3,534
VIEWS

Telemedicine ที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงหมอเก่งๆ ในราคาเบาๆ

Oct 01, 2020 -None-

เวลาที่เราไม่สบาย และต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐบาล เชื่อว่าคงเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะด้วยปริมาณคนไข้ที่มากกว่าแพทย์ผู้รักษาหลายร้อยเท่าตัว ทำให้เกิดปัญหาคนล้นโรงพยาบาล ยิ่งสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 อย่างที่เราเผชิญกันในปัจจุบัน การเสียเวลาอยู่ในโรงพยาบาลครึ่งค่อนวัน ย่อมเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น

แต่เชื่อไหมว่า 30% ของการไปโรงพยาบาลสามารถพบแพทย์ผ่านเทคโนโลยี Telemedicine ได้ เพราะ 30% ที่ว่านั้น มักเป็นโรคที่ไม่ซับซ้อน หรือเป็นโรคที่รักษาต่อเนื่อง อย่างโรคความดัน และโรคเบาหวาน จึงสามารถปรึกษาแพทย์ทางไกลได้อย่างราบรื่น ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร 5G ที่เข้ามารองรับ

แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะไปรับบริการ Telemedicine ได้จากที่ไหน เพราะสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA มีตัวเลือกของ 4 HealthTech Startup สัญชาติไทยมานำเสนอ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงแพทย์เฉพาะด้านที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ มาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต

Chiiwiiปรึกษาหมอที่ใช่ จากที่ไหนก็ได้

จุดเริ่มต้นของ Chiiwii มาจากหมอกลุ่มเล็กๆ ที่มีความคิดตรงกันว่า อยากให้คนไข้เข้าถึงหมอเฉพาะทางได้ดีกว่าเดิมเมื่อ 2 ปีก่อนจากคนเพียงไม่กี่คนวันนี้ได้ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีหมอในเครือข่ายกว่า 100 คน ครอบคลุม 20 สาขาเฉพาะทาง

พญ.พิรญาณ์ ธำรงธีระกุล CEO บริษัท ชีวีบริรักษ์ จำกัด กล่าวว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของคนไข้ที่มักเจอเสมอ ก็คือ เวลาไปโรงพยาบาลไม่รู้ว่าจะได้เจอหมอคนไหน หรือมีภูมิหลังประสบการณ์อะไรบ้าง แถมไปโรงพยาบาลแต่ละครั้งมักไม่เจอหมอที่รักษาประจำ ทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร ในเวลาเดียวกันโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น คนไข้ต้องการปรึกษาหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้

Chiiwiiจึงเข้ามาสร้างแพลตฟอร์มเพื่อให้คนไข้สามารถเลือกหมอที่เชี่ยวชาญคนไหนก็ได้ที่ต้องการ และทำการนัดได้ในเวลาที่สะดวก เพียงโหลดแอพพลิเคชั่น และเข้าไปในแผนกที่ตัวเองต้องการปรึกษา จากนั้นแค่คลิกเลือกหมอที่ตรงใจเลือกช่องทางการปรึกษา กดปุ่มนัดหมาย จากนั้นก็แค่คอนเฟิร์มนัด ส่วนค่าบริการจะคิดตามที่หมอแต่ละคนระบุไว้

“ที่ผ่านมาเราจับลูกค้าB2C เพื่อให้คนไข้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องเชื่อถือได้ ในราคาที่เหมาะสม ประหยัดเวลาและสะดวกสบายไม่ต้องเดินทาง ในกรณีที่มีปัญหาสุขภาพเบื้องต้น หรือกลุ่มโรคเรื้อรัง อีกส่วนหนึ่งเราก็ได้ขยายไปยัง B2B หรือกลุ่มองค์กรที่ให้สวัสดิการด้านสุขภาพกับพนักงานลดค่าใช้จ่ายประกันกลุ่ม เพื่อส่งเสริมสุขภาพในแง่ของการป้องกันโรคและในกลุ่ม Mental Health ที่ประกันไม่ครอบคลุม และลูกค้าบริษัทประกันชีวิต ที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย OPD claim ซึ่งหลังจากได้รับคำปรึกษาแล้ว มีChiiwiiยังมีระบบจัดส่งยาตามคำสั่งแพทย์ไปถึงที่บ้านและการบันทึกข้อมูลสุขภาพอย่างปลอดภัยบนคลาวด์”

เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันแล้ว Chiiwiiมี​แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้งในและต่างประเทศ และหลากหลายครอบคลุม​เกือบทุกสาขา​ สหวิชาชีพ​ แพทย์​ทางเลือก อาทิ สูตินารี การแพทย์ชะลอวัย โรคมะเร็ง จิตเวช และ LGBTQ เป็นต้น

Doctor A to Zผู้ให้บริการสุขภาพออนไลน์

อีก Startup ที่เป็น Telemedicine อีกเจ้าหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ Doctor A to Z เป็นแอพพลิเคชั่นบริการให้คำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางแก่คนไข้  ช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล และยังเป็นบริการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ที่อยากดูแลพนักงาน ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาลด้วย Telemedicine

นพ.อนุชา พาน้อย CEO บริษัท Doctor A to Z จำกัด กล่าวว่า Doctor A to Zเป็น Online Healthcare Servicesที่ให้บริการสุขภาพออนไลน์ในรูปแบบต่างๆเช่น ปรึกษาแพทย์ออนไลน์,บริการการจัดการด้านยา,เเพ็กเกจสุขภาพออนไลน์จากเครือข่ายโรงพยาบาลลดระยะเวลาการรอคอยหมอลดความความแออัดใน รพ.รัฐบาลทั้งยังมีช่องทางที่จะปรึกษาแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญได้สะดวกผ่านวิดีโอคอล และเก็บประวัติสุขภาพอย่างเป็นระบบไม่รั่วไหล นอกจากนี้คนไข้ยังสามารถขอความเห็นที่สองจากแพทย์ได้ด้วยรองรับโรคที่มีความซับซ้อนในราคาค่าบริการ 200-360 บาทต่อ 15 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาที่พิสูจน์แล้วว่าเพียงพอต่อการขอรับคำปรึกษา ยกเว้นกรณีปรึกษาด้านจิตเวช

ส่วนลูกค้าองค์กร Doctor A to Z ได้ออกแบบแพ็กเกจการดูแลพนักงานและการบริหารจัดการต้นทุนด้านสุขภาพที่สามารถยืดหยุ่นให้กับองค์กรต่างๆโดยให้บริการผ่านระบบ Virtual Care และ บริการ Doctor on Site ที่จะช่วยดูแลพนักงานได้ครบ 360 องศา

ด้วยกระแส Disruption กำลังถาโถมธุรกิจการแพทย์ หลายสถานบริการทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล คลินิก หรือร้านขายยาจำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้ที่มาใช้บริการ และบริบทสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ซึ่ง Doctor A to Z ก็ยังมีบริการที่เข้ามาช่วยทรานส์ฟอร์มองค์กรต่างๆ ดังกล่าวปรับตัวไปสู่การให้บริการการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีได้เร็วขึ้นกว่าเดิม แถมยังลดต้นทนการพัฒนามากกว่า 90%ลดระยะเวลาในการพัฒนา 90%และช่วยลดภาระงานมากกว่า 80 %

“จะเห็นได้ว่า Doctor A to Z ให้บริการด้าน Business solution ทางด้านสุขภาพในรูปแบบของออนไลน์ ครอบคลุมบริการ ทั้งส่วน Technology และService Provider ที่เราเข้าไปช่วยทรานส์ฟอร์ม(Healthcare Transform Solution) ให้กับสถานบริการทางการแพทย์ แก้ Pain Pointให้กับลูกค้าในหลายๆ กลุ่ม”

HealthSmile x LabMoveบริการการแพทย์แบบดลิเวอรี

แนวโน้มในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองมีมากขึ้น และเริ่มเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนจากการเข้าไปรับบริการที่โรงพยาบาลเป็นการเข้ารับบริการทาง Online หรือ Telemedicine มากขึ้น ซึ่งระบบ Telemedicine ในประเทศไทย เริ่มมีผู้เข้ามาในตลาดมากขึ้นแต่ยังเป็นเรื่องการปรึกษา พูดคุยกันเป็นหลักแต่ยังไม่มีบริการการตรวจที่บ้านHealthSmile x LabMove จึงต้องการเข้ามาเติมเต็มความต้องการในจุดนี้ เพื่อรองรับ Megatrend ด้าน Telemedicine ที่จะมีมากขึ้นในอนาคต

นพ.ประสิทธิ์ วิริยะกิจไพบูลย์ Cofounder บริษัท เฮลท์สไมล์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีบริการทางการแพทย์แบบดิลิเวอรี่ โดยบริการแรกคือ HealthSmileเป็นบริการCheckup Service Applicationตรวจสุขภาพที่บ้านตามความเสี่ยงและความต้องการของผู้รับบริการ โดยมีระบบที่จะช่วยเลือกรายการตรวจสุขภาพที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละคน สามารถเพิ่ม-ลด-ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้รับบริการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำผ่านทาง Online เพื่อให้การตรวจสุขภาพแต่ละครั้งมีความเฉพาะเจาะจง สะดวก และมั่นใจได้

แต่จากการให้บริการมาได้ 3 ปี ยังเล็งเห็นอีก Pain Point หนึ่งของคนไข้ที่ต้องไปโรงพยาบาลหลายครั้ง โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐ กล่าวคือ ครั้งแรกไปทำนัด ครั้งสองเจาะเลือด ครั้งสามฟังผลเลือดพร้อมพบแพทย์ ซึ่งการหยุดงานหลายครั้งเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้คนไข้ และญาติที่ไปด้วยขาดรายได้ หรือเสียเบี้ยขยันไป

Pain Point นี้จึงนำมาซึ่งบริการใหม่ LabMove เป็นการให้บริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล เช่น ที่บ้าน หรือคลินิกเทคนิคการแพทย์ ศูนย์บริการสุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน โดยนักเทคนิคการแพทย์ผู้มีใบประกอบวิชาชีพ ทำการจองวันเวลานัดเจาะเลือดผ่าน แอพพลิเคชั่น LabMove ซึ่งให้บริการตามมาตรฐานและการรับรองของโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญา ลดความแออัด ลดความเสี่ยง ลดเวลาในการไปโรงพยาบาล 2-3 เท่า เป็นทางเลือกให้คนไข้และญาติ เลือกใช้บริการในรูปแบบ New Normalในค่าบริการคิดตามระยะทาง เริ่มต้นเพียง 400 บาท

ดังนั้นLabMoveจึงเหมาะสำหรับผู้รับบริการ ที่ต้องมีการนัดหมายเจาะเลือดเพื่อนำไปพบแพทย์ หรือต้องการตรวจสุขภาพด้านต่างๆ แต่ไม่สะดวกในการเดินทาง และให้คุณค่ากับเวลาที่จะต้องสูญเสียจากการเดินทาง สิ่งที่คนไข้จะได้รับนอกจากไม่ต้องเดินทางไปสถานพยาบาลหลายครั้ง และไม่ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงเพื่อรอผลเลือด แต่สามารถนัดหมาย LabMove ให้มาเจาะเลือดล่วงหน้าก่อนได้เลย และไปพบแพทย์พร้อมกับผลที่ได้รับผ่านทาง Onlineคนไข้ยังไม่ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อมารอคิวเจาะเลือดที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะคนไข้ที่ต้องงดน้ำงดอาหารลดภาระของญาติที่ต้องขับรถฝ่าการจราจรในช่วงเช้ามาแย่งที่จอดรถ หรือขนย้ายคนไข้ ตรงจุดรับคนไข้รถเข็นเปลนอน ที่สำคัญประหยัดเวลา ต่อการมาโรงพยาบาลแต่ละครั้งจาก 5-6 ชั่วโมงเหลือไม่เกิน 2 ชั่วโมง

“LabMove จะเป็นตัวกลางให้บริการเจาะเลือด แก่โรงพยาบาลของรัฐ หรือเอกชนที่ต้องการเพิ่มคุณภาพการบริการด้านนี้โดยมีจุดแข็งคือเครือข่ายของนักเทคนิคการแพทย์วิชาชีพที่มีมากกว่า 150 คน และได้ทดลองให้บริการที่โรงพยาบาลภาครัฐ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพในเครือข่าย อย่างประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับ สปสช. เพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลรัฐอีกหลายๆแห่ง”

PharmaSafe

เชื่อไหมว่า Medication Errors เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของระบบการรักษาพยาบาลทั่วโลกที่หลายคนนึกไม่ถึง เพราะผู้ป่วยกว่า 40% ที่รับยาไปทานที่บ้านมีการทานยาผิดชนิด ผิดวิธี ผิดขนาด ผิดเวลา แพ้ยา ยาตีกัน และทานยาซ้ำซ้อนและยังขาดข้อมูลที่เพียงพอหรือคำแนะนำที่ถูกต้อง เมื่อผู้ป่วยต้องปฏิบัติตัวเองที่บ้านนำมาซึ่งความสูญเสียทางด้านชีวิตและงบประมาณด้านสาธารณสุขทั่วโลกมหาศาล

จักร โกศัลยวัตร CEO บริษัท วายอิง จำกัด กล่าวว่า PharmaSafe คือ Tele Medication Care Platform เป็นระบบติดตามการรักษาและแนะนำการใช้ยาผู้ป่วยที่บ้าน พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มคุณภาพการรักษาต่อเนื่อง และลดปัญหาการใช้ยาผิด(Medication Errors)ของผู้ป่วย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญอันดับต้นๆของการรักษาพยาบาลทั่วโลกระบบประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ แอพมือถือที่เป็นผู้ช่วยแนะนำการใช้ยาให้กับผู้ป่วย โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบจ่ายยาของโรงพยาบาล แสดงข้อมูลยาของผู้ป่วยอัตโนมัติ สามารถเตือนเวลาทานยาตามที่แพทย์สั่งและเตือนความเสี่ยงของการใช้ยาอัตโนมัติ โดยข้อมูลและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยที่บ้านนี้ จะถูกส่งไปยังส่วนที่ 2 คือ Dashboard รายงานผลสุขภาพ ซึ่งทางแพทย์สามารถติดตามการรักษาได้แบบ Real-Time โดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อช่วง CovidโดยปัจจุบันPharmaSafeมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับโรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพญาไท 2  โรงพยาบาลกรุงเทพ และโรงพยาบาลสมิติเวช

“เราเปิดให้บริการฟรีแก่คนไข้ ทำให้กลุ่มนี้ใช้ยาถูกชนิด ถูกวิธี ถูกเวลาทานยาตรงตามที่แพทย์สั่ง หายไว ไม่ป่วยเรื้อรังมั่นใจว่าได้รับยาที่ถูกต้อง มีข้อมูลครบถ้วนมีข้อมูลยาติดตัวตลอดเวลา เมื่อมีเหตุฉุกเฉินป้องกันความเสี่ยง ก่อนเกิดอันตรายจากยา”

สำหรับโมเดลการสร้างรายได้นั้น มาจากการคิดค่าบริการจากสถานพยาบาล โรงพยาบาล ร้านขายยา คลินิก บริษัทยา และบริษัทประกัน ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ PharmaSafe ด้วยแพลตฟอร์มที่ให้บริการจะให้ Benefit กับลูกค้าในแง่ของการเพิ่มคุณภาพการให้บริการด้านยาทางไกลขยายบริการรักษาต่อเนื่องไปสู่บ้านของผู้ป่วยเพิ่มความมีส่วนร่วมและการสื่อสารระหว่างกันในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยลดความเสี่ยงหรือความผิดพลาดในการให้บริการ

 

 

 

 

ติดตามสตาร์ทอัพไทยที่มีโซลูชั่นและบริการดีๆ ได้ใน “Startup Marketplace is Live Now” รายการที่จะช่วยสร้างช่องทางการตลาดให้กับสตาร์ทอัพไทย ในช่วงสถานการณ์วิกฤต โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA  และข้อมูลข่าวสาร ได้ที่FB Page: Startup Thailand / FB Group: Startup Thailand Marketplace

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.