10,534
VIEWS

สิงห์ปาร์คยกระดับชาประเทศไทยด้วย "Absolute Tea Tuning Center"

Oct 02, 2020 S.Meenarat

ไม่นานมานี้ แบรนด์เอจออนไลน์ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด ที่งานแสดงสินค้าและอาหารระดับนานาชาติระดับโลก Thaifex Anuga Asia 2020

ในปีนี้ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ได้จัดบูธแสดงสินค้าในลักษณะของนิทรรศการ ที่นำเสนอเรื่องราวภายใต้แนวคิด การเป็นบริษัทที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เพื่อโชว์ศักยภาพธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารในเครือทั้งหมด โดยแบ่งออกเป็นโซนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอนแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์อาหาร พร้อมทั้งนำเสนอเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์น้องใหม่อย่าง “สิงห์ เลมอนโซดา”

หนึ่งในสิ่งน่าสนใจที่แบรนด์เอจออนไลน์ได้พูดคุยกับ คุณพงษ์รัตน์ คือ เรื่องราวของ Absolute Tea Tuning Center ศูนย์สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของชา ซึ่งเป็นเสมือน Big Move สำคัญที่จะช่วยยกระดับชาประเทศไทย และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไร่ชาให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

 

คุณพงษ์รัตน์ กล่าวว่า จากการร่วมมือกับ มารุเซ็น (Maruzen) ประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งโรงงานผลิตชาครบวงจรขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ภาคเกษตรของสิงห์ปาร์คดีไม่แพ้ภาคการท่องเที่ยว

จากแนวโน้มความนิยมบริโภคชาทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย ทำให้สิงห์ปาร์ค ในวันนี้มีความพร้อมทั้งในเรื่ององค์ความรู้ เทคโนโลยี รวมไปถึงกรรมวิธีการแปรรูปชาทุกรูปแบบ มองเห็นโอกาสทางธุรกิจในการที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมชา สร้างมูลค่า และพัฒนาอัตลักษณ์ชาประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สิงห์ปาร์ค เชียงราย ภายใต้การบริหารของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มีจุดยืนที่ชัดเจนในการเป็นวิสาหกิจชุมชน ที่ยึดหลักการบริหารงานด้วยแนวคิด “ผลักดันให้เกิดสภาพเศรษฐกิจที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีเศรษฐกิจดี กระจายความสุขให้กับชุมชน”

“เรามีชาที่เกิดขึ้นตามระบบนิเวศของเราอยู่แล้ว อย่างเช่น ชาป่า หรือที่เรียกว่า ชาอัสสัม เป็นชาที่คุณภาพดี ขึ้นได้เฉพาะในที่ร่ม คนไม่ค่อยนิยมนำมาใช้ ในประเทศไทยมีชาดีๆ แบบนี้อีกหลายตัว แต่เรายังไม่มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน คงจะเป็นการดีถ้าเรามีหน่วยงานหนึ่งที่ทำในเรื่องนี้ พัฒนาชาในประเทศให้มีอัตลักษณ์ชัดเจน สร้างมูลค่าให้มันกลายมาเป็นอุปกรณ์ทางธุรกิจ ขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนกับศูนย์ที่ปรึกษา ที่ถ้าใครต้องการรู้เรื่องชาต้องมาหาเรา”

 

แผนงานในปีนี้ สิงห์ปาร์ค จึงมีทิศทางมุ่งเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมชา ด้วยการสร้างมูลค่าให้กับชาที่ปลูกในไทย เพื่อยกระดับการพัฒนาสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งตัวเป็น Business Solutions Provider ทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มแบบครบวงจร ด้วยการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แนวคิด Absolute Tea Tuning Center”

“Absolute Tea Tuning Center เป็นศูนย์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เป็นเหมือนตัวกลางธุรกิจที่ต้องการใช้ชา ลูกค้าอยากได้ชาสไตล์ไหน รสชาติ หรือคอนเซ็ปต์แบบใด เราสามารถร่วมดีไซน์ให้ลูกค้าได้หมด เรามีเป้าหมายที่อยากจะสร้างชาประเทศไทยให้มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว อยากสร้าง Application Fever ของชาขึ้นมา เพื่อที่อนาคตเราจะได้ขยับไปใช้ในธุรกิจและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้”

เบื้องต้นสิงห์ปาร์ค วางกลุ่มเป้าหมาย Absolute Tea Tuning Center ไว้เป็น B2B โฟกัสไปที่ลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น เบเกอรี่ ไอศกรีม ซอฟต์ดริงค์ รวมไปถึงแฟรนไชส์ร้านกาแฟ

“เพราะเรารู้ว่า ยุคนี้ไม่มีใครอยากเสียเวลามานั่งต้มชาแบบดั้งเดิม คนเราเลือกใช้ชีวิตง่ายขึ้น สิงห์ปาร์คเลยอยากจะต่อยอดโดยการ Concentrate แบบ Liquid Form แต่คงความสดใหม่ในรูปแบบที่ใช้งานได้เลย”

 

ทั้งนี้ คุณพงษ์รัตน์ เชื่อว่า Absolute Tea Tuning Center จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชาในประเทศ เอื้อให้เกษตรกรผู้ปลูกชามีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการสินค้าคุณภาพในต้นทุนการผลิตที่ถูกลง

พร้อมกันนี้ คุณพงษ์รัตน์ กล่าวว่า ในอนาคตสิงห์ปาร์ค เชียงราย จะเปิดโรงงานผลิตชาให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยว ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต ดื่มด่ำกับการชิมชา และเปิดประสบการณ์ใหม่ในการชงชาด้วยตัวเอง

ไม่เพียงเท่านั้น สิงห์ปาร์ค ผู้เป็นกำลังสำคัญด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายมาโดยตลอด ในปีนี้สิงห์ปาร์คอาสาส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการรันยาว 4 งานใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2563 ไปจนถึงวันที่ 14 ก.พ. 2564 ภายใต้ธีม “ไทยเที่ยวไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ” ประกอบไปด้วย

Farm Festival จัดขึ้นในวันที่ 25-29 พ.ย. 2563

Countdown จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ธ.ค. 2563

Light Festival ในรูปแบบของ Village of Illumination (คล้ายๆ กับงานไฟในประเทศญี่ปุ่น) จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ยาวไปจนถึง 14 ก.พ. 2564 โดยร่วมมือกับอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ

และปิดท้ายกันด้วยงาน  International Balloon Festival ในวันนี้ 14 ก.พ. 2564

ทั้งนี้ คุณพงษ์รัตน์ บอกกับเราว่า สำหรับเทศกาลบอลลูนนานาชาติปีนี้ คงต้องรอดูสถานการณ์ภายในประเทศก่อน หากไม่สามารถจัดงานบอลลูนได้ อาจต้องเปลี่ยนไปจัดงานในลักษณะของ Sky Festival แทน

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.