ไทยเบฟ ตอกย้ำ Stable and Sustainable Asean Leader ต่อยอด Vision 2020 สู่ PASSION 2025

Oct 02, 2020 J.Wara

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือไทยเบฟ ตอกย้ำความเป็นผู้นำเครื่องดื่มครบวงจรอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน ที่เติบโต มั่นคง ยั่งยืน หรือ Stable and Sustainable Asean Leader ด้วยการเปิดตัว PASSION 2025 โชว์ศักยภาพความแข็งแกร่งและกลยุทธ์การปรับตัวในการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาต่อยอดจาก Vision 2020ภายใต้ 3 แนวทางหลัก คือ BUILD สรรค์สร้างความสามารถและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยต่อยอดจากพื้นฐานธุรกิจที่มีอยู่ STRENGTHEN เสริมแกร่งความเป็นหนึ่งของธุรกิจหลัก เพื่อรักษาและก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน UNLOCK สุดพลังศักยภาพไทยเบฟ โดยนำศักยภาพของไทยเบฟที่มีอยู่มาก่อให้ เกิดพลังสูงสุด

ปีที่ผ่านมาทุกคนต้องเผชิญกับความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง กลุ่มไทยเบฟก็ยังสามารถยืนหยัดพร้อมกับเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้มากกว่าเดิม แม้เราจะได้รับผลกระทบต่อยอดขายบ้าง

ในช่วงวิกฤตเราให้ความสำคัญกับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนของเรา โดยได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติพิเศษในสถานการณ์ COVID-19 หรือ ThaiBev Situation Room TSR เพื่อเป็นศูนย์ติดตามข้อมูลข่าวสารและสถาน การณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงติดตามการดำเนินงานของกลุ่มไทยเบฟให้สามารถผลิตและจัดส่งสินค้าได้ตามจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ดำเนินการดูแลสุขภาพของพนักงาน ซึ่งเป็นบุคลากรกลุ่มสำคัญในการสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง และยังได้นำเอารูปแบบการปฏิบัติงานในระบบดิจิทัลมาเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้มากกว่า 95% ของพนักงานบริษัทสามารถเข้าสู่กระบวนการทำงานของระบบดิจิทัล” คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงช่วงวิกฤตที่ผ่านมา

ในวิกฤติโควิด-19 ไทยเบฟให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงาน เครือข่ายคู่ค้า บุคลากรแนวหน้าทางการ แพทย์ และบุคลากรภาครัฐ โดยมีการลงทุนในการผลิตและจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ จัดตั้งศูนย์ตรวจโควิด-19 แบบ PCR ดำเนินการแจกจ่ายแอลกอฮอล์ไปกว่า 1 ล้านลิตร ผลิตและแจกจ่ายหน้ากากอนามัย เพื่อให้ความปลอดภัยกับทุกภาคส่วนและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

ส่วนของความก้าวหน้าที่สำคัญในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 2014-2020 ตามแผน Vision 2020 นั้น คุณฐาปน เสริมว่า ไทยเบฟมียอดขายและกำไรเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไทยเบฟกลายเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยกลุ่มที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมี 4 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มสุรา กลุ่มเบียร์ กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และกลุ่มอาหาร

“เรายังคงความเป็นผู้นำในธุรกิจสุราและธุรกิจเบียร์เมื่อรวมยอดขายของเบียร์ในประเทศไทยและในประเทศเวียดนาม ถือได้ว่าเรามีปริมาณยอดขายเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำในกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ ชาเขียวโออิชิ น้ำดื่มคริสตัล และขับเคลื่อนธุรกิจอาหารจนทำให้เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย”

ในแง่ของความยั่งยืนไทยเบฟมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Indices -DJSI เป็นอันดับที่ 1 ของโลก ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เป็น Word Industry Leader ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และได้เป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนี DJSI World ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และกลุ่มดัชนี  DJSI Emerging Markets หรือกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เป็นปีที่ 4 โดยไทยเบฟนับเป็นบริษัทแรกในประเภทอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของอาเซียนที่ได้รับการคัด เลือกให้เป็น World Leader ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาความยั่งยืนขององค์กรอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้ Vision 2020

“เราที่มีความพร้อมอย่างรอบด้านและความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มไทยเบฟ ร่วมกับคณะผู้บริหาร และเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อร่วมสร้างสรรค์ และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโตไปด้วยกันกับก้าวที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน เพื่อบรรลุเป้าหมายของการเป็น Stable and Sustainable ASEAN Leader ภายใต้ PASSION 2025 อันจะสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ และทุ่มเทของทุกคนในกลุ่มไทยเบฟ”

นอกจากวิสัยทัศน์โดยรวมของไทยเบฟแล้ว การเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่สำคัญก็ยังถือเป็นความท้าทายของไทยเบฟที่จะก้าวผ่านวิกฤตต่างๆ รวมทั้งผลักดันธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่องแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้อยอำนวย

 

 

กลุ่มธุรกิจสุรา

คุณประภากร ทองเทพไพโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจสุรา (รองผู้บริหารสูงสุด การเงินและบัญชีกลุ่ม และผู้บริหารสูงสุด ด้านการเงินและบัญชี ธุรกิจต่างประเทศ : มีผลวันที่ 1 ตุลาคม 2563) เผยว่า แม้ปีที่ผ่านมาจะมีความท้าทายที่ไม่เคยประสบมาก่อนแต่กลุ่มธุรกิจสุราในเมืองไทยของไทยเบฟยังคงสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดได้ดีเหมือนเดิม เนื่องจากบริษัทมีความหลากหลายของตราสินค้าซึ่งตอบรับการบริโภคสินค้าที่บ้าน และการทำการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับภาพลักษณ์สุราไทย

“หากดูจากผลวิจัยการตลาด ในรอบ 12 เดือนย้อนหลัง แสงโสมเติบโตกว่า 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในส่วนของเบลนด์ 285 ซิกเนเจอร์ ยังสามารถเพิ่มการเติบโตได้ถึง 37% นอกไปจากนั้น เมอริเดียนบรั่นดี ยังสามารถเพิ่มการเติบโตได้ถึง 50% และมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 8% ในปีนี้กลุ่มธุรกิจสุรายังได้มีการออกผลิตภัณฑ์ Phraya Elements ซึ่งเป็นสุราระดับพรีเมียมที่ผ่านการเก็บบ่มในถังไม้โอ๊คยาวนานหลายปี ซึ่งวางจำหน่ายในช่องทางโมเดิร์น    เทรด

กลุ่มธุรกิจเบียร์

คุณไมเคิล ไชน์ ฮิน ฟา ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจเบียร์ เผยว่า สำหรับตลาดเบียร์ในต่างประเทศ ไทยเบฟมีวิสัยทัศน์มุ่งมั่นที่จะนำเบียร์ช้างมุ่งสู่การเป็นที่ 1 ของเบียร์สัญชาติไทยในระดับสากล ทั้งในด้านปริมาณการขายและในด้านผลิตภัณฑ์ที่จะต้องเป็นที่ 1 ในใจลูกค้าในระดับสากล โดยได้รับการสนับสนุนจาก 2 แรงผลักดันสำคัญ คือ การขยายฐานลูกค้าทางภูมิศาสตร์ของเบียร์ช้าง และการสร้างคุณค่าของตราสินค้า การขยายฐานลูกค้าทางภูมิศาสตร์ของเบียร์ช้าง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาค รวมถึงการขยายฐานลูกค้าไปสู่เมืองที่สำคัญต่างๆ ในต่างประเทศ ในแง่ของการขยาย ตัวในระดับภูมิภาค เบียร์ช้างได้เปิดตัวการผลิตภายนอกประเทศไทย เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562 โดยเบียร์ช้างได้รับการอนุญาตผลิตจาก Emerald Brewery Myanmar Ltd ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ F&N  ซึ่งสามารถทำผลงานได้ดีในปีแรกของการดำเนินงานโดยสามารถเจาะเข้าไปในจังหวัดหลักที่สำคัญๆ ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดเติบโตอย่างดีและมียอดขายที่เกินความคาดหมาย

สื่อออนไลน์ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างแบรนด์เบียร์ช้าง รวมถึงการเข้าถึงผู้บริโภคในระดับสากลโดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยได้มีการสร้างแคมเปญสำหรับผู้บริโภคเพื่อเสริมสร้างความตื่นเต้น และความสัมพันธ์ทีดี รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งต่อกลุ่มเป้าหมายในระดับสากล

สำหรับซาเบโก้และกลุ่มอุตสาหกรรมเบียร์ในเวียดนาม จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด -19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้ต้องมีแผนการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ ภายใต้กลยุทธ์หลักคือ ในส่วนของการขายมีการทำงานเชิงรุก โดยนำทรัพยากรสำหรับจากค้าขายผ่านธุรกิจอาหารหรือภัตตาคารไปใช้กับการขายให้กับผู้บริโภคในร้านค้าปลีก และยังเน้นการขายให้กับผู้บริโภคในร้านค้าปลีกและการขายปลีกสมัยใหม่ โดยการออก 3 โปรโมชั่นใหญ่ นอกจากนี้ยังเร่งการสร้างช่องทางการขายผ่านทางออนไลน์อีกด้วย

แง่ของการตลาด ในโอกาสครบ 145 ปี ของซาเบโก้ เบียร์ Bia Lac Viet ได้ถูกผลิตและจำหน่ายเพื่อฉลองครบ รอบ 145 ปี ในเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ ยังมีการทดลองขายผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งจะได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในต้นเดือนตุลาคมนี้  

ส่วนของการผลิต สายการผลิตกระป๋องใหม่ ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 60,000 กระป๋องต่อชั่วโมง ได้เริ่มการใช้งานอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน ที่โรงผลิตเบียร์ Saigon Quang Ngai  บริษัทย่อยของซาเบโก้ ทั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตที่ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดในภาคกลางของเวียดนาม

ในห่วงโซ่อุปทานมีการนำระบบ Warehouse Management System (WMS) มาใช้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิ ภาพการบริหารจัดการคลังสินค้า และจะนำระบบ Transport Management System (TMS) ระบบการบริหารจัดการการขนส่งมาใช้เป็นลำดับต่อไป

นอกจากนี้ยังปรับการบริหารจัดการธุรกิจด้วยดิจิทัล โดยมีโครงการซาเบโก้ 4.0 ซึ่งเป็นการริเริ่มระดับกลุ่มบริษัทเพื่อมุ่งหวังการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและการบริหารจัดการด้วยการรวมศูนย์การบริหารจัดการ การทำระบบให้ง่ายต่อการใช้งานและมีมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งมีการลดค่าใช้จ่าย บริหารจัดการด้านการเงินอย่างเป็นระบบทั้งในด้านวัตถุดิบ ด้านบรรจุภัณฑ์ ด้านการขนส่ง และการเช่าสถานที่

คุณโฆษิต  สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง และผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเบียร์ประเทศไทย (2561-2563) รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจต่อเนื่องและผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (ประเทศไทย) ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มบริหารช่องทางจำหน่าย (1 ตุลาคม 2563) เสริมถึงเบียร์ช้างว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความท้าทายและเปลี่ยนแปลง ช้าง ยังคงรักษามาตรฐานในการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างเข้มแข็ง แม้ภาพรวมตลาดเบียร์ในประเทศไทยในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมาจะมีการเติบโตเฉลี่ยในอัตราที่ลดลง แต่ช้างยังคงมีการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าโดยช้างให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์เพื่อรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคด้วย 3 กลยุทธ์ คือ

การสื่อสารแบรนด์ ตามแนวการสื่อสารเพื่อส่งความสุขจากแบรนด์ถึงกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศภายใต้แนวคิด “วันเพื่อนมีได้ทุกวัน” ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์โฆษณาชุดต่างๆ ไปจนถึงรายการออนไลน์จากช่องทาง Chang World ที่นอก จากจะสร้างความสนุกแล้วยังสามารถย้ำชัดถึงตัวตนของแบรนด์ เรื่องมิตรภาพได้อย่างชัดเจน

การสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ ที่ผ่านมาช้างเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ เพื่อเข้าไปครองใจกลุ่มลูกค้าพร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบทั้งดนตรีและกีฬา ถึงแม้ในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมาจะไม่สามารถจัดงานอีเวนท์ได้ แต่ก็มีการสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาดในสื่อออนไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างแบรนด์และกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ

การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่ผ่านมาช้างฉลองครบรอบปีที่ 25 ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง “ช้าง โคลด์ บรูว์” ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค หลังจากนั้นจึงปล่อย “ไวรัลแพ็ก” หรือ “ช้าง โคลด์ บรูว์ ขนาด 25 กระป๋อง” มาสร้างความตื่นเต้นให้ตลาดจนเกิดกระแสการพูดถึงในโลกโซเชียลจำนวนมาก รวมทั้งเร็วๆ นี้จะมีบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่จะมาสร้างความฮือฮาให้ตลาดอีกครั้ง

กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์

คุณเลสเตอร์ ตัน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอล กอฮอล์ ประเทศไทย (2561-2563) ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเบียร์ (ประเทศไทย) (1 ตุลาคม 2563) เผยว่า ไทยเบฟดำเนินธุรกิจทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยโฟกัส 3 ตลาดหลัก 3 ตลาดใหม่ และ 4 ตลาดการส่งออก ใช้ผลงานของแบรนด์ผ่านหมวดหมู่สินค้าต่างๆ ซึ่งไทยเบฟเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

การดำเนินการ 9 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ถือว่าดี หลังจากขาดทุนมาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว บริษัทกลับมามีผลกำไร โดยมีผลมาจากการลงทุนในแบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ การปรับเปลี่ยนโครงการด้านการเงิน และการสร้างความยั่งยืนของผลกำไร ธุรกิจในอนาคตต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์โควิด-19 โดยเปิดช่องทางการขายในรูปแบบสถานที่ การขยายช่องทางการขายไปยังช่องทางดิจิทัล โฟกัสที่ด้านสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดี

“เรามองเชิงบวกถึงผลการดำเนินงานที่เหลือของปีนี้ และหวังว่าผลประกอบการเชิงบวกนี้จะมีผลต่อเนื่องไปถึงปีหน้านี้”

กลุ่มธุรกิจอาหาร

คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย)เผยว่า กลุ่มธุรกิจอาหารยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจ ปรับแผนกลยุทธ์เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากวิกฤตโควิด-19 โดยเร่งขยายช่องทางการขายแบบ Takeaway และ Delivery ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว รุกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และรูปแบบบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแม่นยำและเข้าถึงผู้บริโภคให้มากที่สุด

แผนกลยุทธ์ของกลุ่มธุรกิจอาหารในปี 2564 จะขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์หลัก คือ การขยายสาขาในรูปแบบ    ต่างๆ ให้เหมาะกับสถานการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

กลยุทธ์การเติบโตที่มุ่งเน้นการขยายช่องทางการให้บริการหลายรูปแบบ นอกเหนือจากรูปแบบของการนั่งทานที่ร้าน เช่น ช่องทางการจัดส่งถึงบ้าน (Home Delivery), Take home/Pick up, ไดรฟ์ทรู และอื่นๆ

การนำเอาดิจิทัลและเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อสามารถสร้างประสบการณ์ ความสะดวกสบายให้กับลูกค้าได้แบบ Personalization และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับพนักงานมากยิ่งขึ้น

Heath & Well-being มุ่งเน้นพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่อง สุขภาพ-ความปลอดภัย                           

การเสริมสร้างบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพด้านทักษะ ความชำนาญในการทำงาน เพื่อพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่มีความคล่องตัวสูง

 

ธุรกิจบนหลักคิดเรื่อง “ความยั่งยืน”

คุณโฆษิต สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง เผยว่าแนวทางการทำธุรกิจบนหลักคิดเรื่อง “ความยั่งยืน” เป็นสิ่งที่ไทยเบฟยึดปฏิบัติมาตลอด 44 ปี โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด มาเป็นหลักปฏิบัติ โดยเน้นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารทรัพยากรธรรมชาติ สังคม ธรรมาภิบาล การพัฒนาบุคลากรองค์กร และวัฒน ธรรมองค์กร เพื่อการพัฒนาด้านความยั่งยืนอย่างรอบด้าน

ช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไทยเบฟมอบแอลกอฮอล์ให้กับโรงพยาบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสถานบริการสาธารณสุข 76 จังหวัดทั่วประเทศไทย รวมถึงมีการร่วมมือกับพันธมิตรด้านความยั่งยืนด้วยการสนับสนุนเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกว่า 1 ล้านขวด เพื่อส่งมอบให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรืออสม.ทั่วประเทศ

“ท่ามกลางวิกฤตนี้ เราและ TSCN พันธมิตรได้ทำการสำรวจและพบว่าคู่ค้าให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความปลอดภัยและการบริหารจัดการพนักงาน และมองว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพนับเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 ซึ่งทั้งหมดนี้ตอกย้ำถึงแนวคิดการสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต พร้อมการสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน สู่กลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงาน สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของการเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก”

ดูแลบุคคลากรให้ “ก้าวแกร่งกว่าเดิม”

ดร.เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุด กลุ่มทรัพยากรบุคคล เผยว่า  เนื่องมาจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 พนักงานกลุ่มไทยเบฟในประเทศไทยกว่าหนึ่งหมื่นคนต้องปฏิบัติงานจากที่บ้าน ขณะที่อีกกว่าสามหมื่นคนยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ดังนั้นการดูแลทรัพยากรบุคคลสำคัญมาก ไทยเบฟมุ่งให้ความเอาใจใส่และช่วยลดความกังวลใจของพนักงาน โดยมีการดำเนินการในด้านต่าง ๆ  เช่น การจัดทำประกันภัยความเสี่ยงจากโรคโควิด-19 ให้แก่พนักงานทุกคน ทุกตำแหน่งงาน จัดให้มีสายด่วน 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำแก่พนักงาน มอบหน้ากากอนามัย ถุงมือยาง และอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ สำหรับพนักงานที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการมอบแอลกอ ฮอล์ฆ่าเชื้อโรคแก่พนักงานและครอบครัว

นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากพนักงานในการลงทะเบียนดิจิทัลทุกวันเพื่อความปลอดภัย บริษัทยังมีแนวทาง การทำงานรูปแบบใหม่ๆ ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของพนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการ WOW หรือ Ways of Work วิกฤตครั้งนี้ทำให้กลุ่มไทยเบฟได้เห็นถึงความสามัคคีของพนักงานที่พร้อมที่จะเผชิญความท้าทายอื่นๆ ในอนาคตได้อย่างมั่นใจ และ “ก้าวแกร่งกว่าเดิม” ซึ่งได้ส่งผลดีต่อการยกระดับความผูกพันของพนักงานมากถึงร้อยละ 85 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศซึ่งมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 66 ทำให้ไทยเบฟ ได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work For และรางวัล HR Asia Most Caring Companies 2020 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่ใส่ใจดูแลพนักงานได้ดีที่สุดในแต่ละประเทศอีกด้วย                     

ทั้งหมดถือเป็นการตอกย้ำการเป็น Stable and Sustainable Asean Leader ต่อยอด Vision 2020 สู่ PASSION 2025 ที่พร้อมก้าวผ่านทุกวิกฤตด้วยย่างก้าวที่แกร่งกว่าเดิมของไทยเบฟ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp