7,792
VIEWS

JKN โดยการนำของ CEO แอน จักรพงษ์ ผ่าน CEO Branding “เพราะตัวตนของ CEO คือ Branding ขององค์กร”

Oct 01, 2020 -None-

นาทีนี้คงไม่มีสตรีข้ามเพศคนไหนฮอตไปกว่า “แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ในฐานะสตรีข้ามเพศที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมคอนเทนต์เอเชีย และยังเป็นสตรีข้ามเพศที่รวยที่สุดในเอเชีย และเป็นอันดับ 3 ของโลก

ปลุกปั้นจากร้านขายวิดีโอเล็กๆ สู่การเป็นเจ้าแม่คอนเทนต์รายใหญ่ ซึ่งในปัจจุบัน JKN เป็นเจ้าเดียวในไทยที่มีโกลบอลคอนเทนต์มากที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก กระทั่งก้าวเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อ 3 ปีก่อน และปีนี้กำลังจะสร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง ด้วยการย้ายเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อขยายอาณาจักร JKN จากมูลค่าพันล้านสู่หมื่นล้าน ด้วยวิสัยทัศน์ในการบริหารงานที่มองขาด มองไกล และตัดสินใจได้อย่างแหลมคมของ “แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” และเธอย้ำว่าความสำเร็จมาจากกุญแจสำคัญ นั่นคือ CEO Branding

“ตัวตนของ CEO คือ Branding ขององค์กร ดังนั้นการสร้าง CEO Branding ให้ยั่งยืน ต้องสร้างความต่าง ซึ่งมาจากความกล้าคิด กล้าฉีกแสดงตัวตนในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ เหมือนกับดักแด้ที่กลายเป็นผีเสื้อโบยบินไปสู่อิสรภาพได้” ด้วยวิธีคิดดังกล่าว จึงทำให้เธอกลายเป็น CEO Branding ที่นอกจากจะทำให้ผู้บริโภคจดจำตัวตนที่แท้จริงของเธอแล้วยัง Represent ไปยังองค์กรให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

“ทุกคนจะเห็นแอนในหลายบทบาทที่มีความต่าง และแปลกใหม่ไม่ได้อยู่ในขนบเดิมๆ เพราะแอนคิดเสมอว่า จะทำอะไรก็แล้วแต่คุณต้องแน่ใจได้ว่า สิ่งที่ทำนั้นแตกต่างอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้คนจดจำ ดังนั้นสิ่งที่ CEO ทำหรือกล้าที่จะเป็นตัวเอง จึงกลายเป็นผลงานขององค์กรไปในตัว และทำให้เกิด Talk of the Town ตามมา ยิ่งทำก็ยิ่งสร้างความไว้วางใจให้กับคู่ค้า และความมั่นใจให้ผู้บริโภค จนกลายมาเป็นแบรนดิ้งของคนทั้งประเทศ และเป็นการสร้าง Credibility ของตัวเองไปเรื่อยๆ ให้ถึงความสำเร็จ บางครั้งอาจจะมีความหวือหวาบ้างจนกลายเป็น  Talk of the Town แต่นั่นแหละ คือวิธีที่ทำให้คนจดจำแบรนด์ว่า JKN คือใคร และเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้แบรนด์ JKN แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ”

Trendsetter

สูตรแห่งความสำเร็จของ “แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ในวันนี้ไม่ได้เกิดมาจากสูตรสำเร็จแบบ Shortcut หากเป็นหัวใจของนักสู้ที่กล้าลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ๆ ที่คนอื่นยังไม่เคยทำ

เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูกิจการครอบครัวในรุ่นพ่อแม่ที่เปิดร้านขายวิดีโอย่านบางแค แม้ธุรกิจจะเฟื่องฟูในยุคนั้นก็จริง แต่เมื่อคุณแอนจบการศึกษากลับมาจากประเทศออสเตรเลียกลับมองเห็นเทรนด์ที่เปลี่ยนไป ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไม่หยุดนิ่ง ทำให้วิดีโอกลายเป็นสินค้าขาลง และกำลังถูกแทนที่ด้วยวีซีดี ดีวีดี และบลูเรย์

เมื่อเห็นแนวโน้มของวีซีดี ดีวีดี และบลูเรย์ แผ่นสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัดกว่าที่กำลังเติบโตขึ้นสวนทางกับม้วนวิดีโอ เธอจึงเริ่มซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศมาผลิตเป็นวีซีดี และดีวีดีออกจำหน่าย โดยมี Walking with Dinosaur :ไดโนเสาร์อาณาจักรอัศจรรย์ เป็นสารคดีเรื่องแรกที่ผลิตขายสร้างความต่างจากตลาด

“ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า เราจะมีอิสรภาพทางการเงินได้อย่างไร ถ้าเราไม่มีความต่าง หากยังเป็นแค่ร้านวิดีโออยู่แบบนี้คงไม่สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจต่อจากรุ่นพ่อได้แล้วสาเหตุที่เลือกซื้อสารคดีชุดนี้ก็มาจากการดูสารคดีบีบีซี(BBC) เยอะเพื่อนำไปทำเป็นวิทยานิพนธ์สมัยเรียนอยู่ในคณะรัฐศาสตร์ ประเทศออสเตรเลีย ทำให้เรารู้ว่าสารคดีแบบไหนที่ควรนำมาขายในเมืองไทยอีกอย่างหนึ่งลิขสิทธิ์สารคดีสมัยนั้นราคาไม่แพงมากนัก แต่พอนำมาผลิตเป็นวีซีดี และดีวีดี กลับไม่มีใครซื้อเลย ทั้งๆ ที่ P-Product ดี ส่วน P-Place ก็ทั่วถึง เพราะวางขายทั้งร้านวิดีโอซึทาญ่า บล็อกบลัสเตอร์ ร้านขายวิดีโอทั่วไป และโมเดิร์นเทรด”

“ถ้าไม่ได้ก็ย้ายตลาด” เป็นกฎข้อแรกในการทำธุรกิจของคุณแอน โดยตัดสินใจนำสินค้ามาจำหน่ายในช่องทางโฮมช้อปปิ้ง และกฎนี้ก็พิสูจน์ความสำเร็จได้จากยอดขาย 1 ล้านแผ่นภายในระยะเวลา 3-4 เดือน ทำรายได้กว่า 10 ล้านบาท จากนั้นคุณแอน ไม่รอช้าที่จะเหมาซื้อลิขสิทธิ์สารคดีบีบีซีมาหมดทั้งชุด และวางตำแหน่งตัวเองเป็น Sole Distributor จำหน่ายลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ตามด้วยการซื้อลิขสิทธิ์รายการสารคดีจาก National Geographic, Discovery Channel  และ History Channel เพื่อผลิตเป็นวีซีดี และดีวีดี

แต่การแข่งขันที่รุนแรงของตลาดวีซีดี และดีวีดีจากผู้ผลิตหลายเจ้ายังไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ ส่งผลให้สินค้าคงคลังล้นโกดัง ยิ่งทำยิ่งขาดทุน

“คำถามเดิมเริ่มกลับมาว่า ธุรกิจจะเติบโตได้อย่างไร ถ้าเรายังอยู่ในตลาดเดิม เพราะวีซีดี และดีวีดีนับวันจะล้าสมัยไปเรื่อยๆ ไม่ต่างไปจากม้วนวิดีโอ”

“เปลี่ยนแนวคิด” เป็นกฎการทำธุรกิจข้อต่อมา เพราะเธอเชื่อมั่นว่าตลาดมันไม่ได้มีแค่นี้ แม้จะยังคิดไม่ออกว่าคืออะไร แต่สัญชาตญาณบอกว่าถ้าไม่หยุดฝันสักวันต้องทำได้ นี่จึงเป็นสาเหตุของการเดิน ทางทั่วโลกเพื่อเข้าฟังสัมมนาจากกูรูชื่อดัง เพื่อเก็บรายละเอียดความรู้ และแรงบันดาลใจ กระทั่งตกผลึกได้ว่าธุรกิจที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ธุรกิจที่ว่าด้วยวีซีดี ดีวีดี บลูเรย์ หรือม้วนวิดีโอ แต่กลับเป็นสิ่งที่อยู่ภายในนั้นต่างหาก และเรียกว่า “คอนเทนต์”

Content is King ไม่พอ

แต่ต้องเพิ่มมูลค่าให้กับคอนเทนต์

ปี 2548 ธุรกิจบริหารคอนเทนต์จึงถือกำเนิดขึ้น ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ภาพยนตร์ และซีรีส์ฮอลลีวู้ด และสารคดี เพื่อจัดจำหน่ายให้กับบริษัทธุรกิจบันเทิง อย่างร้านแมงป่อง ร้านซึทาญ่า รวมถึงร้านอิมเมจิ้น ของ GMM Grammy ซึ่งต่อมาได้มีโอกาสร่วมทุนเปิดบริษัทร่วมกันเพื่อดำเนินธุรกิจช่องรายการทีวีดาวเทียม JKN (ภายหลัง JKN ได้ซื้อบริษัทกลับคืนจาก GMM Grammy)

ปัจจุบัน JKN มีลิขสิทธิ์คอนเทนต์คุณภาพระดับโลกมากถึง 8 กลุ่ม เช่น ซีรีส์ Hollywood ซีรีส์อินเดีย และซีรีส์ฟิลิปปินส์ ครอบคลุมทุกช่องทางจำหน่าย ได้แก่ ทีวีดิจิทัล, เคเบิลทีวี-ทีวีดาวเทียม, แผ่นดีวีดี-บลูเรย์, วิดีโอออนดีมานด์, เมอร์แชนไดส์ และสื่อสิ่งพิมพ์ นอกจากนี้ยังเป็นผู้บริหารคอนเทนต์ละครไทยจากช่อง 3 ไปจำหน่ายกว่า 20 ประเทศ ทั่วโลก

อย่างที่ทราบดีว่า Content is King คอนเทนต์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่สิ่งที่คุณแอน ทำมากไปกว่านั้นคือเพิ่มมูลค่าคอนเทนต์ที่มีต้นทุนดีอยู่แล้วให้เพิ่มขึ้นไปหลายเท่าตัวจนคอนเทนต์นั้นประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว และยกระดับให้ JKN เติบโตอย่างก้าวกระโดด 

ซีรีส์อินเดียถือเป็นกรณีศึกษาชั้นดีของการเพิ่มมูลค่าสินค้า และทำให้ JKN เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ในฐานะผู้ปลุกกระแสซีรีส์อินเดียให้ฮิตติดตลาดคนไทยจนได้ฉายา “เจ้าแม่ภารตะพันล้าน” ด้วยกลยุทธ์ Superstar Marketing กล่าวคือ JKN ไม่ได้ทำตัวเป็นแค่เอเย่นต์หรือตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น แต่วางตำแหน่งเป็นบริษัทบริหารจัดการและจัดจำหน่ายคอนเทนต์ ด้วยการนำคอนเทนต์ต่างประเทศมา Localize ให้ถูกจริตกับคนไทย

จากประสบการณ์ที่อยู่กับคอนเทนต์มาตลอดชีวิต ทำให้คุณแอนเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคคนไทย ดังนั้นซีรีส์อินเดียที่เข้ามาจะไม่ใช่แค่พากย์ให้เป็นภาษาไทยเท่านั้น แต่ต้องผ่านกระบวนการTransform ทั้งหมด เรียกได้ว่าเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่ ตั้งแต่การแปล เกลาบทให้เข้ากับบริบทของไทยออกแบบโปสเตอร์จัดให้มีเพลงละครภาษาไทยที่ร้องโดยนักร้องแถวหน้า และสร้างแบรนด์ผ่านกิจกรรมทางการตลาดในงาน JKN Mega Showcase ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปี โดยภายในงานจะมีทั้งคอนเสิร์ตและโชว์ทีมนักแสดงทั่วฟ้าเมืองไทย และศิลปินอินเดีย ฟิลิปปินส์ เพื่อสร้างกลุ่มแฟนคลับให้มี Engagement กับคอนเทนต์อย่างเหนียวแน่น

เช่นเดียวกันกับการนำคอนเทนต์ไทยส่งออกไปขายต่างประเทศก็ต้องนำมาผ่านกระบวนการเพื่อให้คอนเทนต์เป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยการนำละครความยาวขนาด 3,000-4,000 ชั่วโมง นำมาเขียนสคริปต์เป็นภาษาไทยก่อน จากนั้นจึงทำเป็น Time Code นำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ตรงตามที่ตัวละครพูด เพื่อให้ประเทศที่ซื้อลิขสิทธิ์นำไปพากย์เสียงเองอีกที และยังนำทีมนักแสดงไปโชว์ตัวในงาน Content Expo ต่างประเทศ

“คอนเทนต์ดีๆ อยู่ในมือ JKN มานานมากแล้วเกือบ 20 ปี มาจากการที่เรามองการณ์ไกล เอาตุ่มไปรองก่อนฝนจะตก อย่ารอให้ฝนตกก่อนแล้วค่อยปั้นตุ่ม ส่วนเคล็ดลับการถอดรหัสว่าคอนเทนต์ไหนจะได้รับความนิยม เราต้องคิดก่อนล่วงหน้า เหมือนกับเราเปิดร้านอาหาร ก่อนจะทำอาหารให้อร่อยมากแล้วคนเสพติด ต้องฝึกทำจนกระทะทะลุมาแล้ว หมายความว่า เราต้องทำให้เกิดความชำนาญ ทำซ้ำๆ ไม่หยุด หาจุดที่ลงตัว หาจุดแข็งของเราให้ได้ จนลูกค้าเสพติด เหมือน JKN ที่เราขายสิ่งเสพติดทางสายตา ให้คนดูพึงพอใจและกลับมาใช้บริการใหม่ อย่างซีรีส์อินเดีย มันเป็นวัฒนธรรมบ้านเรา เรานับถือศาสนาพุทธ การแต่งชุดไทยมาจากส่าหรี และเครื่องเทศที่นำมาปรุงอาหารไทย แม้กระทั่งชื่อไทยก็มาจากภาษาสันสกฤต รามเกียรติ์ก็มาจากอินเดีย นั่นหมายความว่า อินเดียฝังลึกในรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทย เราก็เอารากเหง้าของเรามาฉายทางทีวี”

นอกจากนี้ การเบนเข็มมาเป็นนักค้าคอนเทนต์อย่างเต็มตัว ยังเป็นการเลือกเส้นทางการเติบโตที่ยั่งยืน เพราะแม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาสร้างแพลตฟอร์มการดูในช่องทางใหม่ๆ คอนเทนต์ก็ไม่ได้รับผล กระทบ

“ในโลกธุรกิจคอนเทนต์ เป็นธุรกิจที่ไม่มีวันตาย ยิ่งมีแพลตฟอร์มมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราเติบโตมากขึ้นเท่านั้น เพราะเราสามารถนำคอนเทนต์มาถ่ายทอดลงไปในแพลตฟอร์มไหนก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องมีคอนเทนต์ที่ดี ซึ่ง JKN มีความได้เปรียบ และเป็นจุดแข็งของเรา เพราะมีเราสายสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้าเจ้าของคอนเทนต์มานานหลายสิบปีแล้ว แต่ละปีเราจะเดินสายไปตามงาน Content Expo และสถานีโทรทัศน์ต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเพื่อไปเข้าใจตลาดในแต่ละพื้นที่ด้วย”

จาก mai สู่ SET

ด้วยเวลาเพียงไม่นานนักหลังเข้าตลาด  mai ในปี 2560 ปีนี้ JKN กำลังจะย้ายเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET 

โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจบริหารลิขสิทธิ์คอนเทนต์ประเภทซีรีส์อินเดีย ฟิลิปปินส์ และสารคดีแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเข้ามาฉายในประเทศผ่านทุกแพลตฟอร์ม ทั้งช่องทางทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียม และวิดีโอออนดีมานด์ (VOD) และเป็นตัวแทนจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไทยไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ผู้ค้า CONTENT สู่ CONSUMER PRODUCTS

ธุรกิจใหม่ที่ คุณแอน จักรพงษ์ ได้ลงทุนส่วนตัว คือ JKN Global Living Network และ JKN Landmark และมีแผนว่าหลังจากเข้าSET สำเร็จแล้ว ก็จะเข้ามาเติมเต็มกลุ่ม JKN ให้กลายเป็นอาณาจักรหมื่นล้าน

JKN Global Living Network ดำเนินธุรกิจจำหน่ายเครื่องสำอาง สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคผลิตภัณฑ์ความงามตัวแรกคือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงผิวเพื่อผิวสวย C-TRIA (ซี-เทรีย) by Anne Jakrajutatip ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จะช่วยเปล่งประกายให้เป็นคุณคนใหม่กับผิวสุขภาพดี สูตรลับฉบับนางพญาของ แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ พร้อมคืนความนุ่มชุ่มชื้นคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณภายใน 14 วัน จากการทดลองและพิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้วกว่า 1 ปีพร้อมเปิดตัวหนังโฆษณาด้วยการนั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ครั้งแรก เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในสินค้าคุณภาพอย่างซีเทรียและแผนการตลาดออนไลน์จะมีโค-พรีเซ็นเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์มากมายแบบว้าวและเซอร์ไพรส์สไตล์ตัวตนของเธอ คิดแล้วต้องลงมือทำเลยมุ่งมั่นตั้งใจไม่ไร้สาระ เพราะไม่ดีจริง แอน จักรพงษ์ ไม่ทำขาย อยากมีผิวออร่าขาวใสเปล่งประกายความสวยดุจนางพญาผีเสื้อเหมือน “แอน จักรพงษ์” ต้องซีเทรีย หาซื้อได้ง่ายที่JKN Shopping ทุกช่องทางทานได้ทุกเพศอายุ 18 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ยังจะมีสินค้าตามมาเร็วๆ นี้ อาทิ น้ำมันปลา วิตามินรวม น้ำหอมและโลชั่น Instinct by Anne Jakrajutatip, Energy Drink และผลิตภัณฑ์ปลูกผม บำรุงรากผมให้แข็งแรง ซึ่งจะตามมาเร็วๆ นี้ ทั้งหมดเข้ามาเจาะตลาดกลุ่มทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และกลุ่ม LGBTQ

อีกหนึ่งธุรกิจภายใต้การลงทุนของ JKN Landmark คอมมูนิตี้มอลล์ River King Village ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 2,500 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้ บริการได้ในปี 2564

Content Driven Business

สำหรับการต่อยอดใน 2 ธุรกิจใหม่นี้ คุณแอน กล่าวว่า ขยายมาจาก Content Base ซึ่งเป็น Core Business ของ JKN ซึ่งมีรากฐานที่แข็งแรงอยู่แล้ว

“เราเป็นนักค้าคอนเทนต์ ดังนั้นเวลาที่เราจะขยายธุรกิจใหม่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหน เราต้องตอกเสา เข็มธุรกิจคอนเทนต์ให้แข็งแรงมั่นคงที่สุดก่อนที่จะสยายปีก มันต้องเกิดมาจากการที่เราตกผลึกว่า เราเก่งเรื่องอะไร ถ้าเราเก่งเรื่องคอนเทนต์ เราก็ทำคอนเทนต์ของเราให้ประสบความสำเร็จ จากนั้นจึงนำมาต่อยอด โดยเฉพาะ River King บนพื้นที่ 15 ไร่ ริมถนนศาลายา เป็นการนำคอนเทนต์สยามรามเกียรติ์มาสร้างให้เป็นจุดขาย โดยนำแนวคิดเรื่องป่าหิมพานต์มาเป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบ และตกแต่งตัวอาคาร เพื่อตอกย้ำการเป็นเจ้าแห่งคอนเทนต์

“การทำธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์จำเป็นจะต้องเปิดแบบมีคอนเซ็ปต์ โดยชูจุดเด่นให้ลูกค้ารู้ว่า เขาจะมาที่นี่ทำไม มาแล้วทำอะไร อย่างการที่เรานำหิมพานต์มาเป็นคอนเซ็ปต์คอมมูนิตี้มอลล์ River King เรามองว่า เมื่อคนดูเสพสื่อในละครแล้ว ย่อมอยากเห็นของจริงว่าเป็นยังไง เราจึงเน้นรายละเอียดในการก่อสร้าง และสรรค์สร้างศิลปะประติมากรรมตัวละครร้อยกว่าตัวที่อยู่ในป่าหิมพานต์โดยช่างสิบหมู่จากกรมศิลปากร”

Rising Star

คุณแอน กล่าวว่า JKN Global Living Network และคอมมูนิตี้มอลล์ River King เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพที่จะสร้างการเติบโตให้กับ กลุ่ม JKN ต่อไปในอนาคต

เนื่องจากJKN Global Living Network เป็นการเจาะเข้าไปในตลาดคอนซูเมอร์ ด้วยสินค้าที่มีนวัตกรรมวางจำหน่ายตามช่องทางทั่วไป รวมถึงคิง เพาเวอร์ทุกสาขา และยังเป็นแบรนด์แรกที่เจาะตลาด LGBTQ อย่างไรก็ดี จากการเป็นนักลงทุนในรายการ Shark Tank Thailand Season 2 ของคุณแอน และได้ลงทุนซื้อธุรกิจหลายสิบล้านบาทจากผู้ประกอบการผ่านรายการดังกล่าว ก็จะถูกนำมาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัทในเครือ และในอนาคตตั้งเป้าที่จะนำ JKN Global Living Network เข้าสู่ตลาดหุ้น

ส่วน River King จัดเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่ตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ และด้วยคอนเซ็ปต์ Signature Building ที่แตกต่าง จะเป็น Landmark ให้ลูกค้ามาใช้ชีวิตที่นี่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะประกอบไปด้วยCo-Working Space ช้อปปิ้งมอลล์ ปั๊มน้ำมัน Drive Thru ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฟิตเนส และสปา ซึ่งจะทำให้ JKN มีรายรับตลอด 24 ชั่วโมงด้วย ซึ่งคาดว่ากลุ่มธุรกิจใหม่จะสร้างรายได้รวมเป็นมูลค่า 5,000-7,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี

CEO Branding

แต่ละปี JKN Global Media มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จากปี 2557 มีรายได้รวม 304 ล้านบาท ปี 2558 มีรายได้ 457 ล้านบาท ปี 2559 รายได้ 846 ล้านบาท ปี 2560 รายได้ 1,155 ล้านบาท ปี 2561 รายได้ 1,422 ล้านบาท ปี 2562 รายได้ 1,700 ล้านบาท และปี 2563 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 2,000 ล้านบาท รวมมูลค่าธุรกิจในเครือ 10,000 ล้านบาท กลายเป็นสตรีข้ามเพศหนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ไทยที่พาให้องค์กรมาได้ไกลขนาดนี้

“การเติบโตทางธุรกิจต่อเนื่องทุกปีของเรา เป็นการยืนยันวิสัยทัศน์ว่าเรามาถูกทาง ซึ่งตัวจุดประกายความสำเร็จที่ทำให้มาถึงทุกวันนี้ ต้องบอกว่ามาจากการสร้างแบรนด์ที่ไม่เคยมีมาก่อน และเป็น CEO Branding จากตัวตนของเรา โดยเราไม่กลัวที่จะเป็นตัวเอง กล้าบุกลุย ด้วยความมุ่งมั่น วางแผนจิ๊กซอว์ชีวิตที่ดี กลายเป็นแบรนดิ้ง แอน-จักรพงษ์ ที่ไม่เหมือนใครในโลก จะเห็นได้ว่า 2 อย่างที่ไม่เปลี่ยนและไม่คิดเปลี่ยนคือ ชื่อจริงและน้ำเสียงเพื่อต้องการวางเอกลักษณ์ตัวเองให้เป็นแบรนดิ้งของเรา และบอกกับคนทั้งโลกว่าเราเป็นสตรีข้ามเพศ”

คุณแอน กล่าวว่า CEO Branding ที่ดีจะต้องเป็นแบรนด์ที่แสดงในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ และมีอิสรภาพในการสร้างแบรนด์ เหมือนกับดักแด้ที่กลายเป็นผีเสื้อโบยบินไปสู่อิสรภาพได้ และการสร้าง CEO Branding ให้ยั่งยืน ต้องสร้างความต่าง ซึ่งมาจากความกล้าคิด กล้าทำ

“ถ้ามีอย่างนี้แล้วไม่ว่าจะเด็ก หรือแก่แค่ไหน หรือแม้กระทั่งเป็นเพศอะไรก็ประสบความสำเร็จได้ อย่างธุรกิจต่างๆ ของ JKN จะเห็นได้เลยว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่แบรนด์ของแอน-จักรพงษ์ จะมีความชัดเจน และไม่กลัวที่จะต่าง”

ยิ่งในยุค Disruption ยิ่งต้องก้าวข้ามออกจาก Comfort Zone ให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความต่างให้เร็วกว่าคนอื่น

“วันนี้เราเห็นแล้วว่า กระแส Disruption เป็นระลอกคลื่นใหญ่ที่ซัดผู้ประกอบการหลายคนหายไปจากตลาด ดังนั้นวิธีที่จะรอดจาก Disruption ได้ เราต้องล้ำนำคนอื่น ไม่งั้นไม่รอด คัมภีร์ของการทำธุรกิจในยุคนี้มี 3 ข้อ ข้อแรกอย่าโลภ ทำธุรกิจอยู่บนพื้นฐานของคำว่าพอดี มีเหตุผล สองอย่าฝืน ถ้าไม่ได้ต้องย้ายตลาด เพราะการฝืนในสิ่งที่ไม่ใช่ยิ่งทำให้เราเจ็บตัว เหมือนอย่างที่เรายอมปิดร้านวิดีโอเพื่อมาขายคอนเทนต์ และสุดท้าย คือลดความเสี่ยง หรือเสี่ยงในระดับที่ควรเสี่ยงการผ่านศึกษาความเสี่ยงของตัวเอง ก็จะทำให้เราสามารถลดความเสี่ยงได้”

ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด จงมีความเชื่อมั่น อย่าหยุดฝัน เหมือนคติที่คุณแอนยึดมั่นมาตลอด

“Everything is possible when you believe in yourself”

“JKN” จาก mai สู่ SET

จาก 1,000 ล้านสู่ 10,000 ล้าน

ปี 2556

-  ก่อตั้งบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด ดำเนินธุรกิจ Content Management

- ผลิตและเผยแพร่สารคดี My King ในหลวงของเรา ร่วมกับ National Geographic

ปี 2559

- ร่วมกับ National Geographic ผลิตสารคดี My Queen พระราชินีของเรา

- เริ่มจัดงาน JKN Mega Showcase ครั้งแรก

ปี 2560

-เข้าตลาดหลักทรัพย์ mai

ปี 2561

- จับมือช่อง 3 นำคอนเทนต์ละครไทยไปจำหน่ายต่างประเทศ

- ก่อตั้งมูลนิธิข้ามเพศบันดาลใจ (Life Inspired For Transsexuals Foundation: LIFT)

ปี 2562

- รับรางวัล “Asia Media Woman of the Year 2019” ในงาน Content Asia Summit 2019 ประเทศสิงคโปร์

- เป็นผู้หญิงข้ามเพศที่รวยที่สุดในเอเชีย และรวยเป็นอันดับ 3 ของโลกจากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes

ปี 2563

- ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารForbes ให้เป็น 1 ใน 19 บริษัทไทยที่ติดอันดับ 200 บริษัทมหาชนรายได้ต่ำกว่าพันล้าน (ดอลลาร์สหรัฐ) ที่ดีที่สุดในเอเชียประจำปี 2020 "Asia's 200 Best Under a Billion List in 2020"

- เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp