“ทีเอ็มบี”พุ่งเป้าดึงคนรุ่นใหม่ลงทุนผ่านกองทุน ยกระดับบริการ “TMB Advisory” เป็นพี่เลี้ยงวางแผนการเ

Sep 28, 2017 -None-

ทีเอ็มบีเดินหน้าสร้างความแตกต่างเปิดเสรีภาพการลงทุน ยกระดับบริการ “TMB Advisory” เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่เริ่มต้นทำงาน พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำวางแผนการลงทุน โหมโปรโมทผ่านช่องทางหลากหลายในยุคดิจิทัล คัดผลิตภัณฑ์กองทุนคุณภาพจากหลาย บลจ.มารวมไว้ให้เลือกในแห่งเดียว

หลังจากเปิดให้บริการด้านการลงทุน “TMB Advisory” ภายใต้ปรัชญา “Make THE Difference” เพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตที่ดีขึ้น มาตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งเป็นการทลายข้อจำกัดเรื่องการสังกัดค่ายของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) โดยจับมือเป็นพันธมิตรกันในการเสนอขายกองทุนให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลายในการลงทุนมากขึ้น ถือเป็นธนาคารไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่สร้างความแตกต่างเปิดเสรีภาพการลงทุนให้ทุกคนเข้าถึงความมั่งคั่งอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ บริการการลงทุนดังกล่าวได้รับการตอบสนองจากลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสินทรัพย์สุทธิของกองทุนรวม  (AUM) ณ เดือนสิงหาคม 2560เติบโต 17% แตะระดับ 2.63 แสนล้านบาท เติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมที่ขยาย 6%และล่าสุดทีเอ็มบีได้ยกระดับบริการด้านการลงทุนดังกล่าว ด้วย “TMB Advisory บริการที่ปรึกษาสำหรับทุกคน” ผ่านการให้คำปรึกษาแนะนำการลงทุนแบบฟรีๆ จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยช่องทางที่หลากหลาย

มิ่งขวัญพัฒนวงศ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี กล่าวว่า แนวคิดของบริการนี้คือ การให้คำปรึกษาสำหรับทุกคนที่ต้องการลงทุน มุ่งเน้นให้ชีวิตลูกค้าดีขึ้นภายใต้ปรัชญา “Make THE Difference” ซึ่งหลายคนมักคิดว่าการลงทุนเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องน่าเบื่อ ต้องใช้เงินจำนวนมาก และไม่มีเวลาติดตาม เมื่อถึงเวลาก็ซื้อกองทุนเพื่อนำมาหักลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ

“เรามาคิดว่าทำอย่างไรจึงจะให้ลูกค้าได้รับความรู้ ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น และมีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งในยุคดิจิทัลการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นเรื่องง่ายกว่าในอดีต ลูกค้าสมัยนี้อาจไม่มีเวลามาแบงก์ ชีวิตก็วุ่นวาย แต่ทุกคนมีมือถือ ดังนั้น เราจะข้อมูลอย่างไรให้เข้าถึงลูกค้า โดยเราก็พัฒนาหลายช่องทางทั้ง ไลน์เวบไซต์ และทีเอ็มบี แอดไวเซอรี่ รูม ที่สาขา ซึ่งลูกค้าสามารถปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญผ่าน VDO Conference ได้แบบเรียลไทม์ และจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปรึกษาคำแนะนำผ่านมือถือได้”

บริการ TMB Advisory ยึดแนวคิดของบริการการลงทุนที่เปิดเสรีแบบ Open Architecture คือไม่ได้ขายแค่กองทุนภายใต้ บลจ.ของทีเอ็มบี แต่ยังมีกองทุนจากบลจ.อื่นที่เป็นพันธมิตรมาให้เลือกตอนนี้มีทั้งหมด 8 ราย ได้แก่ บลจ.ทหารไทย, บลจ.ยูโอบี(ประเทศไทย), บลจ.ซีไอเอ็มบี พรินซิเพิล, บลจ.อเบอร์ดีน, บลจ.แมนูไลฟ์(ประเทศไทย), บลจ.วรรณ, บลจ.ทิสโก้, บลจ.กสิกรไทย และจะขยายความร่วมมือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะลูกค้าควรเข้าถึงกองทุนหลากหลาย มีสินทรัพย์หลากหลายทั่วโลก ซึ่งทีเอ็มบีก็คัดสรรมาให้แล้วจึงไม่ต้องไปมองหาที่อื่น เรียกว่ามาที่เดียวมีให้เลือกซื้อแบบครบครัน ในจุดนี้มีความแตกต่างจากธนาคารอื่นๆ ที่จะขายเพียงกองทุนในสังกัดของตัวเองเท่านั้น และในส่วนของลูกค้าก็สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ไม่ว่าจะมีเงินมากหรือน้อย เป็นการเปิดเสรีภาพทางการเงินจริงๆ

นอกจากนี้ กุญแจสำคัญอีกเรื่องของ TMB Advisory คือ เรื่อง การจัดสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) โดยทีเอ็มบีมีพันธมิตรใหม่ Amundiจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบริษัทจัดการลงทุนรายใหญ่ของโลก มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นอันดับหนึ่งในยุโรปมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มาช่วยออกแบบโมเดลพอร์ตการลงทุน 5 รูปแบบ เพื่อแนะนำการลงทุนให้กับลูกค้าตามความเสี่ยงที่ลูกค้ารับได้

ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุน 5 รูปแบบ จัดไว้สำหรับลูกค้าที่รับความเสี่ยงได้ต่ำไปจนถึงสามารถรับความเสี่ยได้สูง ได้แก่ พอร์ตRisk Averse ไม่มีการลงทุนในหุ้น เน้นคุ้มครองเงินต้น โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ไทย และตราสารหนี้ต่างประเทศ, พอร์ต Conservative ลงทุนในหุ้น 20% ที่เหลือลงทุนตราสารหนี้, พอร์ต Balanced ลงทุนในหุ้น 50% และตราสารหนี้ 50%, พอร์ตAdvancedลงทุนในหุ้น 70% และตราสารหนี้ 30% สุดท้ายเป็นพอร์ต Aggressiveลงทุนในหุ้น 100%

นักลงทุนที่เข้ามาสามารถเลือกได้ว่ารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งทีเอ็มบีได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมไว้รองรับแล้ว เน้นดูจากความเสี่ยงเป็นหลัก โดยการจะประสบความสำเร็จในการลงทุนนั้น ประกอบด้วย 3 เรื่องหลักคือ 1.การจัดสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) 2.การเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุน (Security Selection) และ 3.การจับจังหวะการลงทุน (Market Timing) ดูว่าจังหวะตอนไหนควรเข้าควรออก

สิ่งที่ทีเอ็มบีให้ความสำคัญอีกเรื่องคือ ช่องทางการเข้าถึงลูกค้า เพราะต้องการให้กลุ่มเป้าหมายได้ข้อมูล ความรู้ความเข้าใจในการลงทุนจริงๆ ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งทีเอ็มบี แอดไวเซอรี่ รูมที่สาขาปีนี้ตั้งเป้าหมายจะมีทั้งหมด 25 แห่ง ส่วนการให้ข้อมูลผ่านเวบไซต์ก็จะมีข้อมูลจากพันธมิตรที่นำมาย่อยให้เข้าใจง่าย และผ่านทางไลน์ก็มีข้อมูลให้ด้วยเช่นกัน รวมทั้งลูกค้าที่สนใจจะซื้อขายกองทุนสามารถสอบถามผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ได้

“ทั้งหมดถ้ามองในมุมมาร์เก็ตติ้ง ไม่ใช่แค่การให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ การจัดสรรการลงทุน แต่ทั้งหมดคือ ความครบวงจรในการให้คำแนะนำในการปรึกษาด้านการลงทุนสำหรับทุกคนด้วย นี่คือคีย์หลักของเรา และที่เราสื่อสารก็จับต้องได้ไม่ใช่การพูดลอยๆ เรามีการเปิดเสรี เรามีการจัดสรรการลงทุน มีช่องทางต่างๆ รองรับ คิดว่าน่าจะช่วยให้ชีวิตลูกค้าดีขึ้น ลงทุนได้สะดวกขึ้น ง่ายขึ้น และได้ผลตอบแทนที่เหมาะสม”

มิ่งขวัญกล่าวต่อว่า ปัจจุบันลูกค้าที่ใช้บริการส่วนใหญ่ยังเป็นลูกค้าทีเอ็มบี เนื่องจากเพิ่งเปิดตัวและเริ่มประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง แต่หลังจากนี้เชื่อว่าจะมีลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มขึ้น ทั้งที่เป็นลูกค้าทีเอ็มบีและลูกค้าใหม่ ซึ่งอยากให้ได้มาลองเรียนรู้เป็นประสบการณ์ เพื่อจะได้รู้ว่าทีเอ็มบีสามารถตอบโจทย์ได้หรือไม่ โดยปัจจุบันรูปแบบความต้องการ และเป้าหมายของแต่ละจะไม่เหมือนกัน เรียกว่ามีความเป็นเพอร์ซัลนอล ไลฟ์กันมากขึ้น

โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อยากเริ่มต้นเร็ว อยากรวยเร็ว อยากเป็นเจ้าของกิจการมากกว่าลูกจ้าง มีเป้าหมายของตัวเองชัดเจน ก็หันมาลงทุนในหุ้นกันมากขึ้น และยอมที่จะรับความเสี่ยงได้มากกว่า ด้วยความที่อายุน้อยทำให้มีโอกาสในการแก้ไขข้อผิดพลาดจากการลงทุนและเรียนรู้ใหม่ได้ จึงพร้อมจะทำอะไรที่ทำให้เงินงอกเงย

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของการนำเสนอบริการใหม่นี้ จะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ไม่ใช่กลุ่มเด็กมาก เป็นคนวัยทำงานมาระยะหนึ่ง เริ่มอยากลงทุน มีการลงทุนแบบวางแผนเพื่ออนาคต โดยหลังจากทำการประชาสัมพันธ์และเปิดตัวไปแล้วจะช่วยให้มูลค่าสินทรัพย์ของกองทุนรวมในปีนี้เติบโตได้ 20% ตามที่วางเป้าหมายไว้ 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.