5,904
VIEWS

“สยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต แบงค็อก” เปิดทีหลัง ต้องแตกต่าง

Jun 08, 2020 R.Somboon

แม้การเปิดตัวของสยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต® แบงค็อก (Siam Premium Outlets Bangkok) อย่างเป็นทางการ ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน นี้ จะถูกมองว่าน่าจะเข้ามาช่วยเพิ่มอุณหภูมิการแข่งขันในตลาดที่ช่วง 1 ปี ก่อนหน้านั้น กลุ่ม เซ็นทรัลได้มีการเปิดเซ็นทรัล วิลเลจ ที่อยู่ในโลเกชั่นที่ไม่ห่างกันนัก ซึ่งความน่าสนใจของการแข่งขันในตลาดค้าปลีกที่เป็น “ลักชัวรี่ เอาท์เลต มอลล์” ในบ้านเรา ไม่ใช่แค่เป็นศูนย์การค้าแนวใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในบ้านเราเท่านั้น แต่ยังเป็นการ แข่งขันกันของ 2 ผู้เล่นที่เป็นบริษัทพัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีกรายใหญ่อย่างเซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น ของกลุ่มเซ็นทรัล กับสยามพิวรรธน์ เจ้าของแบรนด์ศูนย์การค้าชื่อดังไล่ตั้งแต่ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ สยามพารากอน และดิ ไอคอนสยาม

ไม่เพียงเท่านั้น เบื้องหลังความเร้าใจของการแข่งขัน ยังมี 2 พันธมิตรด้านพัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีกรายใหญ่ ของโลก คือกลุ่มไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ จากอเมริกา ที่เข้ามาถือหุ้นกับสยามพิวรรธน์ ในการทำลักชัวรี่ เอาท์เลต มอลล์ ในบ้านเรา กับกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย หนึ่งในบริษัทในเครือของ มิตซูบิชิ เอสเตท จากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบิ๊กอสังหา ระดับโลก ที่มีบริษัทในเครือเป็นผู้พัฒนาเอาท์เลตที่มีสาขากว่า 9 แห่งทั่วญี่ปุ่น อาทิ โกเทมบะ ริงกุ ชิซุย

 

 

การเปิดให้บริการของ สยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต® แบงค็อก จึงพกพาความแตกต่างมาอย่างเต็มพลัง โดยเฉพาะ การมีแบรนด์แม่เหล็กที่จะเข้ามาใช้ในการดึงดูดนักช้อป โดยรายชื่อแบรนด์ลักชัวรี่อย่าง Burberry, Balenciaga, Bally, Breitling, Coach, Furla, Hugo Boss, Kate Spade NEW YORK, Montblanc และ adidas รวมถึง Nike พรีเมียม รีเทล สโตร์ขนาดใหญ่กว่า 1,300 ตารางเมตร ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษสำหรับดิจิทัลเมมเบอร์โดยเฉพาะ และสไตล์การตกแต่งร้าน ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะไทย พร้อมแบรนด์ไทยชั้นนำอย่าง EVEANDBOY และ Jim Thompson ทั้งนี้ ยังมีอีก หลากหลายแบรนด์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เตรียมจะเผยโฉมในเร็วๆ นี้  ไม่เพียงเท่านั้น มีร้านอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำ อาทิ Starbucks และ Bread Talk รวมถึง Food Republic เข้ามาเปิดบนพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตรอีกด้วย

ขณะที่การมีผู้ร่วมทุนอย่างกลุ่มไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ จากอเมริกา ที่มีประสบการณ์ในการทำลักชัวรี่ เอาท์เลต มอลล์ในหลายประเทศ น่าจะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี โดยกลุ่มไซม่อน เป็นเจ้าของพรีเมียม เอาท์เลต 96 แห่ง ทั่วโลก ในจำนวนนี้ 15 แห่ง อยู่ในเอเชีย คือ ญี่ปุ่น 9 แห่ง เกาหลี 4 แห่ง และมาเลเซีย 2 แห่ง โดยพรีเมียมเอาท์เล็ตที่ โดดเด่นระดับไอคอน มีทั้ง WOODBURY COMMON PREMIUM OUTLETS นิวยอร์ก, GOTEMBA PREMIUM OUTLETS ญี่ปุ่น, YEOJU PREMIUM OUTLETS เกาหลีใต้ และ JOHOR PREMIUM OUTLETS มาเลเซีย ประเทศไทย จะเป็นพรีเมียมเอาท์เล็ตแห่งที่ 16 ในเอเชีย คอนเน็คชั่นที่มีกับแบรนด์สินค้าอย่างเหนียวแน่นนี้ พร้อมจะนำมาต่อยอด ในการทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ

หากมองเข้ามาที่หัวใจสำคัญของการทำตลาดพรีเมียม เอาท์เล็ตมอลล์นั้น อันดับแรกจะอยู่ที่เรื่องของแบรนด์ โดยต้องดึงแบรนด์ใหญ่ๆ ดังๆ ระดับโลกเข้ามาให้ได้ เพราะจะเป็นแม่เหล็กในการดึงแบรนด์อื่นๆ ให้ตามเข้ามา โดยข้อ แตกต่างอย่างหนึ่งของการเป็นพันธมิตรกับกลุ่มไซม่อนก็คือ การมีแบรนด์ที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟที่เข้ามาเปิดในมอลล์เพียง ที่เดียว ทำให้สามารถเพิ่มแรงดึงดูดได้เป็นอย่างดี

ส่วนอีกหัวใจสำคัญของการทำตลาดก็คือ ต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งความเข้าใจนี้จะหมายรวมถึง ผู้บริโภคในทั่วโลกด้วย เพราะอย่าลืมว่า เอาท์เล็ต มอลล์ เป็นเดสติเนชั่นของนักท่องเที่ยวที่จะถูกวางไว้ในแพลน เมื่อคิด จะเดินทางมาท่องเที่ยว

ข้อดีของกลุ่มไซม่อนก็คือ การมีสาขาอยู่ในคีย์ ซิตี้ ของประเทศต่างๆ ทำให้ลูกค้ารู้จักผู้ร่วมทุนรายนี้ได้เป็น อย่างดี เช่นเดียวกับที่กลุ่มไซม่อนเองมี Best Practice ที่พร้อมจะนำมาปรับใช้ในการทำตลาด โดยเฉพาะความเข้าใจ ผู้บริโภค และ รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรในการช้อปปิ้ง ประกอบกับแบรนด์ต่างๆ ที่เข้ามาเปิด เป็นแบรนด์ดังที่คนทั่วโลก รู้จัก จึงช่วยเพิ่มแรงบวกให้แก่กัน

มร.ไมเคิล ถัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด กล่าวว่า การเปิดโครงการสยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต แบงค็อก ยังจะช่วยส่งเสริมและเป็นการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทยก่อเกิดอัตราการจ้างงานอีกกว่า 1,000 อัตรา เรายังให้ความสำคัญกับการนำเสนอประสบการณ์ที่เหนือกว่าแค่การมาซื้อสินค้า ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลาก หลายที่จะสร้างสรรค์ให้ที่นี่เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ท่ามกลางบรรยากาศการช้อปปิ้งที่ผ่อนคลาย สยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต แบงค็อกมีแผนที่จะร่วมกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวในละแวกใกล้เคียงเพื่อสร้างจุดหมายปลายทางของการช้อปปิ้งและการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอีกด้วย

 

“ลักชัวรี่ เอาท์เล็ต มอลล์”

ของคุ้นเคยนักช้อปไทย

ลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต มอลล์ ไม่ใช่เป็นแขกหน้าใหม่ของบ้านเรา เพราะในมุมของนักช้อปปิ้งชาวไทย หลาย คนมีประสบการณ์ในการช้อปปิ้งกับศูนย์การค้าแนวนี้มาแล้ว จากการเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ เพราะเมือง ท่องเที่ยวสำคัญของโลก ต่างก็มีลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต มอลล์ แทบทั้งสิ้น

แต่สำหรับบ้านเรา ก่อนหน้านั้น ยังไม่มีใครลงทุนทำอย่างจริงจัง เมื่อลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต มอลล์ มีเทรนด์การเติบโตที่ดีในทั่วโลก ทำให้ค้าปลีกเซ็กเม้นต์นี้กลายเป็นที่สนใจ เราลองมาดูกันว่า ทำไม ลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต มอลล์ จึงเป็นเซ็กเม้นต์ค้าปลีกที่ถูกจับตามองมากสุดในบ้านเรา

1.ลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต มอลล์ กลายเป็นโอกาสทางการตลาดครั้งใหม่ของคนทำศูนย์การค้า เพราะเมื่อ มองเข้ามาที่แนวโน้มของตลาดแล้วจะพบว่า ประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า 39 ล้านคน เดินทางมาท่องเที่ยว และมองหาสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสมคุ้มค่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นตัวสนับสนุนชั้นดี แม้ปัจจุบัน ตลาดท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่เชื่อว่า การท่องเที่ยวในบ้านเรายังมีมนต์เสน่ห์ ที่สามารถ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ และลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต มอลล์

2.การเพิ่มขึ้นของกลุ่มนักช้อปปิ้งที่เป็น Young Affluent ซึ่งนักช้อปกลุ่มนี้เป็นคนรุ่นใหม่ อายุ 25 - 40 ปี ประสบ ความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และมีรายได้สูง แม้คนกลุ่มนี้จะติดแบรนด์ แต่ก็ช้อปปิ้งอย่างชาญฉลาด คือหากสามารถจ่าย ในราคาไม่สูงนัก เพื่อแลกกับแบรนด์ดีๆ ก็พร้อมจะควักเงิน ซึ่งตรงกับแนวทางของการนำเสนอสินค้าในลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต ที่มีสินค้าลักชัวรี่แบรนด์หลากหลาย เป็นสินค้าที่ไม่ใช่รุ่นที่เปิดตัวใหม่ นำมาลดราคา 35 – 70% ทำให้ศูนย์ การค้าในแนวนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้ากลุ่ม Young Affluent

 

ลูกค้ากลุ่มนี้จะเป็นคนที่ High Brand Conscious และต้องการตอบสนอง และให้รางวัลตัวเอง (Self-Rewarding) โดยการเติบโตของลูกค้ากลุ่มนี้ มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งพวกนี้มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ที่ให้รางวัลกับตัวเอง ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกถือเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของพวกเขา โดยคน กลุ่มนี้เข้ามาเป็นนักช้อปที่ช่วยผลักดันให้สินค้าแบรนด์เนมมีการเติบโตที่ดีมาตลอด

3.หัวใจสำคัญของการทำเอาท์เล็ต มอลล์ ก็คือ การสร้างประสบการณ์ในการช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ๆ ให้ผู้บริโภค รู้สึกสนุกกับการช้อปปิ้งของตัวเอง เพราะว่าไปแล้ว เอาท์เล็ต มอลล์ ทั่วโลกนั้น ไม่เพียงแค่มีนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเป้า หมายหลักเท่านั้น แต่ยังมีผู้บริโภคในท้องถิ่น เป็นลูกค้าสำคัญอีกด้วย การสร้างประสบการณ์ในการช้อปปิ้งใหม่ๆ จึงเป็น เรื่องสำคัญไม่แพ้การนำเสนอสินค้า

อย่างไรก็ตาม ความพร้อมในเรื่องของเอาท์เล็ต มอลล์ คือส่วนหนึ่ง แต่การ Pull Out หรือดึงลูกค้าเข้าไปช้อปปิ้ง ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งการมีกลุ่มเป้าหมายส่วนหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยว จึงต้องมีการเข้าไปทำตลาดร่วมกับพันธมิตรที่เป็น บริษัททัวร์ เพื่อวางให้การช้อปปิ้งในพรีเมียม เอาท์เล็ต มอลล์ เป็น 1 ในโปรแกรมของการมาเที่ยวเมืองไทยทั้งระหว่างการ เที่ยว หรือก่อนเดินหน้าทางกลับ

เช่นเดียวกับการครีเอทอีเวนท์ หรือกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างแรงดึงดูดนักช้อปชาวไทยก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการของทั้งกลุ่มเซ็นทรัล และสยามพิวรรธน์ ในไม่กี่อึดใจต่อจากนี้ จะเข้ามาเป็นตัวช่วย เขย่าให้ค้าปลีกเซ็กเม้นต์ลักชัวรี่ เอาท์เล็ต มอลล์ มีสีสัน และเป็นอีกการเติมเต็มให้ตลาดค้าปลีกของบ้านเรามีความ สมบูรณ์แบบมากขึ้น.....

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp