6,330
VIEWS

ศุภลักษณ์ อัมพุช เศรษฐีอันดับ 20 แนะรัฐบาลต้องเข้าใจ 3 New Normal พร้อมเสนอ 10 แผนแม่บท

May 14, 2020 -None-

จากการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถาการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อค่ำวันที่ 17 เมษายน 2563 ว่า จะเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึงมหาเศรษฐีไทย 20 คน เพื่อรับฟังความคิดเห็น และขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาโรคระบาดไวรัสโควิด-19 นั้น
 
ล่าสุด ศุภลักษณ์ อัมพุช เศรษฐีอันดับ 20 เจ้าของเดอะ มอลล์ กรุ๊ป ที่มีทรัพย์สินรวมกว่า 1.6 พันล้านเหรียญ (5.23 หมื่นล้านบาท) ได้ตอบจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยมีใจความสำคัญคือ แนะให้รัฐบาลเข้าใจในวิถีชีวิตใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลัง COVID-19 บรรเทาลง 3 ข้อ รวมถึงยังมีการนำเสนอแผนแม่บทที่นำไปประยุกต์ใช้อีก 10 ข้อ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
 
ตามที่  ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีหนังสือขอความร่วมมือระดับชาติ เพื่อเอาชนะโควิด-19 ไปด้วยกันทั้งประเทศนั้น ด้วยยุทธศาสตร์ของการสร้างคุณภาพชีวิตของคนไทย การสร้างงานสร้างอาชีพ การสร้างรายได้ให้กับประชาชนและประเทศไทยภายใต้บรรทัดฐานใหม่ New Normal สำหรับคนทุกภาคส่วน ตั้งแต่แรงงานขั้นพื้นฐาน เกษตรกร SME Entrepreneur   White Collar เจ้าของธุรกิจ จนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ภายใต้กลยุทธ์ที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องให้ความสำคัญ คือ 3 หัวข้อหลัก 
 
1. Globalization ทำให้ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของ South East Asia 
 
2. Digitalization การนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้สำหรับ New Normal ทั้งในแง่การทำธุรกิจ และการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ 
 
3. Tourism  เป็น Spearhead  หัวหอกหลักที่จะนำประเทศไทยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด และมีผลต่อเนื่อง Value Chain ไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย และเป็นส่วนที่ประเทศไทยสามารถใช้เป็นจุดแข็ง  ในฐานะที่ประเทศไทยเป็น Tourist Destination of the World  โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เป็น   World Number 1 Tourist Destination ติดต่อกันถึง 4 ปี อีกทั้งภูเก็ตและพัทยาติดอันดับ Top 10 Tourist Destination in Asia

เดอะมอลล์กรุ๊ป ใคร่ขอเสนอ 10 แผนแม่บท 10 แผนยุทธศาสตร์ที่จะขอให้ทั้งทางภาครัฐบาลและภาคเอกชนร่วมมือกันมี Commitment ร่วมกันเพื่อยังผลให้โครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จยิ่ง 
 
1. THAILAND AS A WORLD CLASS SHOPPING PARADISE ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของการช้อปปิ้งระดับโลก
2. THAILAND AS A WORLD FOOD DESTINATION ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมอาหารของโลก
3. THAILAND AS A HUB OF WORLD CLASS ENTERTAINMENT AND ATTRACTIONS IN SEA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
4. THAILAND AS A HUB OF MICE MARKET IN SEA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการประชุมสัมมนาและ จัดแสดงสินค้าระดับโลกในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ 
5. THAILAND AS A CULTURAL AND ART CENTER OF ASIA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่ง ศิลปวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย 
6. THAILAND AS A WORLD CLASS CENTER OF FESTIVAL, LEISURE & FUN ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดเทศกาลแห่งความสุขและสนุกสนานระดับโลก 
7. THE GULF OF THAILAND AND THE ANDAMAN SEA TO BECOME THE RIVIERA OF THE EAST AND CRUISE LINE PLAYGROUND อ่าวไทยและคาบสมุทรอันดามัน เสมือนเป็นริเวียร่าแห่งโลกตะวันออกและเส้นทางเดินเรือสำราญที่สำคัญของเอเชีย
8. THAILAND AS A MEDICAL HUB FOR HEALTH, WELLNESS & SPA RESORT IN ASIA ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ สุขภาพ ความงาม และสปา ในภูมิภาคเอเชีย
9. THAILAND AS THE ENTREPRENEUR, SME & STARTUP HUB OF SEA FOR O2O SEAMLESS EXPERIENCE  ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ สำหรับ ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ
10. THAILAND AS A CENTER OF ECOTOURISM AND ENVIRONMENTAL SUSTAINABILITY ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ท้ายนี้ดิฉันในนามบริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างจริงใจและจริงจัง  ภายใต้กลยุทธ์และแผนยุทธศาสตร์ทั้ง 10 ข้อนี้ จะทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จ นำมาซึ่งการสร้างคุณภาพชีวิตของคนไทย สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มให้กับประชาชนหลายล้านคน คาดว่าจะสร้างรายได้และทำรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่ประเทศกว่า 100,000 ล้านบาท ยังผลให้ประเทศไทยฟื้นฟูและยืนหยัดด้วยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน 

พร้อมกันนี้ดิฉันใคร่ขอส่งพลังแห่งความปรารถนาดีให้กับคนไทยทั้งประเทศ

THE POWER OF LOVE พลังแห่งความรัก และความห่วงใยซึ่งกันและกัน

THE POWER OF FAITH พลังแห่งความศรัทธาและเชื่อมั่นต่อประเทศไทย

THE POWER OF TOGETHERNESS พลังแห่งความร่วมแรง ร่วมใจ ของคนไทยทั้งประเทศ

พลังแห่งความเป็นไทยที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่ง ควรค่าแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน

อนึ่งบริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป  ได้ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ได้ประกาศมาตรการทางการแพทย์ระดับชาติ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2563 โดยทุกศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ปทุกแห่งได้ดำเนินการยกระดับมาตรการ ความปลอดภัย ด้านสาธารณสุขเชิงรุกอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง อีกทั้งได้แสดงเจตจำนงและความรับผิดชอบ ต่อสังคม ผ่านโครงการเพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โครงการเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลากร ทางการแพทย์  และการช่วยสนับสนุนโรงพยาบาลต่างๆ ตลอดจนโครงการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19  ดังนี้

โครงการสนับสนุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อเครื่องอุปโภค -บริโภค ที่จำเป็นในการดำรงชีพ และอาหาร รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท            

• โครงการเดอะมอลล์ กรุ๊ป - รพ.ราชวิถี รวมใจเพื่อคนไทย ปลอดโควิด-19 เพื่อระดมการบริจาคจากพันธมิตรธุรกิจ ลูกค้า และประชาชนทั่วไป เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

• โครงการมอบเงินสนับสนุน ผ่านฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แก่ 5 โรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลราชวิถี  และสถาบันบำราศนราดูร

• โครงการมอบอาหารกล่องจากครัวน้ำใจ โดยกูร์เม่ต์มาร์เก็ต ของเดอะมอลล์ทุกสาขา ให้แก่ โรงพยาบาล จำนวนรวม 30,000 กล่อง เป็นเวลา 30 วัน

• โครงการถุงยังชีพชุดกำลังใจ อันประกอบด้วยสินค้าอุปโภค-บริโภค แก่โรงพยาบาล จำนวนรวม 10,000 ชุด

• โครงการความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจร้านอาหารกว่า 30 ร้าน  มอบอาหารกล่องจำนวน  5,000  กล่อง  เพื่อเป็นกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์

• โครงการเดอะมอลล์  บ้านของคนโคราช เพื่อต่อลมหายใจ ด้วยการระดมการบริจาคเพื่อจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจแก่ 3  โรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมา โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา  และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  

โครงการบริจาคโลหิตเพื่อศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย  เพื่อร่วมบรรเทาการขาดแคลนโลหิตสำรอง  ผ่านห้องรับบริจาคโลหิตที่เดอะมอลล์ทุกสาขา จำนวนเบื้องต้นรวมกว่า 2,000,000 CC  จากผู้มีจิตศรัทธากว่า 5,000 คน  ในระยะเวลา 30 วัน

 โครงการลดค่าครองชีพ และมอบถุงยังชีพชุดกำลังใจเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน และสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงพาณิชย์ 

• โครงการ “พาณิชย์ลดราคาข้าว ช่วยประชาชน” ร่วมลดราคาข้าว สูงสุด  50%

• โครงการ “พาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน” ร่วมปรับลดราคาสินค้าอุปโภค บริโภคที่มีความจำเป็นในการดำรงชีพใน 6 กลุ่มสินค้า สูงสุด 50%  จำนวนกว่า 3,000 รายการ  นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนเพิ่มเติมด้วยการจัดรายการลดราคาสินค้า ในราคาพิเศษสุด รวมกว่า 100,000 รายการ ตลอดปี 2563

• โครงการมอบถุงยังชีพชุดกำลังใจเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร  จำนวน  5,000 ชุด

• โครงการรับผิดชอบต่อองค์กรและสังคม ด้วยมาตรการช่วยเหลือพนักงานในเครือกว่า 20,000 ราย โดยไม่มีนโยบายเลิกจ้าง และช่วยเหลือพนักงานที่มีภาระครอบครัว ให้การกู้ยืมเงินโดยไม่มีอัตราดอกเบี้ย และดูแลช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล

• โครงการช่วยเหลือผู้เช่า และผู้ประกอบการร้านค้าของทุกศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้าทุกสาขาในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป โดยมีมาตรการไม่เก็บค่าเช่าในช่วงปิดบริการ และมีมาตรการลดค่าเช่าหลังเปิดบริการ เพื่อช่วยเหลือผู้เช่า และผู้ประกอบการร้านค้ากว่า 10,000 ราย

• โครงการช่วยเหลือภาคเกษตรกรรม ภาคการประมง ภาคธุรกิจแปรรูป  และ SME ทั่วประเทศ

• บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีความห่วงใยในการระบายสินค้าต่าง ๆ เพื่อทั้งการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก ได้มีบทบาทการเป็นแกนกลางในการผนึกความร่วมมือจากผู้ประกอบการภาคธุรกิจรีเทลทั่วประเทศ ผ่านสมาคมค้าปลีกไทย สมาคมศูนย์การค้าไทย ในการเปิดพื้นที่เป็นช่องทางการจำหน่ายเพื่อระบายสินค้าภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรมแปรรูป ภาควิสาหกิจชุมชน OTOP ตลอดจน SME ตลอดทั้งปี โดยบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป  ได้นำร่องด้วยโครงการตลาดเดอะมอลล์รวมใจ THE MALL TOGETHER MARKET ทุกสาขา โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ศกนี้เป็นต้นไป

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.