ความยั่งยืนแบบ “เต็ดตรา แพ้ค” ต้อง Low Carbon Economy

Sep 17, 2020 P.Narata

“เศรษฐกิจหมุนเวียนแบบคาร์บอนต่ำ” หรือ Low Carbon Economy ยังคงเป็นเทรนด์ และแนวทางสำคัญในการดำเนินธุรกิจเพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อนแบบยั่งยืน ที่องค์กรธุรกิจทั่วโลกต่างให้ความสนใจ ภายใต้กระบวนการจัด การที่ไม่ใช่เพียงแค่การรีไซเคิล หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ แต่ยังต้องมองกว้าง และลึกลงไปทั้งระบบ

ตั้งแต่การนำทรัพยากรมาใช้ ขั้นตอนการผลิต ไปจนถึงปลายทาง โดยคำนึงถึงผลกระทบจากคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมาในแต่ละจุดที่ต้องอยู่ในระดับที่ต่ำ พร้อมการสร้างประโยชน์สูงสุดในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

เต็ดตรา แพ้ค คือ ตัวอย่างหนึ่งขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ “เศรษฐกิจหมุนเวียนแบบคาร์บอนต่ำ” และมีความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งระบบให้มากที่สุด โดยมองลึกไปถึงกลยุทธ์ในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศในทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต จัดส่งถึงมือผู้บริโภค ไปจนถึงการจัดการกับขยะเหลือทิ้ง ไม่ใช่แค่การออกแบบให้ผลิตภัณฑ์สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่เท่านั้น

 

Low Carbon Economy

เต็ดตรา แพ้ค มีการดำเนินงานแบบคาร์บอนต่ำด้วยการใช้หลักการผลิตระดับโลก ทำให้การดำเนินงานของโรง งาน และสำนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลดการใช้พลังงาน น้ำ และลดปริมาณของเสีย ขณะเดียวกันก็มองถึงอนาคต การค้นหาวิธีการจัดการ และผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เช่น เพิ่มการใช้พลังงานทดแทน เนื่องจากเศรษฐกิจหมุน เวียนแบบคาร์บอนต่ำจะขึ้นอยู่กับพลังงานทดแทน และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูง

ภายใต้พันธสัญญา RE100 ขอกลุ่มผู้ระกอบการธุรกิจเอกชนชั้นนำของโลก นำโดยเดอะไคลเมทกรุ๊ป (The Climate ​​Group) เต็ดตร้า แพ้ค ตั้งเป้าหมายจะมีการใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนในการผลิตทั่วโลกแบบ 100% ภายในปี 2030 เพื่อจัดหาแหล่งพลังงานทดแทน 100% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 42% ไปพร้อมกัน

เศรษฐกิจหมุนเวียนแบบคาร์บอนต่ำ ยังเชื่อมโยงไปถึงปัญหา “ขยะเหลือทิ้งจากอาหาร” ที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติระบุว่า เศษอาหารที่เหลือคิดเป็น 8% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นหนึ่งในต้นทุนทางการเงินของธุรกิจ ดังนั้นในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบคาร์บอนต่ำจะต้องใช้ต้นทุนนี้ให้น้อยที่สุด

เต็ดตรา แพ้ค จึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ และอุปกรณ์เครื่องจักรในกระบวนการผลิตและบรรจุเพื่อลดการสูญเสีย ของอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อทำให้อาหารปลอดภัย และมีพร้อมสำหรับการบริโภคในทุกที่ 

รวมถึงเรื่อง “ลอจิสติกส์แบบคาร์บอนต่ำ” ที่เต็ดตรา แพ้ค มีบรรจุภัณฑ์นวัตกรรมอย่างกล่องรุ่น Tetra Recart® สำหรับบรรจุอาหารในกล่องสี่เหลี่ยมที่มีน้ำหนักเบา ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนกล่องในแต่ละเที่ยวรถขนส่งได้มากกว่า 10 - 20%  และช่วยลดผลกระทบต่อสภาพอากาศโดยรวมให้ต่ำกว่าวัสดุประเภทเหล็ก หรือแก้ว ได้ถึง 5 เท่า

 

มุ่งหาวัตถุดิบทดแทนได้

หนึ่งในนโยบายสำคัญของเต็ดตรา แพ้ค คือการสนับสนุนการใช้ทรัพยากร หรือวัตถุดิบทดแทนได้ เพราะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบคาร์บอนต่ำ โดยเต็ดตรา แพ้ค ได้ทำงานร่วมกับ Forest Stewardship Council™ (FSC™) มาโดยตลอด ซึ่งกล่องเครื่องดื่มของเต็ดตรา แพ้ค ทั่วโลกและประเทศไทยเกือบทั้งหมดติดฉลาก FSC เพื่อแสดงการรับรองมาตรฐานสูงสุดของโลกในด้านการบริหารจัดการป่าไม้

นอกจากนี้ ยังมีการวางรากฐานกระบวนการรีไซเคิลที่เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบคาร์บอนต่ำ ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อลดของเสียและเก็บวัสดุไว้ใช้ประโยชน์ได้นานขึ้น ซึ่งกล่องเครื่องดื่มของเต็ดตรา แพ้ค สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้โดยเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้หลากหลาย มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อจัดเก็บ คัดแยก และรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม

สำหรับประเทศไทย มีการรณรงค์นำกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วไปผลิตเป็นแผ่นหลังคา ผ่านโครงการหลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ที่ได้ดำเนินการมากว่า 10 ปีแล้ว และยังมีโครงการรีไซเคิลกล่องนมโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร และโครงการกล่องยูเอชทีรีไซเคิลได้ ที่เต็ดตรา แพ้ค ได้ร่วมกับบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์รายอื่น โรงงานรีไซเคิล และหน่วยงานท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง

โดยปัจจุบัน ทั่วโลกมีการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มไปแล้วกว่า 1 ล้านตันต่อปี

 

สุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันกล่องกระดาษของเต็ดตรา แพ้ค ประกอบด้วยวัตถุดิบ 3 ส่วนหลัก คือ กระดาษที่มีสัดส่วนประมาณ 71% พีอี 24% และอีก 5% เป็นอะลูมิเนียมฟอยล์ 

“วันนี้กล่องยูเอชทีมีการใช้วัตถุดิบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติยังไม่ถึง 100% เพราะยังมีการใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่เราพยายามจะหาวัตถุดิบที่จะมาใช้แทนอะลูมิเนียมฟอยล์ เพื่ออนาคตอันใกล้เราจะสามารถเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของเราให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากวัตถุดิบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ 100% 

ถ้าดูตามโรดแม็บในปี 2015 ได้มีการลอนช์แพ็กเกจที่เป็น 100% จากวัตถุดิบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตัวนั้นเป็นแพ็กเกจของพาสเจอร์ไรส์ เนื่องจากเป็นแพ็กเกจที่ไม่มีอะลูมิเนียมฟอยล์ ตัวพีอีเราได้ทำขึ้นมาแล้ว เป็นไบโอเบสพีอีที่ทำมาจากชานอ้อย ซึ่งลูกค้าบางรายได้เริ่มใช้บ้างแล้ว โดยในปี 2022 จะเริ่มมีการทดลองใช้วัสดุที่นำมาทดแทนอลูมิเนียมฟอยล์ก่อนนำมาใช้จริงในเชิงพาณิชย์”

เปิดรายงานความยั่งยืนล่าสุด

เต็ดตรา แพ้ค ได้มีการเปิดเผยข้อมูลรายงานความยั่งยืนล่าสุด ภายใต้แนวคิด “การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้จริง” ที่เผยถึงความก้าวหน้าในขั้นตอนการดำเนินงานของบริษัทในปัจจุบัน เน้นย้ำถึงแนวทางสู่ความยั่งยืนที่ครอบคลุมห่วงโซ่มูลค่าทั้งหมดของบริษัท

รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความเชื่อมโยงกันของประเด็นในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความท้าทายด้านเศรษฐกิจในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น

เต็ดตรา แพ้ค ได้นำแนวคิดการปกป้องอาหาร ผู้คน และอนาคต มาเป็นหัวข้อหลักในการรายงานความยั่งยืน ซึ่งตอกย้ำถึงคำมั่นสัญญาของบริษัทที่ว่า “ปกป้องทุกคุณค่า” โดยนำมาอ้างอิงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals: SDGs) เพื่อจัดลำดับโครงการด้านความยั่งยืนที่สัมพันธ์กับเป้า หมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติดังกล่าวไว้ในแต่ละหัวข้อ

ความมุ่งมั่นในการปกป้องอาหารของเต็ดตรา แพ้ค ผนวกรวมอยู่ในวิสัยทัศน์ของบริษัท นั่นคือ การทำให้อาหารปลอดภัยและมีอยู่พร้อมสำหรับการบริโภคในทุกๆ ที่ทั่วโลก จากการทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรโดยใช้โซลูชั่นการผลิตและบรรจุ รวมถึงบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารที่เป็นนวัตกรรมชั้นนำในตลาด ทำให้บริษัทสามารถสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติตามเป้าหมายที่ 2 และ 12 

โดยมีการส่งเสริมทั้ง 2 เป้าหมายนี้ ด้วยการสร้างห่วงโซ่มูลค่าที่ยั่งยืน อาทิ การมีส่วนร่วมในโครงการนมโรงเรียน ผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้แก่เด็ก 68 ล้านคน ในกว่า 56 ประเทศ และโครงการศูนย์รวบรวมนม (Dairy Hub) ที่ทำหน้าที่รับนม 389,470 ลิตร ทุกวันจากเกษตรกรโคนมรายย่อยในโครงการ

บริษัทปกป้องและเพิ่มพูนทักษะพนักงานเพื่อส่งเสริมการเติบโตและการพัฒนาของบุคลากรทุกคน ผลักดันให้เกิดความหลากหลายของพนักงานและวัฒนธรรมร่วม ตัวอย่าง เช่น ผู้บริหารระดับสูงที่เป็นผู้หญิงเพิ่มขึ้น 14% และลดการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดทำงานในพื้นที่การปฏิบัติงานลงถึง 8% ซึ่งล้วนเป็นการส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติที่ 4, 5 และ 8 อีกทั้งยังสนับสนุนชุมชนในท้องถิ่น รวมถึงสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่มูลค่าอย่างรับผิด ชอบเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนและแรงงาน 

เติมเต็มวงจรสู่ความยั่งยืน

เต็ดตร้า แพ้ค มีแนวทางการดำเนินงานแบบคาร์บอนต่ำที่ผสมผสานกันเพื่อการหมุนเวียนทรัพยากร รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบที่เหมาะสม การออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการรีไซเคิลและลดขยะเหลือทิ้ง และการสร้างพันธมิตรเพื่อพัฒนาการจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการรีไซเคิลทั่วโลก

 

โดยมีแนวทางแบบองค์รวมเพื่อการหมุนเวียนทรัพยากร 3 ด้าน คือ

วัตถุดิบ เป้าหมาย คือการใช้วัตถุดิบที่ทดแทนได้จากพืชให้มากที่สุดในกล่องบรรจุภัณฑ์ รวมถึงกระดาษซึ่งเป็นส่วนประกอบมากกว่า 70% ของกล่อง และวัสดุจากพืชทดแทนโพลิเมอร์จากฟอสซิลที่นามาทาฝา และวัสดุเคลือบผิว

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ด้วยวิสัยทัศน์ของบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตในอุดมคติ คือกล่องเครื่องดื่มที่ใช้ทรัพยากรทดแทนได้ทั้งหมด และนำกลับมารีไซเคิลได้

การรวบรวมและรีไซเคิล เต็ดตร้า แพ้ค มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการจัดเก็บและการรีไซเคิลมาเป็นเวลาหลายปี มีการลงทุนไปแล้วกว่า 23 ล้านยูโร ในช่วงปี 2555 -2562 และสร้างพันธมิตรที่มีศักยภาพทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และทั่วโลก

ส่งผลให้วันนี้มีจำนวนโรงงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มมากกว่า 170 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่เพียง 40 แห่ง ในปี 2543

สุภนัฐ กล่าวเสริมว่า เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของเต็ดตร้า แพ้ค คือ การเป็นผู้นำที่ดำเนินธุรกิจด้วยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบคาร์บอนต่ำ และส่งเสริมความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่า นับตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงการผลิตขั้นตอนสุดท้าย ครอบคลุมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปริมาณขยะ การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ การรักษาทรัพยากรน้ำ และการส่งเสริมการรีไซเคิลและการหมุนเวียนทรัพยากร

“ปัจจุบัน บริษัทใช้พลังงานหมุนเวียนกว่า 69% ในการดำเนินงาน โดยในปีที่แล้ว มีการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มของเต็ดตรา แพ้ค มากกว่า 50,000 ล้านกล่อง และยังบรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 10 ล้านตัน ตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่าในทศวรรษที่ผ่านมา จากการดำเนินงานเหล่านี้ทำให้เต็ดตรา แพ้ค สามารถสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติที่ 6, 7, 9, 12, 13 และ 15 ได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการดำเนินงานในประเทศไทย สอดคล้องกับแนวทางธุรกิจระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบคาร์บอนต่ำทั่วโลกของบริษัท โดยได้ติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์จำนวน 3,076 แผง บนหลังคาโรงงานในจังหวัดระยอง ซึ่งสร้างพลังงานไฟฟ้าทดแทนได้ถึง 1,350 เมกะวัตต์ชั่วโมง ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าปีละ 850 ตัน และยังดำเนินโครงการ “หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” มาตลอดระยะเวลา 10 ปี”

 

ที่ผ่านมา มีการรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วมากกว่า 2,300 ตัน เพื่อนำมาผลิตเป็นแผ่นหลังคามากกว่า 65,000 แผ่น สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ และชุมชนที่ขาดแคลนในประเทศ

ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ที่บริษัททำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและพันธมิตรในอุตสาหกรรม จัดทำโครงการกล่องยูเอชทีรีไซเคิลสามารถรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วมากกว่า 2,300 ตัน และมอบกระดาษรีไซเคิลมากกว่า 1,000,000 ล้านแผ่นที่ได้จากโครงการนี้ ให้แก่โรงเรียนคนตาบอด 13 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับปีที่ผ่านมา ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมและกรุงเทพมหานคร เปิดตัวโครงการรีไซเคิลกล่องนมโรงเรียน โดยมีโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครเข้าร่วมมากกว่า 350 แห่ง ในการเก็บรวบรวมกล่องนมโรงเรียนใช้แล้วเพื่อนำไปรีไซเคิลต่อไป

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ที่องค์การสห ประชาชาติประจำประเทศไทย (UN Thailand) ได้เผยแพร่ออกมา เมื่อครั้งที่ประชาคมโลกได้ตกลงร่วมกันที่จะใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานด้านการพัฒนา มีเป้าหมาย 17 ข้อ ได้แก่

1) ขจัดความยากจน 2) ขจัดความหิวโหย 3) มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี 4) การศึกษาที่เท่าเทียม 5) ความเท่าเทียมทางเพศ 6) การจัดการน้ำและสุขาภิบาล 7) พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ 8) การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ 9) อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน 10) ลดความเหลื่อมล้ำ 11) เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน 12) แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน 13) การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 14) การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล 15) การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก 16) สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก และ17) ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

Tetra Pak

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp