7,493
VIEWS

ถอดกรณีศึกษา “สหพัฒน์” เมื่อซัพพลายเออร์ กลายร่างเป็นร้านค้าปลีก

May 12, 2020 R.Somboon

ด้วยเหตุผลของการเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็น Conglomerate มีธุรกิจในหลากหลายรูปแบบ การแตกไลน์ธุรกิจใหม่ๆ ของกลุ่มสหพัฒน์ จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลก แต่สำหรับการเข้ามาสู่ธุรกิจค้าปลีกแบบเต็มตัวนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองไม่น้อย

เพราะด้วยการเป็นบริษัทที่ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าครบวงจรทั้งของกินและของใช้ ทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบจากการมีอำนาจต่อรองที่มากขึ้นของกลุ่มค้าปลีก ขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวลูกค้าเองที่ต้องการเข้าถึงการซื้อสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่กลุ่มสหพัฒน์เริ่มที่จะหันมาให้ความ สำคัญกับการสร้างช่องทางขายที่หลากหลายของตัวเองเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว

 

หากมองย้อนไปในอดีต เรื่องของการผลิต ถือเป็นหัวใจสำคัญ เจ้าของสินค้าทุกรายต่างผลิตสินค้าออกมาเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำสุด แต่เมื่อผลิตออกมาแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องขาย กลยุทธ์ 4P จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะกับ P ตัวที่ 3 ในเรื่องของการจัดจำหน่ายที่ยักษ์ใหญ่แทบทุกรายมีการสร้างระบบจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของตัวเองขึ้นมาเพื่อผลักดันให้สินค้าเข้าไปในทุกช่องทางขาย เป็นการคอนโทรล “กลางน้ำ” ที่เป็นเรื่องของการจัดจำหน่ายไว้ในมือ

แต่โลกการตลาดยุคใหม่ ในส่วนที่เป็น “ปลายน้ำ” คือร้านค้าปลีกทั้ง “ออฟไลน์” และ “ออนไลน์ ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะจะทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูล ตลอดจนไลฟ์สไตล์การซื้อสินค้าของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะส่งผลกลับมาต่อการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการผลิตและการขาย

กลุ่มสหพัฒน์ให้ความสำคัญกับเรื่องของการทำร้านค้าปลีกมานาน โดยมีการเข้ามาสู่ธุรกิจค้าปลีกด้วยการลงทุนร้านค้าปลีกของตัวเองภายใต้ชื่อร้าน 108 ช็อป ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของการเข้าไปเปิดช็อปของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำในเครือ

หลังจากนั้นจึงมีการดึงยักษ์ค้าปลีกจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทุนด้วย เริ่มจากกลุ่มลอว์สัน ที่ถูกดึงเข้ามาร่วมทุนในการทำธุรกิจค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ โดยจะอาศัยความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการของลอว์สันเข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำตลาด

ในส่วนของสินค้าแฟชั่นนั้น กลุ่มสหพัฒน์มีการพัฒนาร้านค้าปลีกแฟชั่น  A`MAZE ซึ่งคอนเซ็ปต์ของร้าน A`MAZE นี้เกิดขึ้นมาเพื่อปิดจุดอ่อนกับผู้บริโภคบางส่วนที่อาจจะยังไม่เคยมี Engagement กับแบรนด์ในเครือของสหกรุ๊ปมาก่อน หรืออาจจะเคยมีแต่มีช่วงที่ขาดหายไป โดยร้าน A`MAZE นี้จะใช้คอนเซ็ปต์ Mix & Match สไตล์และแฟชั่นจากเสื้อผ้าหลายๆ แบรนด์เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Guy Laroche, GSP, Jousse, Lofficiel, C&D, Springfield, Women’ Secret รวมถึงแบรนด์อื่นๆ ที่พร้อมจะเป็นเพื่อนของ A`MAZE

 

ภายใต้คอนเซ็ปต์ของการเป็น Multi Brand Store ทำให้ร้านนี้เป็นมากกว่าร้านขายสินค้า แต่เป็น Ecosystem สำหรับคนกล้าลอง(Experiment) เติมความมั่นใจ (Confident) และสร้างแรงบันดาลใจ(Inspiration)นอกจากทำเพื่อตัวเองแล้ว ยังเป็นแรงผลักดันให้คนอื่นต่อไปโดย A`MAZE เริ่มจากคำว่า MAZE ซึ่งมีความหมายว่าเขาวงกต ผสมกับคำว่า AMAZING ที่หมายถึงน่าทึ่ง น่าแปลกใจ ร้าน  A`MAZE จึงอยากสื่อให้เข้าใจว่าแฟชั่นคือความสนุกของการท่องโลกใหม่ หรือเป็น STYLE EXPERIMENT ที่อาจทำให้คุณเจอพื้นที่ที่คุณไม่เคยกล้าก้าวข้ามเข้าไปในจุดนั้นเลย และเราเชื่อว่า หากคุณหาสไตล์เหล่านั้นเจอ คุณจะได้หัวใจสำคัญของความสุขคือ CONFIDENT ความ “มั่นใจ” ที่ทำให้เกิดเสน่ห์ได้อย่างล้นเหลือ ซึ่งร้าน A`MAZE เต็มรูปแบบเปิดให้บริการไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ที่ศูนย์การค้า ZPELL ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และอาคาร A`MAZE LIFESTYLE BUILDING สยามสแควร์ ซอย 2

นอกจากร้านค้าปลีกข้างต้นที่กล่าวมา กลุ่มสหพัฒน์ยังมีการขยายฐานธุรกิเข้าในร้านค้าปลีกเซ็กเม้นต์เพอร์ซันนั่ลแคร์และดรักสโตร์ โดยมีการดึงบริษัทซูรูฮะ (Tsuruha) จากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาร่วมทุนจัดตั้งบริษัท ซูรูฮะ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้น ด้วยทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 100 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจร้านซูรูฮะ ซูเปอร์ ดรักสโตร์ ในประเทศไทย

 

ล่าสุด แม้จะมีการขายในช่องทางออนไลน์ผ่านอีคอมเมิร์ซอย่างช้อปปี้และลาซาด้า และเจดี เซ็นทรัล แล้ว กลุ่มสหพัฒน์ยังบุกตลาดช็อปออนไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคของในเครือสหพัฒน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย ผ่านเว็บไซต์ ethailandbest ซึ่งเป็นช้อปปิ้งมอลล์ออนไลน์ของในเครือสหพัฒน์เอง

ร้านค้าออนไลน์ที่สร้างขึ้นมานี้ จะเข้ามาช่วยเพิ่มความหลากหลายของช่องทางขายให้กับสินค้าในเครือสหพัฒน์ โดยมีการใช้ตัวช่วยสนับสนุนทั้งที่เป็นขนส่งกระจายสินค้า และตัวคลังสินค้าที่มีกระจายอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ เป็นการส่งฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

ระบบจัดส่งสินค้าของเราก็มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยมีคลังสินค้าทันสมัย สามารถจัดส่งสินค้าได้ตลอดวัน และยังมีบริการจัดส่งสินค้าด่วนภายใน 1-2 ชั่วโมง หรือส่งสินค้าแบบพิเศษต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าโดยเฉพาะ ทั้งนี้หากมีสินค้าชำรุดได้รับความเสียหายจากทางสหพัฒน์จะมีการรับประกันสินค้า ซึ่งลูกค้าสามารถเปลี่ยนสินค้าคืนได้ภายใน 14 วันหลังจากได้รับสินค้า โดยสามารถติดต่อกับทาง Call Center ได้ทันที

กลยุทธ์ในการทำตลาดผ่านช่องทางขายของตัวเองอย่างหนึ่งก็คือ สหพัฒน์จะสนับสนุนให้พนักงานสามารถขายสินค้าในเว็บไซต์ทั้งหมดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คส่วนตัว พร้อมทั้งกระจายสินค้าไปยังร้านค้าท้องถิ่น รวมถึงบุคคลทั่วไปที่อยากมีรายได้เพิ่ม ก็สามารถขายสินค้าของสหพัฒน์ได้

การมีอำนาจต่อรองที่เพิ่มขึ้นของเชนค้าปลีก แม้ทางหนึ่งผู้ประกอบการค้าปลีกเอง จะพยายามทำตลาดในรูปแบบของการจับมือร่วมกับซัพพลายเออร์มากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสินค้าที่ไม่ใช่แบรนด์หลักๆ ที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ที่จะโดนบีบพื้นที่ของตัวเองให้เหลือน้อยลงเรื่อยๆ

 

ทำให้ซัพพลายเออร์เองพยายามที่จะหากลวิธีต่างๆ เข้ามาเพื่อบาลานซ์อำนาจการต่อรอง โดยแนวทางแรก การสร้างอำนาจการต่อรองด้วยการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ใน Portfolio ของตัวเอง เพื่อสร้างให้แบรนด์ก้าวขึ้นมาติดอันดับ 1 - 3 ของตลาด เพื่อให้เกิดการ Pull หรือเกิดความต้องการจากลูกค้า เพราะในส่วนนี้ต้องทำให้ครบวงจรทั้งในเรื่องของแบรนด์และการผลักดันสินค้าเข้าสู่ร้านค้า พูดง่ายๆ ก็คือ นอกจากการทำสินค้าให้เป็นที่ต้องการแล้ว ยังต้องใช้ระบบการกระจายสินค้าที่ดี เพื่อลดโอกาสในการที่สินค้าจะขาดหายไปจากเชลฟ์เพราะถ้าสินค้าขาด อาจจะเกิดการสวิตชิ่งหรือการเปลี่ยนแบรนด์ได้

ขณะที่อีกแนวทางหนึ่งก็คือ การเข้ามาทำหน้าที่เป็นร้านค้าปลีก หรือทำตัวเป็นรีเทลเลอร์เอง ซึ่งกำลังเป็นแนว ทางที่ซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่เป็นสายเลือดไทยพยายามทำอยู่ เพราะนอกจากการมีช่องทางในการขายสินค้าของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมายังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือการสัมผัสกับผู้บริโภคโดยตรงที่จะทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่สามารถอัพเดทได้แบบเรียลไทม์

ส่วนในกรณีของกลุ่มสหพัฒน์ที่มีสินค้าค่อนข้างหลากหลายทั้งของกิน ของใช้ เสื้อผ้า และเครื่องสำอางนั้น มีการเลือกใช้ช่องทางขายที่หลากหลายเพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมในวงกว้าง ขณะเดียวกันก็เป็นการลดทอนการมีอำนาจต่อรองที่เหนือกว่าของเชนค้าปลีกขนาดใหญ่ เราจึงได้เห็นกลุ่มสหพัฒน์ขายสินค้าผ่านทั้งโมเดิร์นเทรด ยี่ปั๊ว ร้านค้าย่อย ช่องทางออนไลน์ ไม่เว้นแม้แต่การขายผ่านช่องทางโฮมช้อปปิ้ง หรือทีวีช้อปปิ้ง

การมีช้อปปิ้งมอลล์ออนไลน์เพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง จึงเป็นอีกความพยายามในการทำให้สินค้าในเครือของสหพัฒน์สามารถเข้าถึงลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น......

Retail

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.