5,026
VIEWS

เทสโก้ โลตัส เทน้ำหนักบุกค้าปลีกไซส์เล็ก ซุ่มทดลองโมเดลใหม่ร้าน “เอ็กซ์เพรส”

Aug 17, 2020 R.Somboon

หากมองเข้ามาที่จำนวนความถี่ในการมาช้อปในสโตร์ของลูกค้าเทสโก้ โลตัส จากคำบอกเล่าของ วรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส แล้วจะพบว่า ลูกค้าจะมาช้อปที่สโตร์หรือสาขาขนาดใหญ่เฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้ง ขณะที่การมาซื้อสินค้าที่ร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกไซส์เล็กของเทสโก้ โลตัส จะมีเฉลี่ยประมาณ 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งเทรนด์ของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการช้อปมาที่ร้านค้าปลีกไซส์เล็กใกล้บ้านยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นั่นคือเหตุผลส่วนหนึ่งที่การบุกตลาดในปีนี้ของเทสโก้ โลตัส ให้ความสำคัญกับการลงทุนเปิดสาขาไซส์เล็ก โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเปิดให้ครบ 150 สาขา หลังจากที่ตั้งแต่ต้นปีจนถึงต้นเดือนสิงหาคมปีนี้ มีการเปิดสาขาไปแล้ว 63 สาขา โดยการเปิดสาขาถึง 150 สาขาภายใน 1 ปี ถือเป็นตัวเลขการเปิดสาขาที่มากกว่าช่วงก่อนหน้านั้นที่มีการเปิดเฉลี่ยปีละ 50 – 60 สาขาถึงเกือบ 3 เท่าตั้ว

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการปรับปรุงร้านเดิมให้มีความสดใหม่ ด้วยการเติมเต็มสินค้าที่เข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของความเป็นสังคมเมืองของผู้บริโภคที่ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทำให้ตลาดค้าปลีกไซส์เล็กมีการเติบโต โดยเติมเต็มสินค้าเข้าไปทั้งที่เป็นอาหารพร้อมทาน เบเกอรี่ กาแฟสด เพื่อรับกับรูปแบบการช้อป Grab & Go ของคนเมืองรุ่นใหม่

เทสโก้ โลตัส พยายามสร้างโอกาสในการเติบโตของยอดขายผ่านร้านแอ็กซ์เพรส ทั้งการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ และการทดลองโมเดลใหม่ๆ เพื่อรับกับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของคนเมืองยุคนี้ อย่างการเปิดร้านเอ็กซ์เพรสที่หน้าสาขาหรือสโตร์ขนาดใหญ่ที่มีโลเกชั่นติดป้ายรถเมล์หรือสถานีรถไฟฟ้า เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่เดินทางไปมา และต้องการเครื่องดื่ม หรืออาหารที่ทานง่ายๆ โดยเป็นการช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินเข้าไปซื้อในสโตร์ขนาดใหญ่

โมเดลดังกล่าวเริ่มมีการทดลองเปิดไปแล้วที่สาขาสุขุมวิท 50 หรืออ่อนนุชที่อยู่ติดกับสถานีบีทีเอสอ่อนนุช และที่สาขาพัฒนาการ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดคีออสที่ขายเครื่องดื่มและของกินง่ายๆ ที่เทสโก้ โลตัสเรียกว่า “เอ็กซ์เพรส ป๊อปอัพ ซึ่งมีการทดลองทำไปแล้วที่สาขาบางนา – ตราด โดยจะพยายามหาโมเดลที่สามารถตอบรับกับไลฟ์สไตล์ และช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงหรือเพิ่มโอกาสในการขายให้มีมากขึ้น

หากมองเข้ามาที่เหตุผลสำคัญในการเทน้ำหนักมาที่การรุกตลาดค้าปลีกไซส์เล็กของเทสโก้ โลตัสนั้นจะมาจาก การที่ตลาดค้าปลีกไซส์เล็กมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจาก

1.การขยายตัวของสังคมเมืองในบ้านเราที่มาพร้อมกับความต้องการในเรื่องของความสะดวกสบายของผู้บริโภค ทำให้เกิดการช้อปปิ้งผ่านร้านค้าปลีกขนาดเล็กใกล้บ้านมากขึ้น

การเติบโตของสังคมเมืองนี้ยังทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มีการใช้ชีวิตแบบ 24 ชั่วโม 7 วัน รวมถึง ไลฟ์สไตล์แบบ “ออนเดอะ โก” ที่ล้วนส่งผลด้านบวกกับร้านค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ ที่เริ่มปรับรูปแบบเป็นคอนวีเนียน ฟู้ดสโตร์ อย่างเต็มรูปแบบ เพราะไลฟ์สไตล์ดังกล่าว ทำให้การบริโภคอาหารของคนเมืองเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่มีมื้อหลัก 3 มื้อ แต่ปัจจุบัน เริ่มมีมื้อทานเล่น หรือที่เรียกว่ามื้อรองท้องเพิ่มมากขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่มีการบริโภคต่อวันมากกว่า 3 มื้อ บางรายมีถึง 5 – 6 มื้อ รวมมื้อทานเล่น ซึ่งนั่นคือโอกาสในการสร้างการเติบโตที่ดี

2.ร้านค้าปลีกไซส์เล็กนี้ ยังช่วยในแง่ของการ Reach หรือการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งในเรื่องของการเข้าถึงลูกค้านี้ ถือเป็น 1 ในคีย์กลยุทธ์ของเทสโก้ โลตัส ในการปรับเพื่อรับกับการขยายตัวของสังคมเมือง โดยอีก 2 กลยุทธ์ก็คือ ในเรื่องของความง่ายในการช้อปปิ้งที่จะมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงการให้บริการที่สะดวกสบายขึ้น อย่างการให้ผู้บริการสามารถคิดเงินค่าสินค้าผ่านเครื่องสแกนสินค้าขนาดเล็กที่เพียงนำเอาเครื่องดังกล่าวมาที่แคชเชียร์ก็สามารถคิดเงินได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาสแกนสินค้าเพื่อคิดเงินทีละชิ้น หรืออย่างการมีช่องทางการช้อปปิ้งในรูปแบบของออมนิแชนแนลที่เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า เป็นต้น

ส่วนอีกกลยุทธ์หนึ่งก็คือ เรื่องของการสร้างความแตกต่างผ่านตัวสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นอาหารสด ซึ่งเทสโก้ โลตัส มีการจัดการตั้งแต่ต้นทางคือฟาร์มจนถึงมือลูกค้า โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง จึงได้สินค้าดี ราคาถูก เป็นต้น

กลยุทธ์ในเรื่องของ Reach นี้ จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้กับเทสโก้ โลตัส ในภาวะที่ตลาดค้าปลีกของบ้านเราเริ่มอิ่มตัว และมีการเติบโตในตัวเลขไม่มากนัก เพราะการเติบโตของตลาดนี้ นอกจากจะมาจากสาขาเดิมแล้ว การเติบโตยังมาจากสาขาใหม่ๆ อีกด้วย ยิ่งในปัจจุบัน ความถี่ในการมาสโตร์ใหญ่ของลูกค้าคนไทยเริ่มลดลง การผลักดันตัวเองเข้าหาลูกค้าถึงชุมชน จึงเป็นทางออกที่ดีในการสร้างการเติบโต

 

3.เมื่อมองมาที่ตัวเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส เอง พบว่า ยังมีโอกาสในการเติบโตได้ไม่น้อย แต่ในช่วงที่ผ่านมา หน้าที่หลักของเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ยังคงอยู่แค่การเป็นร้านค้าปลีกที่เข้ามาช่วย “ท็อป อัพ” สินค้าในกรณีที่ขาดมาก กว่าการสร้างโอกาสในการขายใหม่ๆ โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารพร้อมทานที่เมื่อเทียบกับเจ้าตลาดอย่างเซเว่นอีเลฟเว่น การหันมาให้น้ำหนักกับการบุกตลาดอย่างเต็มรูปแบบ จึงน่าจะเข้ามาช่วยเติมเต็มจุดแข็งพร้อมกับสร้างโอกาสในการเติบโตใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัส จะมีสาขาขนาดกลางและขนาดใหญ่อยู่ที่ 411 สาขาส่วนสาขาของเอ็กซ์เพรสนั้น จะมี 1,635 สาขาทำให้มีจำนวนสาขาทั้งหมด 2,046 สาขา

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เทสโก้ โลตัส จะให้ความสำคัญในการสร้างประสบการณ์การช้อปแบบออมนิแชนแนลที่ไม่มีสะดุดทั้งจากออฟไลน์มาออนไลน์และออนไลน์ไปออฟ โดยบริการออมนิแชนแนลของเทสโก้ โลตัส จะประกอบไปด้วยTesco Lotus Shop Online สั่งสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นและเว็บ ให้บริการใน 23 จังหวัดร้านค้าบน marketplace ชั้นนำ Lazada และ Shopee เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ บริการ Chat & Shop สั่งสินค้าและจัดส่งโดยตรงจากสาขาใกล้บ้าน 36 สาขา บริการ Chat & Collect สั่งสินค้าและรับสินค้าโดยตรงจากสาขาใกล้บ้าน ที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้ง 194 สาขาบริการ Click & Collect สั่งสินค้าผ่านออนไลน์และรับด้วยตนเอง 45 สาขาใน 23 จังหวัด

ขณะที่ร้านค้าปลีกไซส์เล็ก ซึ่งทิศทางต่อไป ไม่ใช่แค่เป็นเพียงร้านค้าเท่านั้น แต่จะเข้ามาเป็นเน็ตเวิร์คสำคัญที่ต่อยอดไปสู่การทำตลาดอื่นๆ ได้มากมาย รวมถึงการเป็นเครือข่ายที่ช่วยเติมเต็มให้ความเป็นออมนิแชนแนลมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น...... 

เทสโก้ โลตัส

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.