4,820
VIEWS

'NRF' ผู้นำธุรกิจอาหาร Specialty พร้อมเติบโต ‘Plant-based Food Platform’ รับเทรนด์ อาหารแห่งอนาคต

Aug 05, 2020 -None-

‘Specialty Food’ กลายเป็นทางเลือกบริโภคนิยมเพื่อสุขภาพที่ดี ที่เกิดกระแสกินคลีนไปทั่วโลก

เขย่าอาณาจักรที่ประกอบธุรกิจด้านอาหารอย่าง บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ที่เล็งเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอาหารประเภทนี้ ร่วมมือกับผู้นำอาหารแห่งอนาคตระดับโลกคิดค้นสูตรอาหาร รวมถึงนำบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ ออกวางจำหน่าย ส่งถึงมือผู้บริโภคทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

มอบประสบการณ์ดี ๆ ในชั่วโมงแห่งการกิน ที่สร้างความสุข ความประทับใจผ่านรสชาติอาหารที่ผลิตออกมาได้อย่างถูกปาก เสิร์ฟโปรดักต์ที่ทำจากวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี มีคุณภาพเกรดสูง และผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานในระดับสากล

‘Specialty Food’ ได้แก่ อาหาร Ethnic Oriental Food และอาหารโปรตีนจากพืชที่เน้นวัตถุดิบและขั้นตอนการผลิตที่มีคุณภาพสูง เป็นหนึ่งในธุรกิจการผลิต และจำหน่ายอาหารของ ‘NRF’ ที่เป็นจุดแข็งของบริษัทฯ โดย ‘NRF’ ยังเป็นผู้ผลิต จัดหา และจำหน่ายเครื่องประกอบอาหารและเครื่องปรุงรส อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง อาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน อาหารโปรตีนจากพืช และเครื่องดื่มชนิดผงและน้ำ และผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (V-shape) บริษัทฯ ประกอบธุรกิจมายาวนานกว่าสามทศวรรษ และส่งออกผลิตภัณฑ์ในมือไปแล้วกว่า 25 ประเทศทั่วโลก

โดยสินค้าภายใต้การบริหารของ ‘NRF’ มีหลายตัวให้เลือกซื้อตามความชอบ ได้แก่

1. ผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิต (OEM / Private Label) ประกอบด้วย เครื่องประกอบอาหารและเครื่องปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง (Ready-to-cook) อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน (Ready-to-eat) และเครื่องดื่มชนิดผงพร้อมชงและพร้อมดื่ม ซึ่ง NRF มีข้อได้เปรียบในการแข่งขันโดยมีผลิตภัณฑ์กว่า 2,000 SKU และมากกว่า 500 สูตรอาหาร ด้วยฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัทฯ ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสายการผลิตของบริษัทฯ ที่มีความยืดหยุ่นในการผลิตทั้งแบบขนาดเล็กและใหญ่ที่ได้รับการรองรับคุณภาพความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) จากหลายองค์กรในต่างประเทศ เช่น The British Retail Consortium (BRC) บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายที่ให้ความสะดวกกับผู้บริโภค อาทิเช่น ข้าวหรืออาหารประเภทเส้นพร้อมแกงหรือซอสในรูปแบบต่าง ๆ ในบรรจุภัณฑ์ที่เข้าไมโครเวฟได้เลย

2. ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ จำนวน 6 แบรนด์ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงต้มยำและเครื่องปรุงแกง ภายใต้แบรนด์ พ่อขวัญ เครื่องปรุงอาหารที่เน้นรสชาติแบบเอเชีย แบรนด์ Lee Brand อาหารสำเร็จรูป ในบรรจุภัณฑ์ที่พร้อมนำเข้าเตาไมโครเวฟและรับประทานได้ทันที เช่น บะหมี่ฮกเกี้ยนผัดสำเร็จ ผัดไท ข้าวราดแกง จำหน่ายในทวีปอเมริกา แบรนด์ Thai Delight เครื่องปรุงรสอาหารและซุปกึ่งสำเร็จรูป แบรนด์ Shanggie เครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ แบรนด์ DeDe และเครื่องปรุงรสอาหารและพริกในรูปแบบขนมขบเคี้ยว แบรนด์ Sabzu

3. ผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food) โดยนำโปรตีนจากพืชมาผลิตอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารมังสวิรัติ ปรุงแต่งให้มีรสชาติ รสสัมผัส กลิ่น ใกล้เคียงเนื้อสัตว์ เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น เนื้อเทียมจากขนุนและมะเขือม่วง เส้นชิราตากิ หรือ เส้นบุกในรสชาติต่าง ๆ

4. ธุรกิจผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (V-shape) อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สะดวกใช้แค่ปลายนิ้วสัมผัส สำหรับทุกวัย รวมถึงผู้ป่วยและผู้พิการ

‘NRF’ มีธุรกิจหลักที่แข็งแกร่งต่อเนื่องมายาวนาน ที่สร้างรายได้ส่วนใหญ่ให้แก่บริษัทฯ คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิตโดย 3 เดือนแรกของปี 2563 มีรายได้อยู่ที่ 170.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 62.2 ของรายได้ทั้งหมด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้จากธุรกิจการขายผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทที่ส่งออกไปหลายประเทศทั่วโลก อาทิเช่น สหรัฐอเมริกามากว่า 20 ปี โดยมีรายได้ 71.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 26.0 ของรายได้ทั้งหมด โดยทั้งสองกลุ่มธุรกิจมีการเติบโตจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนประมาณร้อยละ 16.0 และร้อยละ 32.0 ตามลำดับ

ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่เป็น Rising Star ซึ่งแม้ไม่ได้เป็นตัวทำรายได้มากที่สุด แต่ก็เป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต สามารถตอบสนองเทรนด์การบริโภคอาหารที่มีเกรดสูง และมีคุณภาพ ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงโซนยุโรป คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food) ที่ ‘NRF’ ขยายไลน์ธุรกิจออกมา และเติบโตขึ้นเมื่อเทียบจากในปี 2561 มีรายได้อยู่ที่ร้อยละ 5.7 และเติบโตได้ดี ในช่วงปี 2562 สัดส่วนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 6.9 ของรายได้ทั้งหมด โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและวางจำหน่าย เช่น เส้นชิราตากิ หรือเส้นบุก หมูบดเทียม ข้าวปั้นหน้าปลาไหลที่ทำจากมะเขือม่วง อาหารสำเร็จรูปที่ทำจากขนุน อาทิเช่น มะกะโรนีซอสชีสเบคอนที่ทำจากขนุน แกงมัสมั่นขนุน เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นับว่าเป็น ‘Specialty Food’ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เข้าถึงผู้บริโภคในยุค Millennial (Gen Me) ที่เน้นกินอาหารทางเลือกที่มีประโยชน์สูง และยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น และโลกก็ดีขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพ และรสชาติของอาหาร เข้ากับกระแสการเลือกบริโภคนิยมอาหารดังกล่าวในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลือกที่สร้างรอยจำ และมอบประสบการณ์ใหม่ในรสชาติที่จะทำให้ผู้ที่ลิ้มลองเกิดความต้องการซื้อซ้ำในโอกาสต่อไป

โดยกลุ่ม Ethnic Food และ Plant-based food จะมีการเติบโตที่มากกว่าอัตราเฉลี่ยของมูลค่าตลาดรวมของ Specialty Food เกือบสองเท่า เนื่องจาก ผู้บริโภคกลุ่ม Millennials นิยมในรสชาติอาหารที่แปลกใหม่ หรือเผ็ดร้อน และดีต่อสุขภาพ รวมถึงสถานการณ์ Covid-19 ที่ทำให้ผู้บริโภคสนใจการบริโภคโปรตีนจากพืชมากขึ้น

การสร้างยอดขายให้เติบโตและได้กำไร จึงต้องวางแผนและสร้างกลยุทธ์ให้สินค้าขายได้ และเป็นที่จดจำแก่ผู้บริโภค เมื่อดูจากแนวคิดการทำธุรกิจของ ‘NRF’ ที่ยึดหลักเป็นผู้ผลิตอาหารในระดับสากลอย่างยั่งยืน ในการพัฒนา ปรับปรุง และลงทุนผลิตเจาะกลุ่มตลาดอาหาร ‘Specialty Food’ หรืออาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น อาหารไทยและอาหารท้องถิ่นในเอเชีย (Ethnic Oriental Food) อาหารโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food)  เช่น อาหารมังสวิรัติที่ปรุงแต่งให้มีรสชาติ รสสัมผัส กลิ่น ใกล้เคียงเนื้อสัตว์

รวมถึงการลงทุนในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสะดวกต่อการใช้งาน (Functional Product)  อย่าง V-Shapes ทำให้บริษัทฯ มีสินค้าที่มีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า (Upselling) โดยเฉพาะยังช่วยสร้างความแตกต่าง ที่ผู้บริโภคจะจดจำจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ได้ อย่างการนำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ V-Shapes ที่ให้ความสะดวกสบายเหมาะกับผู้บริโภคทุกวัย รวมถึงผู้ป่วยและผู้พิการมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์จนเกิดคุณค่า และความเหมาะสมทั้งในด้านคุณภาพและราคา  และยังสะท้อนให้เห็นถึงความรู้ ความชำนาญของผู้บริหารและทีมงานที่มี Mindset การผลักดันธุรกิจอาหารเกรดสูงให้เติบโตอย่างยั่งยืน

‘NRF’ มีความใส่ใจ และพิถีพิถันในการผลิต และจำหน่ายอาหารที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารอย่างยั่งยืน (Sustainability) ที่ไม่เพียงแค่การปรับปรุงด้านรสชาติเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญ คำนึงถึงชีวิตของผู้บริโภคที่ดีขึ้น เพื่อสร้างความสุขในการบริโภคทุกช่วงเวลา ตั้งแต่ปี 2560 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ United Nations Global Compact ซึ่งเป็นองค์กรที่ริเริ่มเพื่อความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้จัดทำรายงานความยั่งยืนให้กับ UNGC ทุกปี ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ลูกค้าหลายรายที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนเลือกบริษัทฯ ให้เป็นผู้ผลิตสินค้า

กว่าสามทศวรรษของการดำเนินธุรกิจภายใต้ ‘NRF’ จากความมุ่งมั่นผลิต และจำหน่ายสินค้าที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ‘Specialty Food’ ให้อยู่ในตลาดอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความสุขและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภค ‘NRF’ ได้นำความแข็งแกร่งในการมีช่องทางการจำหน่ายไปทั่วโลก (Global footprint) และการมีฐานการผลิตที่แข็งแกร่งในประเทศไทย เข้าร่วมมือกับผู้นำอาหารแห่งอนาคตระดับโลกเพื่อต่อยอดธุรกิจของบริษัทฯ อาทิเช่น การร่วมทุนกับ THE BRECKS COMPANY LIMITED ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมผลิตอาหารโปรตีนจากพืชในทวีปยุโรปที่มีประสบการณ์และความชำนาญมานานกว่า 27 ปี

โดยเบรคส์มีฐานการผลิตในประเทศอังกฤษ รับจ้างผลิตสินค้าโปรตีนจากพืชให้กับตราสินค้าต่าง ๆ เช่น Quorn และThe Vegetarian Butcher ในการร่วมทุนผลิตอาหารโปรตีนจากพืช เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพเพื่อการจัดจำหน่ายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในอีกหลายธุรกิจเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเปิดโอกาสให้บริษัทฯ เข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจหรือผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวในอนาคต ได้แก่ The Meatless Farm Limited ในประเทศอังกฤษ เป็นผู้ผลิตอาหารจำพวกแฮมเบอร์เกอร์เนื้อเทียม โปรตีนจากข้าวและถั่ว รวมถึงหัวไชเท้า ที่สามารถให้รสชาติและรสสัมผัสเหมือนกับเป็นผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์จริงรวมถึงการลงทุนในกองทุน Big Idea Venture และ New Protein Fund ที่ให้เงินทุนสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพเกี่ยวกับอาหารโปรตีนจากพืช พร้อมทั้งให้คำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

โดยบริษัทฯ ได้รับสิทธิในการเป็น Preferred Co-packer ให้กับสตาร์ทอัพเหล่านั้นด้วย โดยมีหลายสตาร์ทอัพที่มีการขายผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืชในร้านอาหาร อาทิเช่น Phuture Food limited ซึ่งผลิตเนื้อหมูเทียมจากโปรตีนที่ได้จากเมล็ดข้าวและถั่วที่สามารถนำไปประกอบอาหารประเภทเบอร์เกอร์ ติ่มซำและอาหารอาเซียนประเภทต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันมีหลายร้านอาหารในประเทศสิงคโปร์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร เป็นต้น โดยการร่วมทุนและลงทุนเหล่านี้ทำให้บริษัทฯ สามารถได้รับความรู้ ความเข้าใจ (First-hand information) ในเทคโนโลยีและแนวโน้มการเติบโตของตลาด Plant-Based Food รวมถึงเข้าถึงโอกาสได้รับลูกค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จาก Plant-based Ecosystem

เราอาจได้เห็น ‘NRF’ มียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท หรือ 3 เท่าภายในปี 2567 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ผู้บริหาร มุ่งมั่น ผลักดันสินค้าในมือเพื่อออกวางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดกลุ่ม ‘Specialty Food’ ที่เป็นโปรดักต์คุณภาพสูง ที่ ‘NRF’ รุดหน้า ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ช้า ไม่นาน ‘NRF’ คงจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ระดับโลกอย่างครบวงจรในอนาคตได้อย่างยั่งยืน…

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://nrinstantproduce.net/

food

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp