3,445
VIEWS

หลายบริษัทใหญ่คว่ำบาตร Facebook, ทำมูลค่าตลาดลดลง 56 พันล้านดอลลาร์

Jun 30, 2020 P.Patikom

บริษัทใหญ่เจ้าของแบรนด์ดังหลายบริษัทกำลังคว่ำบาตร Facebook ด้วยการหยุดลงโฆษณาใน Facebook ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ดังที่เราได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ที่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท Unilever และบริษัทใหญ่อื่นๆ อีกหลายบริษัททยอยคว่ำบาตรหยุดโฆษณาบน Facebook ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง สั้นบ้างยาวบ้างต่างๆ กันไป

อย่างเช่น Unilever ยักษ์สินค้าคอนซูเมอร์ของโลก หยุดลงโฆษณาใน Facebook ในสหรัฐ ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของ 2020

ล่าสุดคือ Coca-Cola เป็นแบรนด์ล่าสุดที่สนับสนุนแคมเปญ #StopHateforProfit ที่สร้างโดยกลุ่มสิทธิมนุษยชนอเมริกัน หลายกลุ่ม ด้วยการหยุดโฆษณาเป็นเวลา 30 วัน

James Quincey ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Coca-Cola กล่าวว่า บริษัทจะหยุดโฆษณาทั้งหมดในโซเชียลมีเดียเป็นเวลา 30 วัน ในขณะที่บริษัทกำลังทบทวนนโยบาย

การคว่ำบาตร Facebook ด้วยการหยุดลงโฆษณาของบริษัทใหญ่ๆ ผู้ลงโฆษณาใน Facebook หลายราย ส่งผลให้ราคาหุ้น ของยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียลดลงถึง 8.3%  การลดลงของราคาหุ้นได้ทำให้มูลค่าตลาด (Market Value) ของ Facebook ลดลงมากถึง 56 พันล้านดอลลาร์ และทำให้ความมั่งคั่งสุทธิของ ของ Mark Zuckerberg ประธานบริหารของ Facebook ลดลงถึง 7.21 พันล้านดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาในสหรัฐ) ส่งผลให้ความมั่งคั่งสุทธิของ Zuckerberg ลดลงไปอยู่ที่ 82.3 พันล้านดอลลาร์, อ้างอิงตามดัชนี Bloomberg Billionaires Index

ในส่วนของ Coca-Cola นั้น Quincy ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Coca-Cola ยังได้เขียนบนเว็บไซต์ Coca-Cola ว่า "ไม่มีที่สำหรับลัทธิเหยียดเชื้อชาติในโลก และไม่มีที่สำหรับลัทธิเหยียดเชื้อชาติบนสื่อสังคมออนไลน์ บริษัท Coca-Cola จะหยุดการโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วโลกเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน และเราจะใช้ช่วงเวลานี้เพื่อประเมิน นโยบายการโฆษณาของเรา เพื่อพิจารณาว่า จำเป็นต้องมีการแก้ไขหรือไม่ นอกจากนี้เรายังคาดหวังในความรับผิดชอบ และความโปร่งใสที่มากขึ้น จากพันธมิตรสื่อสังคมออนไลน์ของเรา"

แคมเปญ #StopHateforProfit เปิดตัวเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากการตายของ George Floyd โดยการ กระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองมินนิอาโปลิส และมีการประท้วงทั่วโลกตามมา และแคมเปญดังกล่าวถูกกระตุ้น โดย การปฏิเสธของ Facebook ในการที่จะลบโพสต์ ที่โพสต์โดยประธานาธิบดี Donald Trump ซึ่งคุกคามผู้ประท้วงด้วย ความรุนแรง Trump เขียนไว้ในโพสต์ของเขาว่า "เมื่อการปล้นเริ่มต้นขึ้น, การยิงเริ่มต้น" และเรียกผู้ประท้วงว่า "อันธพาล"

ซึ่ง Facebook ปฏิเสธที่จะดำเนินการใด ๆ กับโพสต์ของ Trump ที่ดูเหมือนจะคุกคามผู้ประท้วง ... Shona Ghosh/ Business Insider

แคมเปญดังกล่าว กดดันบริษัทใหญ่ๆ ผู้ลงโฆษณาบน Facebook ให้คิดใหม่ในการใช้จ่ายเงินโฆษณาบน Facebook จนกว่าจะมีนโยบายการควบคุมที่เข้มงวด

ยักษ์สินค้าคอนซูเมอร์ของโลกอีกราย Procter & Gamble ซึ่งเป็นผู้ใช้ Facebook รายสำคัญอีกรายหนึ่งได้กล่าว เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กำลังทบทวนโปรแกรมการลงโฆษณาทั้งหมดในช่องทางสื่อต่างๆ, รวมทั้งเครือข่าย และแพลตฟอร์มต่างๆ “เพื่อให้แน่ใจว่า เนื้อหาและความคิดเห็นต่างๆในช่องทางสื่อเหล่านั้นถูกต้องและเคารพทุกคน และเราไม่ได้โฆษณาใกล้กับเนื้อหาที่เราพิจารณาว่า มีการแสดงความเกลียดชัง การเลือกปฏิบัติ การหมิ่นประมาท หรือมัการดูถูกดูหมิ่น”

“ส่วนหนึ่งของการดำเนินการนั้นคือ เรากำลังทำงานร่วมกับ บริษัท สื่อและแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อดำเนินการอย่างเป็นระบบ ตามความจำเป็น” Marc Pritchard ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านแบรนด์ของ P&G (P&G Chief Brand Officer) กล่าว, อย่างไรก็ตามบริษัทปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Facebook โดยเฉพาะ

ทางด้าน Jen Sey ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาดของ Levi's (Chief Marketing Officer of Levi's) ได้กล่าว ในแถลงการณ์ว่า บริษัทหยุดโฆษณาทั้งหมดใน Facebook และ Instagram ทั่วโลกจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมเป็นอย่างน้อย "การที่เราจะกลับมามีส่วนร่วมอีกครั้ง จะขึ้นอยู่กับการตอบสนองของ Facebook" Sey กล่าว

การคว่ำบาตรโฆษณาบน Facebook ของบริษัทต่างๆส่วนใหฯญ่มุ่งเน้นไปที่การโฆษณาสำหรับเดือนกรกฎาคม และยัง รวมถึง Eddie Bauer และ Ben & Jerry's 

The North Face (ซึ่งเป็นแบรนด์ของธุรกิจค้าปลีกสินค้าแฟชั่นและเสื้อผ้ารองเท้าสำหรับกิจกรรมกีฬาและบันเทิงกลางแจ้ง เช่น ชุดปีนเขา เล่นสกี เต้นแร็ป) เป็นแบรนด์ใหญ่แบรนด์แรกที่ประกาศหยุดการโฆษณา และกล่าวว่าการคว่ำบาตรของ The North Face จะดำเนินต่อไปจนกว่า Facebook จะมีนโยบายที่เข้มงวดเพื่อยับยั้งกระแสคำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate-Speech) ใน Facebook และ Instagram

แบรนด์ Patagonia, REI, Mozilla และ Upwork รวมทั้งบริษัทขนาดเล็กอื่นๆอีกประมาณ 100 รายก็กล่าวว่า พวกเขามี ความมุ่งมั่นในการดำเนินการเรื่องนั้เช่นกัน

สำหรับ Facebook นั้นรายได้ของบริษัทเกือบทั้งหมดมาจากการโฆษณาบน Facebook และ Instagram ช่วงไตรมาสแรก ของปี 2020 Facebook มีรายได้จากโฆษณา 17.4 พันล้านดอลลาร์

แรงกดดันดังกล่าวดูเหมือนว่าจะได้ผล  เมื่อตอนสายของวันศุกร์ที่ผ่านมา (เวลาสหรัฐ) Zuckerberg ประกาศว่า บริษัทจะ ติดป้ายข้อความ "newsworthy" กับโพสต์จากนักการเมืองที่ละเมิดกฏของ Facebook เช่น คำพูดแสดงความเกลียดชัง (Hate Speech) หรือคำพูดแสดงความรุนแรง (Violent Speech) นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เนื่องจากช่วงเวลาที่ ผ่านมา บริษัทปฏิเสธโดยสิ้นเชิงที่จะกลั่นกรองการใช้คำพูดของนักการเมือง

โดยสรุปในขณะนี้ มีบริษัทขนาดใหญ่หลายบริษัทแล้ว ที่ได้ประกาศว่ามีส่วนร่วมในการประท้วง ด้วยการหยุดการ โฆษณาบน Facebook และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ชั่วคราว เช่น Unilever, Coca-Cola, Hershey Co, North Face, Verizon, Birchbox, Dockers, Eddie Bauer, The Hershey Company, Honda, JanSport, Levi's, lululemon, Magnolia Pictures, Mozilla, The North Face, Patagonia, REI ฯลฯ และอื่น ๆ อีกมากมาย

สำหรับกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่ม ที่อยู่เบื้องหลังแคมเปญ #StopHateforProfit นี้ เช่น NAACP (National Association for the Advancement of Colored People), Color of Change, และ Anti-Defamation League (กลุ่มต่อต้านการ หมิ่นประมาท) ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ได้เรียกร้องให้ Facebook ดำเนินการอย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้นในเรื่องดังกล่าวข้าวต้น

Cr : BUSINESS INSIDER / CNBC / USA TODAY / Bloomberg

Source

Source

Source

Source

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp