‘เมดโทรนิค’ จับมือพันธมิตรพัฒนาแอพพลิเคชั่น VTA

Jun 02, 2020 -None-

เมคโทรนิค หนึ่งในผู้นำการผลิตและคิดค้นนวัตกรรมทางด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับโลก ร่วมบรรเทาสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ร่วมมือกลุ่มพันธมิตรพัฒนาแอพพลิเคชั่น “VTA” รวมรวบข้อมูลวิธีใช้เครื่องช่วยหายใจ อำนวยความสะดวกให้บุคลากรทางแพทย์ในการรักษาผู้ป่วย ลดอัตราการเสียชีวิต พร้อมร่วมสนับสนุนเงินบริจาคอีก 9 แสนบาท เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เร่งผลิตและนำเข้าอุปกรณ์ให้เพียงพอต่อความต้องการ ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญการใช้อุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการรักษาอย่างต่อเนื่อง

รานีวรรณ รามศิริ ผู้อำนวยการ (Vice President)  บริษัท เมดโทรนิค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อและมีปัญหาด้านการหายใจ จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจำนวนมาก ทางเมดโทรนิคจึงได้ร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรและบริษัทพัฒนาแอพพลิเคชั่น Allego Inc.ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Ventilator Training Alliance App” (VTA) เพื่อให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลของเครื่องช่วยหายใจได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น                                                                                                                                               

โดยแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะมีวิดีโอฝึกอบรมและคู่มือการใช้งานเครื่องช่วยหายใจรุ่นต่างๆ ของเครือข่ายพันธมิตร รวมทั้งเครื่องช่วยหายใจของเมดโทรนิคด้วย สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นได้ทั้งในรูปแบบ offline และ online ดาวน์โหลดได้ที่ Apple AppStore and Google Play Store โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

จากการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แอพพลิเคชั่นดังกล่าวสู่บุคลากรทางแพทย์โดยตรงและผ่านช่องทางของหน่วยงานต่างๆ ทางเมดโทรนิคได้รับความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์แอพพลิเคชั่น VTA จากสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย และสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทางสมาคมฯ ได้มีการแจ้งข่าวไปยังสมาชิกของสมาคมให้ทราบผ่านทาง facebook และ เวปไซต์ นอกจากนี้ทางเมดโทรนิคเองก็ได้ประชาสัมพันธ์ไปยังแพทย์แต่ละท่านทราบถึงแอพพลิเคชั่น VTA นี้ด้วย

ทั้งนี้ เสียงตอบรับของแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจและได้เข้าไปใช้งานแอพพลิเคชั่น VTA แล้ว บอกในทิศทางเดียวกันว่าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สิ่งมีผลต่ออัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยคือความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ในการใช้เครื่องช่วยหายใจได้อย่างถูกต้อง ต้องขอบคุณเมดโทรนิคที่มาแนะนำแอพพลิเคชั่นนี้เพื่อให้ทีมแพทย์และพยาบาลได้ศึกษาการใช้และเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

“ช่วงที่เราต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing แอพพลิเคชั่น VTA จึงเป็นเครื่องมือที่ดีและเหมาะสมในการให้แพทย์ได้เรียนรู้ศึกษาเครื่องช่วยหายใจต่างๆได้ด้วยตนเอง ทดแทนการรวมตัวในงานประชุมต่างๆ ได้อย่างดี”

สำหรับสถานการณ์ความต้องการ และการบริหารจัดการเครื่องช่วยหายใจประเทศไทยในปัจจุบัน พบว่าปริมาณเตียงผู้ป่วยวิกฤตทั่วประเทศประมาณ 7,900 เตียง และมีเครื่องช่วยหายใจที่สามารถใช้ในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ไอซียู) อีกประมาณ 10,000 เครื่อง แบ่งเป็นชนิดมีศักยภาพสูงสุดในการช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของแพทย์ใช้งานในระดับวิกฤตสูงสุด 4,000 เครื่อง และกลุ่มขีดความสามารถสูง มีความซับซ้อนขึ้น มีระบบการวัดผลมากขึ้น แสดงผลใช้งานหลากหลายอีกประมาณ 6,000 เครื่อง

รานีวรรณ กล่าวอีกว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วโลกจึงทำให้เครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลก ดังนั้นเมดโทรนิคจึงได้เปิดพิมพ์เขียว (open sources) ในการผลิตเครื่องช่วยหายใจแก่องค์กรต่างๆ ที่มีศักยภาพ ถึงแม้ว่าทางเมดโทรนิคจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของพิมพ์เขียวนี้ แต่เนื่องจากทางบริษัทฯ เล็งเห็นว่าชีวิตของผู้ป่วยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ความร่วมมือในการผลิตเครื่องช่วยหายใจนี้ จะทำให้ประเทต่างๆ ทั่วโลกมีปริมาณเครื่องช่วยหายใจที่เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างมากได้

ตัวอย่างบริษัทที่ให้ความร่วมมือให้การนำเอาพิมพ์เขียวนี้ไปใช้คือ บริษัท เทสล่า ซึ่งได้นำเอาพิมพ์เขียวดังกล่าวไปใช้เพื่อช่วยเพิ่มกำลังการผลิตในสหรัฐอเมริกา เป็นต้น นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่างบริษัทอินเทลที่สหรัฐอเมริกา ในการนำเอาเทคโนโลยีและซอฟท์แวร์ของเครื่องช่วยหายใจมาประยุกต์ใช้ให้สามารถควบคุมเครื่องได้จากระยะไกล (Remote Monitoring) เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถใช้และควบคุมเครื่องได้จากระยะไกล โดยมีระยะห่างจากผู้ป่วยแทนที่ต้องใช้งานที่ข้างเตียงหรือในหอผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จากการดูแลผู้ป่วยได้มากยิ่งขึ้น

“สำหรับในประเทศไทย ได้มีหน่วยงานและสถานศึกษาที่ให้ความสนใจในการผลิตเครื่องช่วยหายใจนี้เช่นกัน โดยเมดโทรนิคจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนเชิงองค์ความรู้ในการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้หน่วยงานหรือองค์กรที่สนใจสามารถวิจัยพัฒนาที่สามารถต่อยอดและนำไปสู่การผลิตเครื่องช่วยหายใจที่ได้มาตรฐานตามสากล” นางรานีวรรณระบุ

นอกจากการพัฒนาแอพพลิเคชั่น VTA สำหรับการมีส่วนร่วมในอำนวยความสะดวกให้กับบุคลากรทางการแพทย์แล้ว บริษัท ยังได้จัดทำโครงการ “เมดโทรนิคร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19” ขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้  โดยรวบรวมเงินบริจาคจากพนักงาน และทางบริษัทสมทบทุนเพิ่มเติมเป็นจำนวน 2 เท่าของยอดบริจาค รวมทั้งสิ้น 900,000 บาท ส่งมอบให้แก่ สภากาชาดไทย เพื่อนำไปสมทบทุน จัดซื้อชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตและหน้ากากอนามัยแบบผ้า ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านเหล่ากาชาดจังหวัดทุกจังหวัด

นอกจากนั้นยังมีส่วนร่วมในการบรรเทาวิกฤติโควิด-19 ด้านแรก คือการจัดหา นำเข้า และนำส่งเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ของเมดโทรนิคที่มีส่วนช่วยในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าปกติ 

ด้านที่ 2  คือการส่งทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์รวมถึงทีมงานด้านเทคนิคและการซ่อมบำรุงของทางบริษัทเข้าไปให้บริการ ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ทีมแพทย์และบุคคลากรทางการแพทย์ในการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ตามปกติและในทุกๆครั้งที่โรงพยาบาลขอความช่วยเหลือ 

และด้านที่ 3  คือมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบและสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการเว้นระยะห่างทางสังคม บริษัทฯ ให้พนักงานทุกคนทำงานจากที่บ้าน ทันทีที่รัฐบาลประกาศปิดโรงเรียนและควบคุมการเดินทางภาพรวม ซึ่งพนักงานของบริษัททุกคนร่วมมือเป็นอย่างดีในการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ

“เหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวมองว่าเป็นเหตุการณที่ไม่มีใครคาดคิดหรืออยากให้เกิดขึ้น แต่สะท้อนให้เราเห็นว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตั้งแต่ปัจเจคบุคคลไปจนถึงภาครัฐ เป็นพลังที่สำคัญอย่างยิ่งในการฝ่าวิกฤตการณ์ ประเทศไทยมีต้นทุนที่มีความพร้อมในหลายด้าน ทั้งระบบสาธารณสุข คณะแพทย์ที่มีความรู้และความสามารถ รวมถึงความมีน้ำใจช่วยเหลือกันและกันซึ่งเป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมที่ดีของคนไทยมาโดยตลอด การร่วมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการเว้นระยะห่างทางสังคมและการดูแลป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อหรือแพร่เชื้อด้วยการใส่หน้ากากอนามัยอยู่เช่นนี้ จะเป็นพลังที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มศักยภาพของประเทศของเราต่อสู้และเอาชนะวิกฤตโควิดนี้ได้”

แอปพลิเคชั่น

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.