4,475
VIEWS

คำแนะนำช่วง COVID-19 สำหรับคนที่มีพรสวรรค์แบบต่างๆ

Apr 17, 2020 -None-

ทุกคนล้วนมีพรสวรรค์ของตัวเอง…

ส่วนใครจะสามารถนำพรสวรรค์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงานนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมองเห็นสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้มากน้อยแค่ไหน

ในสภาวการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ การที่ผู้บริหารจะดึงเอาความสามารถของแต่ละคนมารวมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

ศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ได้ตั้งข้อสังเกตถึง พรสวรรค์ของแต่ละคนตาม Clifton Strengths / Gallup Strengths Finder ไว้อย่างน่าสนใจ โดยสรุปออกมาเป็น 34 พรสวรรค์ ตามความชอบ, อุปนิสัย และบุคลิกในการทำงานของแต่ละคน

ผู้บริหารจะเลือกใช้คนให้เหมาะสมกับงานมากที่สุดได้อย่างไร?

พนักงานเองจะดึงความสามารถพิเศษออกมาช่วยฝ่าวิกฤตครั้งรุนแรงนี้ได้มากน้อยแค่ไหน?

บทความนี้มีคำตอบ…

 

1. #Achiever

มันขึ้นอยู่กับว่า To-Do list ตามปกติของเราเป็นอย่างไร ถ้างานปกติของเราทำคนเดียว ทำที่บ้าน เวลานี้คือสวรรค์ของเราเลย เพราะเราจะทำงานต่างๆ ได้อย่างเมามัน นักเรียนที่อ่านหนังสือ แม่บ้านทำงานบ้าน ตอนนี้เคลียร์สิ่งต่างๆ ได้เพียบเพราะไม่ต้องออกไปไหน แต่ถ้า To-Do list ตามปกติของเราเป็นแบบที่ต้องใช้ชีวิตนอกบ้าน ให้เพิ่ม Item แรกเขาไปเลยครับ เขียนว่า “คิดวิธีการทำงานใหม่ ที่จะยังทำให้เราจัดการงานได้เหมือนเดิม”

ชาว Achiever ยังมีบทบาทสำคัญในการทำตัวเป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆ ที่ทำงานจากบ้าน และหัวหน้าเห็นว่า แม้เราจะทำที่บ้านแต่เรายังทำงานหนัก และสร้างงานได้มากมาย เยี่ยมมากๆ สิ่งที่ต้องระวังคือ อย่าเน้นงานจนลืมหลักสาธารณสุขและการดูแลสุขภาพของตัวเองในช่วงนี้ และระวังความเครียดจากการทำงานเยอะเกินไป แต่ก่อนอาจมีช่วงพักเบรกระหว่างเดินทาง หรือพักผ่อนบ้าง ตอนนี้ต้องจัดเวลาเบรก เวลาพักผ่อนที่บ้านหน่อยแล้ว

 

2. #Activator

ที่ต้องระวังมากๆ คือ การออกตัวแรง ไปกับกระแสความตื่นตระหนก ใจเย็นสักนิด เห็นข่าวอะไรมาเช็คสักหน่อย เห็นคนแห่ไปทางไหน หยุดก่อนตั้งสติก่อน ในทางกลับกัน เราสามารถใช้ความเป็น Activator ของเรา เข้าไปมีส่วนในการรณรงค์ต่างๆ ได้ ทั้งที่มีอยู่แล้ว และถ้ามีหรือได้ยินอะไรดีๆ มา ก็ลุยได้เลย ไม่ว่าจะเป็น งานสนุกๆ อย่าง Tiktok Challenge หรืองานใหญ่ เช่น ช่วยทำระบบเชื่อมข้อมูลที่มีประโยชน์ นอกจากเรื่อง COVID-19 เรามีช่วยทำให้บรรยากาศดีขึ้น ด้วยการเริ่มต้นเผยแพร่ความคิดดีๆ อะไรสนุกๆ ให้เพื่อนๆ ของเรา ถ้าเหงาหรือเฉา ไม่ได้ออกไปลุยนอกบ้าน ก็ลองนั่งนึกว่า เราทำอะไรที่มีประโยชน์ หรือเราทำอะไรที่มีความสุขที่บ้านได้บ้าง หรือเราทำอะไรที่ช่วยสังคมจากที่บ้านได้บ้าง แล้วก็ลงมือเลย!

3. #Adaptability

พวกเราปรับตัวเร็ว เพราะฉะนั้น กฎ กติกา ข้อห้ามอะไรที่ออกมา เราก็รับได้ไม่ยาก ต้องเปลี่ยนมาทำงานที่บ้าน เราก็ปรับตัวได้ หรือถ้าติดก็หาทางออกได้ไม่ยาก เพราะเรามีความยืดหยุ่น ตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ แบบทันทีทันใด ในสถานการณ์แบบนี้ เราน่าจะเป็นกลุ่มที่มีความสุข ไปต่อได้ ทำตัวสบายๆ ได้ดีกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องระวังคือ หนีห่างจากข่าวลือหรือข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเราอาจรีบปรับตัวเร็วเกินไป แล้วก็เดินผิดทาง ก็จะเกิดผลเสียกับสังคมได้ 

 

4. #Analytical

นักวิเคราะห์มีบทบาทสำคัญอย่างมากในตอนนี้ ในภาวะที่สังคมตื่นตระหนก คนแห่ทำอะไรตามๆ กัน หรือพยายามดิ้นรนหาวิธีการของตัวเอง โดยขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง นักวิเคราะห์คือคนที่สำคัญมากๆ เวลาที่เราเสพอะไร ข่าวอะไร เราไม่ค่อยเชื่อง่ายๆ อยู่แล้ว ใช้ทักษะการตั้งคำถาม หาเหตุผล ใช้ข้อมูลประกอบ เขาบอกให้ล้างมือบ่อยๆ นักวิเคราะห์นี่แหละที่จะไปหาคำตอบ ว่าทำไมต้องล้าง แล้วทำไมล้างด้วยสบู่ถึงฆ่าเชื้อโรคได้ ไม่ต้องหมกมุ่นอยู่แค่กับเจลแอลกอฮอล์ หรือทำไมเราถึงต้องลดการเคลื่อนย้ายผู้คน เสพข้อมูลที่ถูกต้อง ค้นหาความเป็นเหตุเป็นผล แล้วบอกต่อให้สังคมที่กำลังสับสนวุ่นวายฟัง เพื่อให้เพื่อนของเรา ครอบครัวเรา มีความเข้าใจอย่างถูกต้องลึกซึ้งในเรื่องนี้ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ จัดไปครับ

 

5. #Arranger

พวกเราไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง และบางครั้งสร้างการเปลี่ยนแปลงเอาด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้น เงื่อนไขหลายอย่างในชีวิตที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น Social Distance หรือ การทำงานจากบ้าน เราทำต่อได้แน่ๆ และจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ถ้าเราใช้เครื่องมือสื่อสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อีเมล โทรวิดีโอคอลได้คล่องแคล่วแล้ว เราก็ทำงานได้สบาย สิ่งที่ต้องระวังคือ เพื่อนเราบางคนเราอาจไม่คุ้นชินกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ส่วนเราก็เป็นคนจัดแจง และคอยบอกคอยทักให้เขาเปลี่ยน ซึ่งบางทีต้องดูด้วยว่าคนๆ นั้นเป็นแบบไหนและจะสื่อสารอย่างไรไม่ให้เขาต่อต้าน

 

6. #Belief

ความเชื่อมั่น ความเสียสละของพวกเราชาว Belief ทำให้เรายอมทำตามและให้ความร่วมมือกับสถานการณ์นี้ได้ไม่ยาก ถ้าจะต้องเสียสละอยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นเหรอ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมเหรอ สบายมาก ตรงกับจริตของพวกเราอยู่แล้ว และเราจะเผยแพร่แนวคิดนี้ให้คนอื่นได้อีกด้วย แต่ชาว Belief ก็เจออุปสรรคเหมือนกัน เช่น วิธีการทำงานแบบเดิมๆ ที่เราทำมาตลอด แบบนี้ดี จะปรับอย่างไร ก็ต้องเตือนตัวเองว่าเรื่องสังคมและความปลอดภัยเป็นเรื่องใหญ่กว่าในตอนนี้ และเราต้องยอมปรับวิธีการทำงานบ้าง ถ้าคิดไม่ออกก็ถามจากคนอื่น หรือลองใช้พรสวรรค์ข้ออื่นมาช่วย หรืออีกเรื่องหนึ่งคือ ถ้าเราเชื่อในตัวบุคคลบางคน ที่กำลังนำพาสังคมสู้ภัยโควิดตอนนี้ อาจทำใจยากที่จะทำตามเขา อย่าไปยึดติดมากคิดถึงความเสียสละต่อส่วนรวมเข้าไว้ เรานี่แหล่ะ คนที่จะทำเพื่อสังคม

7. #Command

ชาว Command ที่บางครั้งน้อยใจตัวเอง ว่าคนอื่นมองเราเผด็จการ แต่รู้ไหม เวลา Crisis เราคือคนที่มีบทบาทสำคัญมาก ดึงความเด็ดขาดของเราออกมา แสดงให้คนรอบข้างเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ แสดงให้คนรอบข้างเห็นถึงความแน่วแน่ แข็งแกร่งและไม่แพนิคของเรา แล้วก็สั่งคนที่เราสั่งได้ ที่เขาเชื่อเรา ให้เขาทำในสิ่งที่ควรจะทำ เช่น การทำงานจากบ้าน บางคนอาจไม่สะดวก แต่ถ้ามันคือสิ่งที่จำเป็น เราก็ต้องเน้นย้ำจุดยืน ทั้งบีบ ทั้งช่วยให้เขาต้องพยายามหาทางทำงานให้ได้จากที่บ้าน โควิดมันร้าย จะจัดการได้มันต้องเด็ดขาด จัดไป!

 

8. #Communication

ใช้ความสามารถของเราให้เต็มที่ ถ่ายทอดข้อความอันเป็นประโยชน์ และถูกต้อง เข้าร่วมกับแคมเปญรณรงค์ต่างๆ เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตัวเองตามหลักสาธารณสุข ให้ช่วยกันอยู่บ้าน เราชอบพูด ชอบสื่อสาร ชอบส่งต่ออยู่แล้ว ใช้มันให้เต็มที่ ใช้ความสามารถในการถ่ายทอดสื่อสารของเรา ทำให้คนรอบตัวเข้าใจเรื่องต่างๆ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ ในด้านการทำงานการสื่อสารโดยไปพบหน้ากันยิ่งต้องใช้ความสามารถมากขึ้น ช่วยสรุปประเด็น ส่งให้คนที่ร่วมประชุมทางโทรศัพท์ วิดีโอคอล เข้าใจตรงกัน เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราท าได้ ในทางกลับกัน ระวัง อย่าส่งต่อหรือถ่ายทอดเรื่องที่ทำให้คนตื่นตระหนกมากเกินไป หรือหมกมุ่นกับเรื่องนี้ทั้งวัน ส่งเรื่องอื่นๆ ที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกดีขึ้นก็ได้

 

9. #Competition

ต้องระวังให้มาก เพราะถ้าเราปล่อยให้มันชี้นำเราในทางที่ผิด จนทำให้เราก้าวข้ามสิ่งที่ควรทำ เช่น ฉันต้องซื้อหน้ากากได้ หรือฉันต้องเป็นผู้ชนะในการตุนอาหาร หรือฉันต้องแชร์ทุกข่าวเป็นคนแรก (โดยไม่ตรวจสอบ) ไม่เกิดผลดีแน่นอน สิ่งที่เราต้องใช้ Competition ของเราในการต่อสู้ ตอนนี้ไม่ใช่สู้กับเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน แต่เราต้องใช้มันในการสู้กับเจ้าไวรัสนี้แหละ ตั้งเป้าหมาย กำหนดวิธีการที่เราจะมีส่วนร่วมในการเอาชนะเจ้าไวรัสนี้ เช่น ฉันจะเป็นคนที่แชร์ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องออกไปให้คนจำนวนมากที่สุด หรือแม้ว่าธุรกิจของฉันจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้แต่ฉันจะเอาชนะข้อจำกัดเหล่านี้ให้ได้ ไฟ้โตะ!

 

10. #Connectedness

เหตุการณ์ครั้งนี้ ตอกย้ำความเชื่อของ Connectedness ที่ว่า เราเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ในโลกอันกว้างใหญ่ และธรรมชาติมีพลังเหนือมนุษยชาติอย่างมากมาย ในช่วงที่รณรงค์กันอยู่นี้ สำหรับเพื่อนบางคนอาจไม่เชื่อว่าความไม่ระวังของหนึ่งคนจะมีผลต่อเนื่องกับการระบาดให้ขยายผลต่อเนื่องไปได้มาก แต่เราชาว Connectedness ผู้เห็นความเชื่อมโยงนี้ เชื่อ และปฏิบัติตามเพื่อประโยชน์ส่วนรวมจะมีส่วนช่วยสังคมได้มาก ที่ต้องระวังคือ ในสถานการณ์วิกฤตคนตื่นตระหนกมักมีความแตกแยกอยู่ อย่าเสพมันเยอะ เดี๋ยวจะเครียด สุดท้าย พวกเรามีความเชื่อในสิ่งมหัศจรรย์ เหนือมนุษย์ เพราะฉะนั้น ถ้ารู้สึกเครียด ไม่สบายใจ การไหว้พระ สวดมนต์ อธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็ทำให้เราสบายใจขึ้นได้ ทำไปเถอะ ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วก็ไม่ได้ไปรวมกลุ่มกันสวดก็โอเคแล้ว

 

11. #Consistency

ถ้าบริษัทไหน มีคนดูแลแผนการทำงานฉุกเฉินที่มี Consistency จะดีมาก เพราะในช่วงวิกฤต จะมีคำถามต่างๆ เข้ามาหลากหลายมาก กรณีนี้ต้องทำอย่างไร กรณีนั้นต้องทำอย่างไร ถ้าแผนฉุกเฉินเขียนไว้ครอบคลุมแล้ว ความหนักแน่นของ Consistency จะช่วยคุม ไม่ให้ ทุกคนลังเลไป โลเลมา และยึดกับวิธีการที่ผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว ยกตัวอย่าง เช่น การเสพข้อมูล เมื่อมีแหล่งข้อมูลที่พิสูจน์เชื่อถือได้แล้ว Consistency จะชวนและย้ำให้ทุกคน อ้างอิงจากแหล่งนั้น โดยไม่ตื่นตระหนกไปกับข่าวลือต่างๆ นอกจากนั้นยังคอยย้ำๆ ซ้ำๆ การทำตามข้อแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขด้วย สำหรับ consistency ที่อึดอัดเพราะคุ้นชินกับการทำงานที่ออฟฟิศและปรับตัวมาทำงานที่บ้านได้ยาก ลองคุยกับคนอื่นๆ หาวิธีการใหม่ๆ ดูครับ หรือไม่อย่างนั้นก็ลองใช้พรสววรค์ตัวอื่นดูบ้าง

12. #Context

มีคนเปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับตอนช่วงซาร์ส หรืออีโบล่า คนเหล่านี้คือ Context พวกเดียวกับเราหรือเปล่านะ ชอบคำนึงถึงอดีตและเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต พวกเราจะนึกออกว่า อ๋อ เคยหยุดอยู่บ้านมาแล้ว มันต้องทำแบบนี้ๆ นะ หรือเคยอยู่ท่ามกลางโรคระบาดมาแล้วต้องปฏิบัติตัวตามนี้ๆ นะ สิ่งที่พวกเราต้องระวังก็คือ ธรรมชาติของโควิดมีลักษณะต่างจากเชื้อโรคอื่นๆ อยู่พอสมควร ระบาดเร็ว ไม่แสดงอาการ ข้อเท็จจริงเหล่านี้เราอาจจะต้องแม่น เพื่อที่ว่าจะไม่ได้ตัดสินใจโดยอ้างอิงกับอดีตอย่างเดียว เพราะสถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนเร็วมาก และอดีตกับครั้งนี้ก็ต่างกันมากด้วย ถ้าไม่อยากเครียดช่วงนี้ ลองขุด หรือรำลึกเอาความทรงจำดีๆ เก่าๆ ที่เก็บไว้มาดูก็ดีนะ

 

13. #Deliberative

ผู้มีความละเอียดรอบคอบ คือพวกเรา ในเวลาเช่นนี้ที่ทุกคนต้องระวังให้มาก แทบจะไม่ต้องห่วงเราเลย เพราะเราจะจัดเต็ม หน้ากาก เจล แอลกอฮอล์ ล้างมือ เช็ดทุกสิ่งอัน และระวังทุกๆ เรื่อง ทัศนคติของเราที่ว่า การป้องกันระวังเล็กน้อยจะมีค่ามากกว่าการต้องมาแก้ไขในภายหลัง เหมาะมากๆ กับสถานการณ์ตอนนี้ นอกจากระวังตัวเองแล้วยังช่วยคนอื่นระวังได้ด้วย ที่ต้องระวังบ้างคือ ถ้าระวังมากไปเกินพอดี โดยขาดความรู้ความเข้าใจในพื้นฐานของโรค และคำแนะนำของสาธารณสุข ก็อาจจะทำให้เครียดและตื่นตระหนกมากเกินเหตุ ซึ่งอาจส่งผลถึงคนรอบข้างด้วย

 

14. #Developer

โดยปกติเรามักให้โอกาสคนอื่น แต่เราจะให้โอกาสโควิดไม่ได้! เราอดทนกับคนที่ขาดความเชี่ยวชาญ ให้เวลาเขาเพื่อให้เขาพัฒนาและเห็นเขาเติบโต แต่ในเรื่องโควิดนี้เราจะต้องระวังอย่าให้ความเป็นธรรมชาติของเราอยู่เหนือความปลอดภัย เช่น เราไม่สามารถให้คนที่ไม่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโควิด เรียนรู้หรือศึกษาเองได้ สถานการณ์ปัจจุบันมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทำให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญ และมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องโดยเร็ว ในอีกมุมหนึ่งพลิกมานิดเดียว เราน่าจะเป็นคนที่มีความสุขกับการทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับผู้คนต่างๆ แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจ หรือไม่ตระหนักเราก็จะมีความอดทน ค่อยๆสอน ค่อยๆ แนะนำเขาจนเขาเข้าใจได้ ซึ่งน่าจะใช้ได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ

 

15. #Discipline

ดูเหมือนเราน่าจะมีปัญหาน้อยในสถานการณ์วิกฤตคับขัน เพราะเขาประกาศให้ทำอะไรมา เราก็ทำตามได้ เราแม่นยำและใส่ใจในรายละเอียดอยู่แล้ว จึงเป็นที่ปรึกษาของคนอื่นๆ ได้ด้วย ทำให้เขาเป็นตัวอย่าง เช่น ระเบียบการต่างๆ ในบ้าน การไม่ใช้ข้าวของร่วมกัน การแยกห้องนอน การห่างจากคนอื่น 2 เมตร การล้างมือบ่อยๆ และอื่นๆ ความท้าทายของพวกเราในช่วงนี้คือ สถานการณ์เปลี่ยนไปรายวัน วันต่อวัน เพราะฉะนั้นแผนที่เคยวางไว้อาจใช้ไม่ได้อีก ทางที่ดีแนะนำว่าให้คิดแผนเผื่อไว้หลายๆ สถานการณ์ครับ เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจหรือลงมือทำจะได้ไม่ล่ก

16. #Empathy

จะมีผู้คนมากมายที่ได้รับผลกระทบ ความยากลำบากทางธุรกิจ และการใช้ชีวิตที่ติดขัด แต่โลกได้สร้างพวกเราไว้ให้เป็นที่พึ่งของเขา เราคือคนที่เขาจะมาหา เราจะเห็นอกเห็นใจเขา รับฟังสิ่งต่างๆ จากเขา และดูดซับความกังวลจากเขา กำลังใจคือสิ่งสำคัญในช่วงเวลายากลำบาก สิ่งที่เราต้องระวังคือ อย่ารับมันเข้าตัวมากจนเกินไป จนทำให้ตัวเราเองเกิดความรู้สึกหดหู่ ด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจของเรา เราสามารถมีส่วนร่วมกับแคมเปญรณรงค์ต่างๆ ได้ เพื่อให้คนที่ได้รับผลกระทบได้รับความช่วยเหลือ

 

17. #Focus

การทำงานอยู่บ้าน ไม่มีคนกวนคือสวรรค์ของเราจริงๆ อยู่ดีๆ คนที่เดินมากวนที่โต๊ะก็หายไป ปล่อยให้เรานั่งทำงานของเราได้อย่างเต็มที่ สำหรับชาว Focus แค่เริ่มต้นวันให้ถูกจุดก็สบายแล้ว เราจะจดจ่อกับงาน และไปได้เรื่อยๆ ที่ต้องระวังหน่อย คือพอเป็นแบบนี้ เราอาจจะติดแหงกอยู่กับคอม ไม่ได้ไปไหนมากกว่าเดิม จากที่ไปกินกาแฟบ้าง พักกินข้าวบ้าง ตอนนี้ไม่มีใครมาลากไปเลย ควรตั้งเวลาพักเบรกให้ตัวเองได้ผ่อนคลาย อ้อ! ที่สำคัญ อย่าหมกมุ่นกับข่าวโควิด ไม่งั้นเราจะเครียดกว่าเพื่อนเลยจ้า

 

18. #Futuristic

เราคือนักวาดภาพอนาคตอยู่แล้ว หลับตาแล้วนึกถึงวันที่โลกเราประกาศชัยชนะเหนือ COVID-19 แล้วถ่ายทอดให้คนอื่นได้รู้ ความหวังเอาชนะความกลัวได้เสมอ คนอื่นอาจตื่นตระหนก แต่เราคือคนที่จะวาดภาพนั้นได้ ธุรกิจ งานที่ทำที่ได้รับผลกระทบตอนนี้ อย่าปล่อยตัวเองจมกับความเครียด ใช้พลัง Futuristic ของเราวาดภาพอนาคตที่สดสวยซะ คิดถึงมันบ่อยๆ ทุกๆ วัน ถ่ายทอดให้คนรอบข้างเห็นถึงความมั่นใจและความหวังของเรา แล้วก็อย่าลืมปฏิบัติตัวตามที่ควร เพื่อสุดท้ายเราจะได้ไปถึงวันที่สดใส สดสวยจริงๆ

 

19. #Harmony

สถานการณ์ตอนนี้ต้องการความร่วมมือร่วมใจ ชาว Harmony ให้ความร่วมมือได้สบายมาก แม้จะต้องเสียสละประโยชน์ส่วนบุคคล แม้ชีวิตจะต้องลำบากมากขึ้นแต่เพื่อส่วนรวมเราทำได้แน่ๆ ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวเรา เราอาจเห็นเขาตื่นตระหนก เครียด ทะเลาะเบาะแว้งบ้าง เราสามารถช่วยเขาได้ด้วยการใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ทำให้เขาใจเย็นลง แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของส่วนรวม และพยายามช่วยไกล่เกลี่ยหาทางออกที่ลงตัวสำหรับทุกๆ คน Harmony มีนิสัยน่ารักอยู่แล้วและทุกๆ คนมักจะรักเรา ใช้ข้อดีของเราให้เป็นประโยชน์ครับ สิ่งที่ต้องระวังคือถ้าคนรอบๆ ตัวเราจะรวมหัวกันทำสิ่งที่ผิดในสังคม เช่น เพื่อนในแก๊งหรือในก๊วนจะรวมกลุ่มไปสังสรรค์ ก็ขอให้นึกถึงว่าเรายังมีคนอื่นๆ ในสังคมที่ใหญ่กว่าวงของเรา และพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อนๆ ด้วย ตัวเราเองอาจคุยยากนิดนึงก็อาจต้องไปลากคนอื่นมาช่วย

 

20. #Ideation

เชื่อไหม ชาว Ideation ช่วยทุกคนได้มากเช่นกัน เพราะตอนนี้เราต้องอยู่กันภายใต้ข้อจำกัด และการที่จะยังทำให้เรา หรือเพื่อนของเรา มีความสุข ไม่เครียด บางครั้งต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ นอกกรอบ การคิดค้นวิธีการทำงานใหม่ๆ ที่ยังทำให้ทำงานได้ต่อไป หรือธุรกิจร้านอาหาร บริการปิด ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจไปทางไหนดี หรือการคิดค้นวิธีการพักผ่อน สังสรรค์ แบบที่ไม่ต้องออกจากบ้าน หรือ ยิมปิดออกกำลังกายยังไงดี แบบที่ยังสนุกเหมือนเดิม ใครที่มีเพื่อนเป็น ideation ลองไปขอไอเดียใหม่ๆ จากเขาดูสิ การแลกเปลี่ยนไอเดีย คิดแบบเปิดๆ เชิงบวก ยังช่วยทำให้เราห่างจากการเสพข่าวโควิดที่มากไปจนเครียดได้ด้วยเช่นกัน

21. #Includer

พลังสำคัญมากๆ ของพวกเรา คือการที่พวกเราชอบความกลมกลืนและความเป็นหนึ่งเดียว เอ๊ะ เรายังขาดไปหรือเปล่านะ ที่คือความคิดของพวกเรา ใช้มันในทางที่ถูก เรายังไม่ได้เตือนใคร เรายังไม่ได้ส่งต่อข้อความดีๆ ให้ใคร เรายังไม่ได้ cc ใคร หรือยังไม่ได้ชวนใครเข้าประชุมทางวิดีโอ เข้าร่วมแคมเปญรณรงค์ อยู่บ้าน แล้วชวนเพื่อนทุกๆ คนที่เรานึกออก มีเยอะแน่ๆ สิ่งที่ต้องระวังคือ อย่ายึดติดกับพฤติกรรมเดิมๆ ที่ต้องชวนเพื่อนมารวมกลุ่มกัน นัดไปสังสรรค์กัน พบเจอกัน เราทำแบบเดิมได้แต่ต้องผ่านวิดีโอคอลนะครับ

 

22. #Individualization

เราคือคนที่เห็นความแตกต่างของคน จับได้ว่าใครชอบอะไรไม่ชอบอะไร และมีความเข้าใจคนอื่นสูง ในภาวะที่คนตื่นตระหนกนี้ สิ่งที่เราเห็นแน่นอนคือคนที่เริ่มมีปากเสียง ทะเลาะกัน เพราะความเห็นไม่ตรงกัน คนนี้ระวังมาก คนนั้นระวังน้อย คนนี้บอกต้องตุนอาหาร คนนั้นบอกไม่ต้องตุน เราคือคนที่จะเข้าใจทุกๆ คนได้ และเป็นตัวกลางในการช่วยประสาน ไกล่เกลี่ย เพื่อให้คนที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจกันและกันมากขึ้นด้วย ช่วงที่เราอยู่บ้านนี้ ยังเป็นโอกาสดีในการส่งข้อความให้กำลังใจแบบจำเพาะเจาะจงไปให้กับคนที่เรารักแต่ละคนได้อีกนะ เขาต้องดีใจแน่ๆ

 

23. #Input

คล้ายกับ Learner เลย อันตรายมากๆ ถ้าเราเสพข่าวโควิดในช่วงนี้ จากหลายๆ ที่และเก็บสะสมมันไว้จนเกิดความเครียด เราอาจจะเครียดกว่าคนอื่นได้ง่าย กิจกรรมที่แนะนำสำหรับ Input ที่อยู่บ้าน เช่น เอารูปเก่าๆ ของสะสมน่ารักๆ ของเรามาดู และชื่นชม เรียกความรู้สึกดีๆ เก่าๆ ออกมา และบางทีเราอาจเผยแพร่ให้เพื่อนๆ เราในโซเชียลมีเดียด้วย เขาจะได้เสพอย่างอะไรน่ารักๆ บ้าง และสำหรับชาว Input ที่สะสมของไว้เยอะไปจนกองเต็มบ้าน ช่วงนี้คือโอกาสดีที่จะหยิบของแต่ละชิ้นมาดู ถามถึง Spark Joy และบอกลาของบางชิ้นตามแนทางของ Marie Kondo

 

24. #Intellection

สิ่งที่ห้ามเด็ดขาดสำหรับกลุ่มนี้ คือ ห้ามจม! ถ้าเราเสพเนื้อหาต่างๆ มากๆ ความกังวล ความพารานอยด์ อาจชักนำเราไปจมดิ่งและติดหล่มในความกังวล อาจจะเครียดมากๆ กว่ากลุ่มอื่น ในทางกลับกัน ช่วงการหยุดอยู่บ้านคือโอกาสทองของ Intellection เพราะเราจะมีเวลาอยู่คนเดียวเยอะขึ้นมากๆ ไม่มีใครมากวนใจ เราจะใช้สมอง และการตรึกตรองของเราจัดการกับอะไรๆ ได้เยอะมาก ขอแค่เลือกเรื่องให้ถูก ตั้งคำถามที่เป็นเชิงบวก เสพสิ่งที่เป็นบวกให้มากๆ ดนตรีเพราะๆ หนังดีๆ ที่ดูแล้วสดใสๆ หรือวาดรูป เขียนกลอน ถ้าเมื่อไรเครียดก็พักเบรกคุยกับเพื่อนบ้าง

 

25. #Learner

จริงๆ แล้ว ช่วงนี้ที่เราต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน ค่อนข้างจะเข้าทาง Learner เพราะในขณะที่คนอื่นฟุ้งซ่าน หรือเบื่อๆ เหงาๆ เหล่า Learner สามารถใช้เวลานี้ ในการหาความรู้ต่างๆ ที่ตัวเองชอบได้สบายมาก เรียน Online เพิ่มเติม ที่ต้องระวังอย่างเดียวคืออย่าใช้ความเป็น Learner ในการเสพข่าวโควิดมากไป จนตัวเองเครียด หรือสมองเบลอ อ้อ แล้วก็อย่าเสพจากทุกช่องทางเพราะจะทำให้สับสน เลือกเรียน เลือกเสพข้อมูลเฉพาะจากแหล่งน่าเชื่อถือจะได้ไม่เครียด

26. #Maximizer

ช่วงนี้ Maximizer ต้องใช้สติให้มาก เพราะเรามักแสวงหาความเป็นที่สุด ถ้าเราแพนิค เราจะยิ่งแพนิคแรงกว่าคนอื่น และจะส่งต่อความแพนิคไปให้กับคนอื่นได้มากๆ อีกด้วย แต่มีหลายอย่างที่เราช่วยได้ เช่นการวางแผนฉุกเฉินที่รัดกุมมากๆ หรือ การเลือกเฟ้นข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้เท่านั้น หรือ การย้ำๆ ให้คนอื่นให้ความสำคัญกับการดูแลสุขลักษณะและปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานสาธารณสุข ชาว Maximizer มีพลังเยอะมากๆ ในการโน้มน้าวคนอื่น ถ้าใช้ในทางที่ถูกเราจะช่วยได้เยอะเลย

 

27. #Positivity

แม้ว่าสถานการณ์ภายนอกมันแย่ แต่เรายังมองหาสิ่งดีๆ ได้เสมอ เราช่วยทุกๆ คนได้ โดยการชี้ให้เห็นถึงด้านดี แม้ว่าจะมีข้อจำกัด ต้องอยู่บ้านดีอย่างไร คำถามนี้ เราตอบได้ง่ายๆ ทำงานจากที่บ้านมีข้อดีอย่างไร เราก็ตอบได้ แล้วเราก็เชื่อมันจริงๆ ซะด้วย ส่งต่อกำลังใจ และความหวังดีของเราให้คนที่เขาต้องการ คุณหมอ แพทย์ สิ่งที่ต้องระวังน่าจะมี 2 อย่าง อันดับแรก สถานการณ์แบบนี้คนทะเลาะต่อว่ากันเยอะ ถ้าเราเข้าไปอ่าน เข้าไปร่วมเขาจะเหนื่อยและสับสน ถอยออกมาดีกว่า อันที่ 2 อย่าประมาท คิดว่าไม่เป็นอะไรหรอก เพราะตอนนี้เราต้องช่วยกัน

 

28. #Relator

กับเพื่อนที่สนิทของเรา ตอนนี้หัวข้อสนทนาเม้ามอยคงหนีไม่พ้นเรื่อง COVID-19 ซึ่งแต่ละคนเสพกันมาอย่างเต็มที่จากสื่อต่างๆ ถ้ามันเริ่มเยอะไป ต้องเปลี่ยนหัวข้อบ้าง ใส่เรื่องสนุกๆ ขำขัน เนื้อหาที่เสพแล้วจิตใจเบิกบานในกรุ๊ปไลน์เล็กๆ สนิทๆ ของเรา ให้มันแทนที่ข่าวไปซะ ถ้าเหงาก็วิดีโอคอล โทรคุยกัน เพราะตอนนี้จะชวนไปนั่งคุยที่คาเฟ่ หรือไปเดินสวนกันทั้งวันไม่ได้แล้ว ระวัง อย่าให้ความสนิทกลายเป็นข้อยกเว้น ทำให้เราไม่เว้นระยะห่างจากคนที่เราสนิท เพราะเราทุกคนก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอันใหญ่ที่เราต้องช่วยกันดูแลด้วยนะ

 

29. #Responsibility

นี่คือพรสวรรค์อันดับ 1 ของคนไทย ถึงเวลาแล้วที่ต้องใช้มันให้ถูกทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอยู่บ้าน เว้นระยะห่างจากคนอื่น หรือการล้างมือ เราต้องเข้าใจว่าตอนนี้เรื่องนี้สำคัญที่สุด ทั้งกับตัวเราเองและสังคม ในทางกลับกันอะไรที่เคยตกปากรับคำเขาไว้ แต่ขัดกับสิ่งที่ควรทำตอนนี้ ก็ต้องอย่าไปยึดติด เช่น เคยรับปากเพื่อนไว้ว่าจะไปงานบวชต่างจังหวัด หรือรับปากแฟนไว้ว่าจะพาไปเที่ยวเมืองนอก งานการธุระ ประชุมต่างๆ ที่นัดเขาไว้ก็เปลี่ยนเป็นวิดีโอคอลซะ ปรึกษาคนอื่นบ้างอาจจะได้วิธีการใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งงาน สุขภาพ และสังคม

 

30. #Restorative

จริงๆ แล้ว เราอาจไม่ได้แพนิคกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราอาจมองเห็นปัญหาได้มากกว่าคนอื่น ซึ่งนั่นอาจทำให้คิดว่า โอ้ว มีเรื่องที่ต้องจัดการเต็มไปหมด ฉันต้องลุยแล้ว แทนที่จะลงมือบุกตะลุย พยายามแก้ปัญหาต่างๆ อาจจะพักแป๊บนึงแล้วมองว่าปัญหาไหนที่สำคัญ หรือตั้งโจทย์ปัญหาให้ถูก เช่น จะทำอย่างไร งานและธุรกิจถึงจะดำเนินไปได้ รวมถึงการมองไปในระบบว่ายังมีส่วนใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอีกไหม หรือเราจะทำอย่างไรที่จะให้ผู้สูงอายุในครอบครัวเราได้รับความปลอดภัย เหล่า Restorative ยังสามารถช่วยคนอื่นๆ แก้ปัญหาที่เขาเจอด้วย แต่ต้องใช้วิธีการที่เหมาะสม อย่าปล่อยพลังเยอะเกิน และอย่าลืมให้ร่างกายได้พักและเสพสิ่งที่ผ่อนคลายบ้าง เพราะถึงแม้เราจะชอบแก้ไขปัญหาแต่ถ้าทำไปนานๆ เราก็อาจจะเหนื่อยและเครียดเหมือนกัน

31. #Self-Assurance

คนแกร่ง ที่ไม่เคยยอมแพ้ และเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ ด้วยตัวเอง ช่วงนี้ต้องแสดงพลังให้มากๆ ครับ นอกจากเราไม่ท้อถอยแล้ว เราก็อาจปลุกเร้าคนอื่นๆ ให้สู้ด้วย เพียงแต่ว่าการสู้ครั้งนี้ มันต้องใช้ความอดทน อยู่บ้าน และทำตามคำแนะนำของสาธารณสุข ที่ต้องระวังบ้าง คือมั่นใจมากไปในทางที่ผิด เช่น ฉันไม่เป็นอะไรแน่ เพราะฉันแข็งแรง และฉันไปเที่ยวเล่นนอกบ้านได้ หรือในกรุงเทพฯ อยู่ไม่ได้ไม่เป็นไร ฉันมีทางออกของฉันโดยการไปต่างจังหวัด เพราะความจริงแล้วเรายังต้องมีส่วนในการระวังเรื่องนี้ให้กับคนอื่นๆ ในสังคมด้วยครับ

 

32. #Significance

อยากเป็นคนสำคัญและต้องการทำสิ่งที่น่ายกย่องใช่ไหม นี่คือโอกาสของพวกเราแล้ว ชาว Significance มีบทบาทได้อย่างมากๆ ในตอนนี้ การอยู่บ้าน และทำตัวตามมาตรการสาธารณสุขคือสิ่งที่น่ายกย่อง ทำแล้ว โลกต้องรู้ ประกาศให้โลกรู้ผ่านโซเชียลมีเดียและเข้าร่วมแคมเปญรณรงค์ต่างๆ ใครทำดี ก็เข้าไปชมเขา แล้วก็ประกาศให้โลกรู้อีกว่าเขาทำดีเขาจะได้มีกำลังใจ คุณหมอ แพทย์พยาบาลผู้เสียสละ เราป่าวประกาศความดีของเขา ที่ต้องระวังคืออย่าเร่งร้อนต้องการเป็นที่สนใจ หรือจุดเด่นมากไปจนไปเผลอแชร์เรื่องที่ไม่เป็นความจริง หรืออยากเด่นโดนการแหกกรอบทำสิ่งที่ไม่ควรทำ 

 

33. #Strategic

นักสร้างทางเลือก และเลือกทางที่ดีที่สุด ในสภาวการณ์เช่นนี้ โลกต้องการคนที่ยืนอยู่บนหลักการ และเหตุผล และนักกลยุทธ์อย่างเราช่วยได้ เพียงแค่เราต้องเริ่มต้นให้ถูก ตั้งโจทย์คำถามเชิงบวก เช่น เราจะทำอย่างไรให้เราและครอบครัวมีความสุข ภายใต้ข้อจำกัดตอนนี้ หรือ เราจะทำงานของเราให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร ภายใต้ข้อจำกัดนี้ เรา หรือคนรอบตัวเราจะทำอย่างไรจึงจะไม่เครียด ความมีตรรกะ และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลจะช่วยตัวเราเอง และช่วยเป็นที่ปรึกษาเพื่อนๆ ของเรา ที่กำลังจิตตก สั่นไหว ลนลานไปมาได้ อย่างไรก็ตามการตัดสินใจก็ต้องมาพื้นฐานมาจากข้อมูล เพราะฉะนั้นต้องเสพข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนครับ

 

34. #Woo

นี่คือช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดของ Woo ด้วยธรรมชาติที่ชอบพบปะสังสรรค์ มีเครือข่ายเพื่อนฝูงจำนวนมาก มาตรการ อยู่บ้าน ตอนนี้ชาว Woo ลำบากจริงๆ แต่อย่าหนีไปจับกลุ่มกันที่ต่างจังหวัดนะ! … ถ้าไม่อยากเหี่ยวเฉา ต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ Google Meet หรือ LINE Group Call ก็ช่วยได้ เพื่อหลีกหนีจากความฟุ้งซ่านกับข่าวสารโควิด แนะนำให้ลองนึกถึงเพื่อนเก่าๆ ที่ไม่ได้คุยกันนานแล้ว แล้วทักทายคุยกันออนไลน์ วิดีโอคอลหากัน นอกจากนี้การเข้าร่วมแคมเปญรณรงค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือที่ถูกวิธี และท้าทายเพื่อนๆให้มาร่วมรณรงค์กัน หรือเรื่องง่ายๆ แค่แชร์ข้อมูลที่ถูกต้อง ให้ความรู้กับคนอื่น อย่าลืมว่า Woo คือคนเพื่อนเยอะ เพราะฉะนั้นเวลาทำอะไรใน Social Media ก็จะกระจายถึงคนอื่นๆ ในสังคมได้มากกว่า ใช้เครือข่ายของเราให้เป็นประโยชน์เพื่อสังคมของเรา สู้!

เกี่ยวกับผู้เขียน

ศิวัตร เชาวรียวงษ์ จบการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ปัจจุบันศิวัตรดำรงตำแหน่ง CEO GroupM ประเทศไทย มีเดีย เอเยนซีในกลุ่มบริษัท ดับ บลิวพีพี (ประเทศไทย) ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา และวางแผนสื่อโฆษณาผ่านทางสื่อดิจิทัลให้กับแบรนด์สินค้าระดับโลกมากมาย รวมถึงยังนั่งเป็นนายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) อีกด้วย

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp