6,114
VIEWS

ยอดรูดบัตร สินเชื่อหดตัวแรง กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ออก 3 มาตรการเยียวยาลูกค้า

Apr 16, 2020 P.Narata

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในปัจจุบัน  ได้ส่งผลกระทบ ต่อการดำเนินธุรกิจของกรุงศรี คอนซูมเมอร์เป็นอย่างมาก โดยช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 ที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร เครดิตลดลงถึง 20% สินเชื่อบัตรเครดิตลดลง 17% สินเชื่อบุคคลลดลง 30% และคาดว่าทั้งปียอดใช้จ่ายผ่านบัตรจะลดลง 35-40% หรือต่ำสุดอาจถึง 50% ขณะที่ยอดลูกค้าใหม่ในช่วง 10 วันแรกของเดือนเมษายนหายไป 90%

ฐากร ปิยะพันธ์  ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์  ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล อันประกอบไปด้วย บัตรเครดิตกรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า กล่าวว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วงไตรมาสแรกของปีลด ลงอย่างน่าตกใจ หากคิดเป็นมูลค่าในส่วนของใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตช่วงไตรมาส 1 จะมีตัวเลขอยู่ที่ 94,000 ล้านบาท สินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ที่ 24,000 ล้านบาท โดยตัวเลขของเดือนมีนาคมลดลงไปค่อนข้างมาก และ 10 วันแรกของเดือน เมษายน เมื่อเทียบกับ 10 วันแรกของเดือนเมษายนของปีที่แล้ว ตัวเลขก็ลดลงไปแล้วถึง 50%

“ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ คนยังใช้ชีวิตกันตามปกติ แต่เราเริ่มเห็นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรตลอด ทั้งไตรมาสแรกลดลงไปประมาณ 20% ซึ่งโดยปกติการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะโตแบบปีต่อปีประมาณ 10% หากตัวเลข ไตรมาส 1 ลดลงถึง 20% ไตรมาส 2 ลด 50% ในช่วงไตรมาส 3 ต่อให้กลับมาได้ ก็เชื่อว่าตัวเลขจะลดลงอีกประมาณ 30% ไตรมาส 4 คาดว่าตัวเลขการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของภาพรวมปี 2020 จะลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้วประมาณ 35-40%”

 

6 ธุรกิจร่วงแรง

ข้อมูลเฉพาะในส่วนของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ยังระบุถึงธุรกิจ 6  กลุ่ม ที่มีตัวเลขการใช้จ่ายผ่านบัตรเครคิดลดลง อย่างชัดเจน ได้แก่ กลุ่มสายการบิน ช่วงไตรมาส 1 ลดลงถึง 50% หรือนับตั้งแต่เริ่มมีวิกฤต COVID-19 ตัวเลขลดลงเกือบ 100% กลุ่มโรงแรมลดลง 80% กลุ่มที่เกี่ยวกับเรื่องของการกีฬา หรือฟิตเนสลดลง 80% กลุ่มโรงภาพยนตร์ลดลง 100% กลุ่มห้างสรรพสินค้าลดลง 60% และกลุ่มร้านอาหารลดลง 70% แต่ก็ยังไปได้ในรูปแบบดิลิเวอรี่

สำหรับ 6 กลุ่มธุรกิจ ที่มีตัวเลขการใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตสูงขึ้น ได้แก่ กลุ่มช้อปปิ้งออนไลน์เติบโตกว่า 40% กลุ่มสื่อสารเติบโต 36% กลุ่มคอนวีเนียนสโตร์เติบโต 30% กลุ่มร้านขายยา (รวมบู๊ทส์ และวัตสัน) เติบโต 30% กลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตเติบโต 20% และกลุ่มโรงพยาบาลเติบโต 10%

ฐากร กล่าวเสริมถึง กลุ่มสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์ COVID-19 โดย NPL ของบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นเป็น 1.6-1.7% ขยับขึ้นจากเมื่อช่วยสิ้นปีอยู่ที่ 1.05% และ NPL ของสินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% จากเดิมอยู่ที่ 2.5%

“หลังจากนี้ตลาดจะเหมือนเดิม คาดว่าตลาดจะหดตัวแรง คนตกงานจะมีจำนวนมากขึ้นตามที่แต่ละอุตสาห กรรมคาดการณ์กันไว้ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เป็นทั้งลูกค้าเดิม และกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยกลุ่มลูกค้าใหม่อาจ เป็นคนที่ตกงาน ยังไม่มีงานทำ ดังนั้นการสมัครบัตรเครดิตก็จะไม่สามารถอนุมัติได้ รวมถึงกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่ปกติเพิ่งเข้าทำงานใหม่ ก็จะเริ่มมีการสมัครบัตรเครดิตก็จะชะลอตัวลงไป ส่วนกลุ่มลูกค้าเดิมก็จะมีความต้องการสมัครบัตรใหม่ลดลงไปด้วย ทำให้ปีหน้าเราอาจไม่ได้เห็นการเติบโตของกลุ่มลูกค้าใหม่ของบัตรเครดิต ต้นปีหน้าสถานการณ์อาจกลับมาเป็นปกติแต่ก็จะไม่เหมือนปีก่อนๆ ที่ผ่านมา” 

อย่างไรก็ตาม แผนงานในปีนี้ทางกรุงศรี คอนซูมเมอร์ จะยังไม่เน้นการหาลูกค้าใหม่ แต่จะโฟกัสไปที่การให้ ความช่วยเหลือลูกค้าทั้งในส่วนของบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคลเป็นหลัก โดยปัจจุบันกลุ่มลูกค้าใหม่เริ่มมีจำนวนลดลง เฉพาะ 10 วันแรกของเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปริมาณใบสมัครลูกค้าใหม่ลดลงถึง 90%

ชู 3 มาตรการ ช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤต COVID-19

ท่ามกลางวิกฤต COVID-19 กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้ให้ความร่วมมือตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยริเริ่มโครงการ “เราจะก้าวผ่านไปด้วยกัน กับกรุงศรี คอนซูมเมอร์” ด้วยการออก 3 มาตรการพิเศษ เพื่อเป็นทางเลือกใน การบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้า ทั้งการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าในวงกว้าง ด้วยการลดยอดชำระขั้นต่ำต่อเดือน และการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 2 เดือน สำหรับลูกค้าทุกรายโดยมิต้องแจ้งความจำนง 

รวมถึงการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยเน้นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทางตรง เช่น ธุรกิจ ท่องเที่ยว โรงแรม การบิน และบริการอื่นที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ด้วยการปรับลดอัตรา ดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

 

มาตรการที่ 1 : ลดยอดชำระขั้นต่ำต่อเดือน

•  ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตจากเดิม 10% เหลือ 5% ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับลูกค้าทุกราย โดยมิต้องติดต่อแจ้งความจำนง

• ผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลจากเดิม 5% เหลือ 3% ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 18 มีนาคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับลูกค้าทุกราย โดยมิต้องติดต่อแจ้งความจำนง

มาตรการที่ 2 : พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 2 เดือน

สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลทุกรายโดยมิต้องแจ้งความจำนงเป็นระยะเวลา 2 รอบบัญชี ให้กับลูกค้าทุกรายที่มีวันครบกำหนดชำระตั้งแต่ 14 เมษายน 2563 ถึง 12 มิถุนายน 2563 โดยดอกเบี้ยยังคงคำนวณตาม อัตราปกติแบบลดต้นลดดอก ทั้งนี้ สถานะบัญชีของลูกค้าในช่วงระยะเวลาดังกล่าวจะไม่เปลี่ยนแปลง

มาตรการที่ 3 : ปรับลดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ

เริ่มต้นเพียง 12% สำหรับลูกค้าในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยลูกค้าต้องลงทะเบียนแจ้งความจำนง และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี 

• ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษเหลือ 12% และลดภาระการชำระคืนด้วยการขยายการเวลาผ่อน ชำระนานสูงสุด 48 เดือน

• ผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ จาก 28% เหลือ 22% และลดการผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือเพียง 3% ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2564 

มาตรการดังกล่าว สำหรับลูกค้าในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว หรือธุรกิจที่ไม่ สามารถเปิดให้บริการได้ตามประกาศของทางราชการ  โดยลูกค้าต้องมีบัญชีสินเชื่อกับบริษัทก่อนเดือนมีนาคม 2563 ทั้งนี้ ลูกค้าจะถูกปรับลดวงเงินสินเชื่อฯ ให้คงเหลือเท่ากับยอดสินเชื่อคงค้างที่เข้าร่วมโครงการ

ลูกค้าสามารถลงทะเบียนรับพิจารณาความช่วยเหลือดังกล่าว ผ่านแอพพลิเคชั่น UCHOOSE ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2563 - 30 มิถุนายน 2563 นี้ โดยบริษัทจะทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป โดยหลังจากนี้จะมีการชี้แจงกับลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ หรือสามารถดูรายละเอียด ได้จากแอพพลิเคชั่น UCHOOSE 

“เป็นความตั้งใจของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ที่ต้องการช่วยลูกค้าที่มีภาวะเงินตึงตัว และคิดว่าการพักชำระหนี้ น่าจะเป็นมาตรการที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการผ่อนชำระขั้นต่ำ และการพักชำระเงินต้น และ ดอกเบี้ยต้น ลูกค้าจะได้ทุกคน ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ เป็นส่วนที่ลูกค้าต้องลงทะเบียนเอง เพราะลูกค้าบางคนก็ไม่ได้อยากได้สิทธิ์ตรงนี้ เพราะยังมีความสามารถในการชำระหนี้ได้

เฉพาะมาตรการที่ 3 เราคาดว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือลูกค้าในเรื่องของการพักชำระหนี้ได้กว่า 8 แสน - 1.2 ล้านราย หรือคิดเป็นมูลค่าสินเชื่อกว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันฐานลูกค้าของกรุงศรี คอนซูมเมอร์มีประมาณ 6 ล้านราย (8 ล้านกว่าบัญชี) แบ่งเป็นกลุ่มบัตรเครดิตประมาณ 3.7 ล้านราย  ที่เหลือเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล”

ฐากร ยังมองว่า การพักชำระหนี้ หรือที่เรียกว่า Skip Payment เป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก ไม่เหมือนสินเชื่อ ที่เป็นลักษณะ Term Loan เช่น สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อรถยนต์ และยังมีปัญหาในเรื่องของการเตรียมความพร้อมของ กระแสเงินสดที่ต้องสำรองไว้กว่า 4 – 5 หมื่นล้านบาท สำหรับสถานการณ์ในช่วง 2 เดือน  

“เพราะการพักชำระหนี้ก็เท่ากับว่าเราไม่ได้รับการชำระหนี้กลับคืนมาจากลูกค้า ในขณะเดียวกันที่ลูกค้ายัง สามารถใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าได้อยู่ ทำให้เราต้องมีเงินสดสำรองเพื่อไปจ่ายที่ลูกค้าไปรูดซื้อสินค้าไว้ ขณะเดียวกันเราก็ยังจำเป็นต้องจ่ายเงินเดือนพนักงาน รวมถึงการลงทุนปรับปรุงระบบการทำงานต่างๆ”

หากสถานการณ์โควิด-19 ยืดเยื้อ การทำ Skip Payment อาจทำได้เพียง 2 เดือน ในระหว่างนั้นจึงจำเป็นที่ต้อง เริ่มต้นในเรื่องของการให้ลูกค้าสมัครเข้าโครงการปรับลดดอกเบี้ย และเมื่อช่วงเวลาของการทำ Skip Payment จบลง ลูกค้าก็ยังสามารถกลับมาชำระหนี้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง และชำระด้วยจำนวนงวดที่ยาวขึ้น ซึ่งภาระต่อเดือนที่ลูกค้า เคยจ่ายจะลดลงไปกว่า 70% 

“การให้ความช่วยเหลือลูกค้าในทุกมาตรการรวมกัน อาจรายได้จะสูญหายไปกว่า 30-40% ของรายได้ตามปกติ แต่เราอยากมั่นใจว่า จะสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยง และได้รับผลกระทบ จากวิกฤตครั้งนี้อย่างแท้จริง” ฐากร กล่าว 

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp