17,173
VIEWS

เขื่อนภูมิพล มิ่งขวัญของแผ่นดิน ก้าวแรกที่มั่นคงของเทคโนโลยีพลังงาน

Oct 14, 2017 S.Worapol

หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ สงบลง ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าอย่างมาก โรงไฟฟ้าที่มีอยู่ถูกทำลายย่อยยับ เชื้อเพลิงต่างๆ หาได้ยาก และราคาสูง วิกฤติการณ์ครั้งนั้นทำให้รัฐบาลต้องเร่งจัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

และในที่สุด การก่อสร้าง”เขื่อนยันฮี” โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำก็เกิดขึ้น ที่ตำบลยันฮี อำเภอสามเงา จังหวัดตาก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๕ นับเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของประเทศไทย กระทั่งถึงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระปรมาภิไธย ให้ชื่อเขื่อนว่า “เขื่อนภูมิพล”

“เขื่อนภูมิพล” ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาประเทศในด้านการผลิตไฟฟ้า หากตลอดระยะเวลา ๔๘ ปีที่ผ่านมา เขื่อนภูมิพลยังช่วยเก็บกักน้ำในช่วงน้ำหลากเพื่อบรรเทาอุทกภัย แล้วระบายน้ำออกเพื่อการชลประทาน การประปา เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้อีกถึง ๗.๕ ล้านไร่

“เขื่อนภูมิพล” ยังได้ชื่อว่า เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ แหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศแหล่งหนึ่งด้วย

ที่สำคัญอย่างยิ่งของ “เขื่อนภูมิพล” ในการดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ก็คือ เป็นศักดิ์และศรี เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศในฐานะเขื่อนใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรื่องราว ความงดงาม และสัมพันธภาพของเขื่อนภูมิพลกับชีวิตผู้คน ถูกพูดถึงหลายแง่มุม แต่ก็เป็นที่ยอมรับโดยดุษณีเช่นเดียวกันว่า เพราะวันนั้นเมื่อ ๔๘ ปีก่อน ประเทศไทยได้มี “เขื่อนภูมิพล” วันนี้ของชีวิตคนไทย จึงอยู่ดี กินดี และมีพลังงานไฟฟ้าอย่างพอเพียง!

ลักษณะเขื่อนและโรงไฟฟ้า

เขื่อนภูมิพล เป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย สร้างปิดกั้นลำน้ำปิง ที่บริเวณเขาแก้ว อำเภอสามเงา จังหวัดตาก มีรัศมีความโค้ง ๒๕๐ เมตร สูง ๑๕๔ เมตร ยาว ๔๘๖ เมตร ความกว้างของสันเขื่อน ๖ เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุสูงสุด ๑๓,๔๖๒ ล้านลูกบาศก์เมตร จัดเป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งที่ใหญ่ และสูงที่สุดในเอเชียอาคเนย์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์การก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๐๔ การก่อสร้างในระยะแรกประกอบด้วย งานก่อสร้างตัวเขื่อน ระบบส่งไฟฟ้า และอาคาร โรงไฟฟ้า ซึ่งได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ ๑-๒ กำลังผลิตเครื่องละ ๗๐,๐๐๐ กิโลวัตต์ สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม และ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๗ ตามลำดับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดเขื่อน เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗

ต่อมา ได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ ๓-๖ กำลังผลิตเครื่องละ ๗๐,๐๐๐ กิโลวัตต์ และเครื่องที่ ๗ กำลังผลิต ๑๑๕,๐๐๐ กิโลวัตต์ สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ ในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม และ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ และวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ตามลำดับ

เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าออกไป ในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ทำการปรับปรุงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ ๑-๒ ทำให้มีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นอีกเครื่องละ ๖,๓๐๐ กิโลวัตต์ สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบได้เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๕ และพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๖ ตามลำดับ ส่วนการปรับปรุงเครื่องที่ ๓-๔ ทำให้มีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นเท่ากับเครื่องที่ ๑-๒ แล้วเสร็จสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ตามลำดับ

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ กฟผ. ได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ ๘ แบบสูบกลับ ขนาดกำลังผลิต ๑๗๑,๐๐๐ กิโลวัตต์ และก่อสร้างเขื่อนแม่ปิงตอนล่าง เพื่อใช้อ่างเก็บน้ำเป็นอ่างล่าง สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบได้ในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ทำให้โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูมิพล มีกำลังผลิตติดตั้งทั้งสิ้น ๗๓๑,๒๐๐ กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้า ปีละ ๑,๐๖๒ ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

เขื่อนแม่ปิงตอนล่าง เป็นเขื่อนขนาดเล็ก ชนิดดินถมแกนดินเหนียวปิดทับหน้าด้วยหินทิ้ง สร้างปิดกั้นลำน้ำปิง ห่างจากเขื่อนภูมิพลลงมาทางท้ายน้ำ ๕ กิโลเมตร ความยาวเขื่อน ๒๐๐ เมตร สูง ๑๒ เมตร จากท้องน้ำ ความกว้างสันเขื่อน ๑๐ เมตร ระดับสันเขื่อน +๑๔๒.๐๐ เมตร รทก.

อาคารระบายน้ำเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๒๘ เมตร ยาว ๑๔๔ เมตร สูง ๑๔ เมตร ช่องระบายน้ำ ๑๐ ช่อง กว้างช่องละ ๑๐.๕ เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุ ๔.๙๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อน เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

ประโยชน์

นอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้าเพื่อสนองความต้องการของประเทศแล้ว ในด้านการชลประทาน ยังสามารถปล่อยน้ำในอ่างเก็บน้ำไปช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่จังหวัดตาก กำแพงเพชร และพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาประมาณ ๗.๕ ล้านไร่ รวมทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน และอำนวยประโยชน์ในด้านการประมงอีกด้วย

ผลพลอยได้อีกประการหนึ่ง ก็คือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดตาก ภายในบริเวณเขื่อนมีสวนสาธารณะที่มีความร่มรื่น ชื่อ “สวนน้ำพระทัย” และที่เขื่อนแม่ปิงตอนล่างก็มี “สวนเฉลิมพระเกียรติ” ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนด้วย

สวนน้ำพระทัย มีพื้นที่ประมาณ ๑๖ ไร่ ประกอบด้วยส่วนที่เป็นสวน และส่วนที่เป็นเรือนรับรองและร้านอาหาร ส่วนประกอบที่สำคัญของสวน คือ ประติมากรรมสัมฤทธิ์ ธารน้ำพุ ซุ้มต้นไม้ และซุ้มกล้วยไม้พันธุ์ไทยพื้นเมือง

โครงการสวนน้ำพระทัยเป็น ๑ ใน ๓ โครงการที่ กฟผ. ได้รับอนุมัติให้ใช้ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐

สวนเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของเขื่อนแม่ปิงตอนล่าง ประกอบด้วยแปลงไม้ประดับที่จัดแต่งเป็นรูปพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ซึ่งเป็นจุดเด่นของสวน ลานอเนกประสงค์ ศาลาพักผ่อนริมน้ำ

กฟผ. จัดสร้างสวนนี้ เพื่อถวายเป็นราชสักการะ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ในปี ๒๕๓๙ และเป็นปีที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูมิพลเครื่องที่ ๘ แล้วเสร็จอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยว ตามเส้นทางก่อนถึงเขื่อน มีสถานทีท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เจดีย์ยุทธหัตถี และหากล่องเรือในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ก็มีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ดอยเจ้าพ่อหลวง เกาะวาเลนไทน์ แก่งสร้อย ถ้ำช้างร้อง เป็นต้น

ว่ากันว่า ความสวยงามของอ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์เขื่อนภูมิพลนั้น ราวกับสวรรค์นิรมิตมายังแดนดินถิ่นพิภพมิปานเลย!

เส้นทางคมนาคม ระยะทางจากกรุงเทพมหานคร ไปยังจังหวัดตาก ๔๒๕ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ ๗ ชั่วโมง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑ (พหลโยธิน) แยกซ้ายที่วังน้อย เข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒ สายบางปะอิน-นครสวรรค์ ผ่านจังหวัดกำแพงเพชร แล้วตรงเข้าจังหวัดตาก และจากตัวเมืองไปยังเขื่อนภูมิพล เป็นระยะทางอีก ๖๑ กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางที่สะดวกและนิยมใช้กัน คือ ไปตามทางหลวง หมายเลข ๑ ถึงกิโลเมตรที่ ๔๖๓ จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าเขื่อนภูมิพลประมาณ ๑๗ กิโลเมตร หรืออาจใช้เส้นทางหมายเลข ๑๑๐๗ ผ่านทางแยกไปเจดีย์ยุทธหัตถี อีก ๒๕ กิโลเมตร

สรุป เขื่อนภูมิพล นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบการผลิตไฟฟ้าให้มีความมั่นคง สามารถนำประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าเท่าเทียมอารยประเทศได้ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ก็ได้ ดำเนินการพัฒนาและบำรุงรักษาเขื่อนภูมิพลอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ยืนยงคงคุณค่าตราบนานเท่านาน

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.