฟ่ต์ ร้านกาแฟ ร้านอาหารเต็มรูปแบบ ธุรกิจแฟรนไชส์ รวมถึงธุรกิจร้านอาหารขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขา ล่าสุด FoodStory ได้จับมือกับ Wongnai ในการนำร้านอาหารขึ้นไปอยู่ในแพลตฟอร์มของ Wongnai เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ของเจ้าของร้านอาหาร

“เราพยายามที่จะสร้างระบบ Ecosystem ของร้านอาหารคือไม่ใช่จบที่ POS (Point of Sales) อย่างเดียว แต่รวมถึงการบริหารวัตถุดิบและการจัดส่งอาหาร การมีหน้าร้านออนไลน์ และเรายังคงคิดค้นพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ให้กับ เจ้าของร้านอาหารเพื่อความสะดวกสบาย รวดเร็ว และลดความเสี่ยง หรือผลกระทบอื่นๆ ที่ทำให้คุณเสียเวลาในการดูแล ร้าน ลูกค้าที่ใช้ระบบเราจึงมีเวลาโฟกัสเรื่องคุณภาพของอาหาร และบริการได้มากขึ้น”

 

 

 

ติดตามสตาร์ทอัพไทยที่มีโซลูชั่นและบริการดีๆ ได้ใน “Startup Marketplace is Live Now” รายการที่จะช่วย สร้างช่องทางการตลาดให้กับสตาร์ทอัพไทย ในช่วงสถานการณ์วิกฤต โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA  และข้อมูลข่าวสาร ได้ที่ FB Page: Startup Thailand / FB Group: Startup Thailand Marketplace  http://www.startupthailand.org/    

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.