รักษาโรค + ปกป้องสุขภาพรับ New Normal ด้วย 4 HealthTech Startup

Sep 10, 2020 -None-

เพราะสุขภาพที่ดีเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนปรารถนา แต่เชื่อว่าหลายคนก็ยังตั้งคำถามว่า หากไม่สบายจะไปหาหมอที่เชี่ยวชาญจากไหน เมื่อรักษาแล้วก็อยากได้ระบบการดูแลให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่องบ้างเพื่อลดการเกิดโรคแทรกซ้อน หรือบางคนที่ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันด้วยการรับประทานวิตามิน ควรใช้ปริมาณเท่าไหร่เพื่อไม่เป็นอันตรายต่อตับไต หรือชนิดใดที่เหมาะสมกับร่างกาย และไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ในขณะที่บางคนอยากออกกำลังกาย แต่ด้วยหน้าที่การงานทำให้ไม่มีเวลาไปฟิตเนส อย่างนี้แล้วจะมีวิธีไหนที่ทำให้ลดความเสี่ยงจากออฟฟิสซินโดรม

ทุกคำถามเหล่านี้จะหมดไป โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIAขอแนะนำ 4 HealthTech Startupสัญชาติไทยกำลังทำให้สุขภาพที่ดีกลายเป็นเรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 ในตอนนี้

ZeekDocค้นหาแพทย์ใกล้บ้าน นัดหมายออนไลน์

HealthTech Startup สายสุขภาพที่ช่วยให้คนไข้ที่ต้องการหาแพทย์เฉพาะทางได้พบกับหมอที่ใช่ และรับนัดหมายทางออนไลน์วลัยพรรณ ฉันทร์มิตรกุล ตำแหน่ง ประธานฝ่ายบริหาร (CEO) บริษัท ZeekDocกล่าวว่า แนวโน้มโรคภัยไข้เจ็บจะยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แพทย์อายุรกรรมไม่สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยเพียงลำพัง และจำเป็นต้องส่งต่อไปยังแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งแพทย์เฉพาะทางในปัจจุบันก็ลงลึกเป็นสาขา และอนุสาขา ทำให้รักษาตรงจุดมากขึ้นและถึงแม้ว่าเมืองไทยจะเต็มไปด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากมาย แต่ที่ผ่านมายังไม่มีระบบในการค้นหาแพทย์เฉพาะทางด้านนั้นโดยตรง และอยู่ใกล้ตัวเราเพื่อสะดวกต่อการเดินทาง ZeekDocจึงเกิดมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป เพราะนอกจากเป็นแพลตฟอร์มค้นหาแพทย์เฉพาะทางแล้ว ยังสามารถค้นหาแพทย์ใกล้บ้าน และนัดหมายออนไลน์ให้กับผู้ป่วย  ในเวลาเดียวกัน ZeekDocยังเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสถานพยาบาล ทำหน้าที่ในการแจ้งเตือนนัดหมาย และเก็บFeedback ทำเว็บไซต์ให้คลินิกต่างๆ ด้วย

“ZeekDocมีหน้าที่เหมือน Matchmaker จับคู่ระหว่างคนไข้และแพทย์เฉพาะทาง หรือเจ้าของคลินิกเฉพาะทาง โดยระบบจะอัพเดทข้อมูลตารางการรักษาให้คนไข้รู้ว่า หมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลไหน หรือคลินิกใด เวลาอะไร ในทางกลับกัน คนไข้ได้เจอแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ตรงกับโรค ที่อยู่ใกล้ที่มีคิวว่างที่คนไข้ต้องการ นอกจากนี้เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน คนไข้เลือกแพทย์ได้จากหลายสถานพยาบาล และได้พบแพทย์แบบตัวต่อตัว และมีการตรวจแบบละเอียด”

Diamateแอพพลิเคชั่นดูแลผู้ป่วยเบาหวาน

Diamateเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังให้สามารถดูแลตนเองได้ดี ร่วมกับการรักษาที่โรงพยาบาล ลดการเกิดโรคแทรกซ้อน ลดค่าใช้จ่าย และที่สำคัญ คือ ต้องมีความสุข

คุณพงษ์ชัย เพชรสังหาร Co founderบริษัท Diamate and Dietzกล่าวว่าในไทยมีผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากกว่า 10 ล้านคน เช่น เบาหวานราว 4.8 ล้านคน ความดันโลหิตสูงกว่า 6 ล้านคน โรคไตเรื้อรังราว 8 ล้านคน โรคไขมันในเลือดสูง รวมถึงโรคเรื้อรังอื่นๆจำนวนมากเพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยพบแพทย์ที่โรงพยาบาล แต่จำเป็นต้องกลับไปดูแลตนเองที่บ้าน หรือมีลูกหลานดูแล เพราะโรคเรื้อรังเป็นโรคของการปรับพฤติกรรม แพลตฟอร์มนี้จึงช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ดี และยังลดค่าใช้จ่ายจากการเกิดภาวะแทรกซ้อน ด้วยเครื่องมือติดตามสุขภาพ ของตนเองผ่านแอพพลิเคชั่น

แอพDiamate เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยสามารถใช้แอพพลิเคชั่นในการบันทึกระดับน้ำตาลในเลือด กำหนดเป้าหมายของค่าระดับน้ำตาลในเลือดภายใต้คำแนะนำจากแพทย์ ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดได้ตลอดวัน สามารถบันทึกยากิน ยาฉีด และแจ้งเตือนการกินยาฉีดยา บันทึกอาหารและคาร์โบไฮเดรต สามารถทดลองใช้งานได้ฟรี

นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่สงสัยว่าเป็นเบาหวานด้วย เพราะสามารถประเมินความเสี่ยงได้ด้วยตนเอง และทดลองใช้งานได้ฟรีได้เช่นกัน

ล่าสุด Diamate พัฒนา Diamate Bot แชทบอทเฉพาะทางด้านเบาหวานแห่งแรกของไทย เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นในการดูแลตนเอง เมนูอาหารและคาร์โบไฮเดรตในอาหาร ยา การแก้ไขภาวะน้ำตาลต่ำหรือสูง

“Diamate Bot เป็นแชตบอทเฉพาะทางด้านเบาหวานแห่งแรกของไทย Diamate Bot ให้ความรู้เบื้องต้นในการดูแลตนเอง เมนูอาหารและคาร์โบไฮเดรตในอาหาร ยา การแก้ไขภาวะน้ำตาลต่ำหรือสูง โดยผู้ใช้งานสามารถแอดไลน์ของไดอะเมทชื่อว่า @diamatecareระบบจะแนะนำแชตบอทให้ใช้บริการ เมื่อกดแอดแชตบอทเป็นเพื่อนแล้ว แชตบอทจะให้ความรู้เบื้องต้น แนะนำอาหาร พร้อมแสดงปริมาณคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน พลังงาน ข้อมูลยา การแก้ไขภาวะน้ำตาลต่ำ แนวทางการควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูง รวมถึงคลิปความรู้การตรวจน้ำตาลในเลือด สอนการตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง โรคแทรกซ้อนจากเบาหวานเป็นต้น”

OFFIT อยู่ออฟฟิศก็ฟิตได้

OFFIT เป็นเกมออกกำลังกายที่นำมาใช้กับพนักงานในองค์กรเพื่อช่วยกระตุ้นให้พนักงานรู้สึกอยากออกกำลังกายมากขึ้น โดยมีการนำเทคโนโลยี AI Motion Tracking มาใช้เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวประกอบขณะเล่นเกม ทำให้ได้ทั้งความสนุกและได้ออกกำลังกายไปพร้อมกัน นอกจากนั้นเมื่อเล่นเกมเสร็จจะมีการเก็บแต้มสะสมเอาไว้พนักงานสามารถนำแต้มไปแลกของรางวัลในร้านค้าพาร์ทเนอร์ของ OFFIT ได้ฟรีเช่น หม้อทอด และอุปกรณ์เครื่องครัว เป็นต้น

คุณพีรพล รอดรักษาCEOOFFIT กล่าวว่า OFFIT เป็นบริการที่จะมาช่วยแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรมในบริษัท ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานลดลง และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแพงขึ้น โดยเราได้พบว่าต้นเหตุของการเป็นออฟฟิศซินโดรมเกิดจากการที่พนักงานไม่ออกกำลังกาย ถึงแม้ว่าบริษัทจะเคยจัดการแข่งขันลดน้ำหนักภายในบริษัท โดยเชิญนักกายภาพและนักโภชนาการมาให้ความรู้แต่พนักงานส่วนใหญ่ก็มองว่าตัวเองไม่สามารถสู้กับคนอื่นได้แล้วก็ล้มเลิกไปในที่สุด อีกทั้งผู้ที่ชนะก็ลดได้ไม่กี่เดือนแล้วก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม เพราะขาดความต่อเนื่องในการทำ

“จุดเด่นของOFFIT คือทุกเกมจะออกแบบโดยนักกายภาพบำบัด และใช้เทคโนโลยีAI Motion Tracking ทำให้ผู้เล่นไม่ต้องโหลดหรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม แค่เปิดแอพก็เล่นได้เลยทันทีโดยในปัจจุบันลูกค้าของเราคือบริษัทที่มีปัญหาพนักงานไม่ออกกำลังกายและเป็นบริษัทที่มีสวัสดิการด้านสุขภาพที่ดีให้กับพนักงาน โดยในตอนแรกจะโฟกัสไปที่บริษัทไอทีและ Startup ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นหลัก”

Vitaboostวิตามินสูตรเฉพาะบุคคล

บริการปรุงวิตามิน และสารอาหารสูตรเฉพาะสำหรับร่างกายคุณโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เภสัชกร และนักกำหนดอาหาร และจัดส่งตรงถึงบ้านคุณโดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และเลือกซื้อด้วยตนเอง

คุณกิตติ์รวี ทารักษ์Wellness Directorบริษัท บริษัท ไวตาบูสท์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า Vitaboostเป็นศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยที่ให้บริการเฉพาะด้านการป้องกันและฟื้นฟูด้วยวิตามินเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ที่ต้องการป้องกันโรคและต้องการดูแลสุขภาพ โดยลูกค้าจะได้รับความปลอดภัย เพราะจะมีการจัดปริมาณ และชนิดของวิตามินตามที่ร่างกายแต่ละคนต้องการภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยควบคุมไม่ให้แต่ละท่านได้รับวิตามินมากเกินไป หรือรับประทานวิตามินชนิดที่สะสมในร่างกายแล้วจะเป็นพิษนานเกินไป จึงช่วยให้ประหยัดเวลาจัดวิตามินแต่ละวัน ไม่ต้องเดินทางไปซื้อวิตามินจากหลายๆ แห่ง และไม่ต้องเสียเวลารอคิวตรวจเลือด

วิตามินของไวตาบูสท์แบ่งออกเป็น 2 แพ็กเกจ ได้แก่ แบบไม่ตรวจเลือดและแบบตรวจเลือด โดยแบบไม่ตรวจเลือด หรือ “Premium”เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแต่ไม่ต้องการตรวจเลือดโดยจะมีแบบประเมินไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าทำและหากลูกค้ามีผลการตรวจสุขภาพประจำปีสามารถนำมาประกอบการพิจารณาปริมาณวิตามินได้

โดยครอบคลุมวิตามิน 6 – 12 ชนิด และแบบตรวจเลือด หรือ “Platinum”เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพลงลึกถึงระดับวิตามินซึ่งกำหนดปริมาณวิตามินได้แม่นยำกว่าโดยตรวจเลือดรวมตั้งแต่การตรวจค่าสารอาหารพื้นฐานลงลึกถึงระดับวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ และค่าการอักเสบในร่างกายครอบคลุมวิตามิน 16 – 20 ชนิด โดยมีค่าบริการเริ่มต้น 1,190 บาทต่อเดือน

“เมื่อเทียบกับการซื้อวิตามินมารับประทานเองVitaboost จะมีความปลอดภัยมากกว่า เพราะเราปรุงวิตามินตามที่ร่างกายคุณต้องการ ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยระบบ Vitalyzerเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าวิตามินที่คุณได้รับนี้ตรงกับเป้าหมายสุขภาพอย่างแท้จริง”

 

 

 

ติดตามสตาร์ทอัพไทยที่มีโซลูชั่นและบริการดีๆ ได้ใน “Startup Marketplace is Live Now” รายการที่จะช่วยสร้างช่องทางการตลาดให้กับสตาร์ทอัพไทย ในช่วงสถานการณ์วิกฤต โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA  และข้อมูลข่าวสาร ได้ที่FB Page: Startup Thailand / FB Group: Startup Thailand Marketplace

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.