แคมเปญหยุดโฆษณาบน Facebook จะขยายทั่วโลกแล้ว ล่าสุด Starbucks เข้าร่วม

Jun 30, 2020 P.Patikom

ผู้จัดแคมเปญคว่ำบาตรการโฆษณาบน Facebook ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่จำนวนมากจนทำให้แคมเปญนี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว กำลังเตรียมขยายผลการรณรงค์แคมเปญ “Stop Hate for Profit" ให้เป็นการรณรงค์ต่อสู้ในระดับโลก เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้กับ Facebook ให้ลบคำพูด แสดงความเกลียดชัง (Hate Speech)

แคมเปญ “Stop Hate for Profit” จะเริ่มเรียกร้องให้บริษัทยักษ์ใหญ่ในยุโรปเข้าร่วมคว่ำบาตร Jim Steyer ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Common Sense Media กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว REUTERS เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 

นับตั้งแต่เปิดตัวแคมเปญดังกล่าวเมื่อต้นเดือนนี้ มีบริษัทกว่า 160 บริษัทแล้วที่เข้าร่วม และได้ลงนามเพื่อหยุดการซื้อโฆษณาบน Facebook แพลตฟอร์มโซเชียล มีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับเดือนกรกฎาคม

Free Press and Common Sense พร้อมด้วยกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่ม กลุ่ม Color of Change และ Anti-Defamation League (กลุ่มพันธมิตรต่อต้านการ หมิ่นประมาท) ของสหรัฐอเมริกาได้เปิดตัวแคมเปญนี้ หลังจากการเสียชีวิตของ George Floyd ชายผิวดำที่ไม่มีอาวุธที่ถูกสังหารโดยตำรวจมินนิอาโปลิส

“เขตแดนต่อไปของแคมเปญนี้ คือแรงกดดันจากทั่วโลก” Steyer กล่าวพร้อมเสริมว่า แคมเปญนี้หวังที่จะทำให้หน่วยงานกำกับดูแลในยุโรปออกมาแสดงท่าทีที่ แข็งกร้าวขึ้นกับ Facebook 

แคมเปญระดับโลกจะดำเนินต่อไป ในขณะที่ผู้จัดงานยังคงเรียกร้องให้บริษัทในสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมมากขึ้น Jessica Gonzalez ประธานบริหารร่วมของ Free Press กล่าวว่า เธอได้ติดต่อกับบริษัทโทรคมนาคมและสื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เพื่อขอให้พวกเขาเข้าร่วมแคมเปญนี้

มีการตอบสนองของ Facebook ต่อความต้องการให้มีการดำเนินการมากขึ้น ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Facebook ได้ยอมรับว่า มีงานต้องทำมากขึ้นและกำลัง ร่วมมือกับกลุ่มสิทธิมนุษยชนและผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาเครื่องมือเพิ่มเติม เพื่อต่อสู้กับคำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate Speech) Facebook กล่าวว่า การลงทุน ด้านปัญญาประดิษฐ์ทำให้สามารถหาคำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate Speech) ได้มากถึง 90% ก่อนที่จะมีการรายงานจากผู้ใช้ Facebook

สำหรับการขยายแคมเปญนี้นอกสหรัฐอเมริกา จะทำให้รายได้จากโฆษณาของ Facebook ลดลงอย่างมาก แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่าง เช่น ยักษ์สินค้าคอนซูเมอร์ Unilever ที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มุ่งมั่นที่จะหยุดการใช้จ่ายการโฆษณาบน Facebook ในสหรัฐอเมริกาในช่วงที่เหลือของปี 2020  ซึ่งคิดเป็นเพียงประมาณ 10% ของค่าใช้จ่ายโดยรวมของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 250 ล้านดอลลาร์ Unilever ใช้จ่ายกับการโฆษณาบน Facebook เป็นประจำ ทุกปี อ้างอิงข้อมูลจาก Richard Greenfield ของ LightShed Partners ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยสื่อและเทคโนโลยี

Steyer กล่าวว่า พวกเขาจะกระตุ้นให้บริษัทผู้ลงโฆษณาทั่วโลก เช่น Unilever และ Honda ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะหยุดการโฆษณาบน Facebook ในสหรัฐอเมริกา ชั่วคราว ให้พวกเขาดึงโฆษณาออกจาก Facebook ทั่วโลก

ทุกปี Facebook สร้างรายได้จากการโฆษณา 70 พันล้านดอลลาร์ และประมาณ 1 ใน 4 มาจากบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Unilever โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจ ขนาดเล็ก

การผลักดันเรียกร้องให้บริษัทที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงระดับความหงุดหงิดของกลุ่มที่ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องความยุติธรรมทางสังคม และบริษัทที่ให้การสนับสนุนพวกเขา จากการที่ไม่มีข้อมูลที่แสดงว่า Facebook มีการดำเนินการจริงจังเกี่ยวกับการพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate Speech), Steyer กล่าว

เขาและ Gonzalez กล่าวว่า ความพยายามของ Facebook เมื่อวันศุกร์ที่จะนำเสนอมาตรการใหม่ ๆ ในการห้าม (Ban) โฆษณา และติดป้ายกับคำพูดที่แสดงความ เกลียดชัง (Hate Speech) จากนักการเมือง เพื่อเอาใจผู้คว่ำบาตรนั้น ต่ำกว่ามาตรฐานความต้องการของแคมเปญ

“หากพวกเขาคิดว่า พวกเขาทำเสร็จในวันศุกร์ที่ผ่านมา พวกเขาเข้าใจผิดอย่างมาก” Gonzalez กล่าว “เราไม่ต้องการนโยบายแบบใช้ครั้งเดียวที่นี่และที่นั่น เราต้อง การนโยบายที่ครอบคลุม”

แคมเปญ Stop Hate for Profit ได้ระบุชุดของความต้องการ ซึ่งรวมถึงกระบวนการกลั่นกรองแยกต่างหาก เพื่อช่วยผู้ใช้ที่ถูกกำหนดเป้าหมายโดยเชื้อชาติ และตัว ระบุอื่น ๆ เพื่อให้มีความโปร่งใสมากขึ้นในการรายงานจำนวนคำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate Speech) และหยุดสร้างรายได้โฆษณาจากเนื้อหาที่เป็นอันตราย

นอกจากนี้ Facebook ยังไม่ตอบสนองต่อความต้องการที่จะให้คืนเงินให้บริษัทต่างๆ ที่มีการแสดงโฆษณาถัดจากเนื้อหาที่ถูกลบออกในภายหลัง เนื่องจากการ ละเมิดนโยบาย, Ian Orekondy ประธานบริหารของ AdComplyRx กล่าว, AdComplyRx เป็น บริษัทเทคโนโลยีการโฆษณาที่ทำงานเกี่ยวกับแบรนด์ต่างๆ ของ ยารักษาโรค ด้วยการทำโฆษณาดิจิทัล บริษัทนี้ได้เข้าร่วมการคว่ำบาตรการโฆษณาบน Facebook ด้วย

การคว่ำบาตรได้เร่งดำเนินการ โดยรวมถึงแพลตฟอร์มสำหรับการโฆษณาดิจิทัลอื่น ๆ เช่น Twitter 

ล่าสุด Starbucks เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อีกบริษัทที่เข้าร่วมคว่ำบาตร โดย Starbucks ได้กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (เวลาสหรัฐ) ว่า Starbucks จะหยุดการ โฆษณาบนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม ในขณะที่ทำงานร่วมกับองค์กรที่ทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนหลายองค์กร เพื่อ “หยุดการแพร่กระจายของการพูดแสดง ความเกลียดชัง (Hate Speech)”

Cr : REUTERS

Source

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp