นักวิเคราะห์ชี้ 5G ไทยพร้อมใช้กลางปีนี้ ตลาดคึกคักด้วยกลยุทธ์ราคา

Apr 09, 2020 P.Narata

หลังการประมูลคลื่นความถี่สำหรับพัฒนาเทคโนโลยี 5G เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประเทศไทยก็พร้อมเปิดให้บริการเทคโนโลยี 5G เชิงพาณิชย์ ในช่วงกลางปี 2020 ตามกรอบระยะเวลาที่ กสทช. กำหนด ขณะที่แผนการปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ และกระบวนการเรียกคืนคลื่นความถี่จากกิจการโทรทัศน์ และกิจการไมโครโฟนไร้สายของ กสทช. ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองต่อเนื่อง

ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม นักวิเคราะห์อาวุโส จาก Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดสรรคลื่นความถี่ 700MHz ถือเป็นคลื่นความถี่ชุดแรกที่กำหนดไว้สำหรับพัฒนาเทคโนโลยี 5G ให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Network Operator: MNO) 3 รายหลัก ได้แก่ AIS, True และ DTAC ในช่วงกลางปี 2019 ตามเงื่อนไขการขอยืดเวลาชำระค่าประมูลคลื่น 900MHz ไปแล้วนั้น

โดยการประมูลคลื่นความถี่ชุดที่ 2 ประกอบด้วย คลื่นความถี่ 700MHz, 1800MHz, 2600MHz และคลื่น 26GHz โดยมี MNO หลักทั้ง 3 รายรวมถึงรัฐวิสาหกิจอย่าง บมจ. กสท. โทรคมนาคม จำกัด (CAT) และ บมจ. ทีโอที (TOT) ที่อยู่ระหว่างกระบวนการควบรวมเป็นบริษัทเดียวกันภายใต้ชื่อ “บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ” เข้าร่วมการประมูลความถี่ในครั้งนี้ด้วย โดย AIS ได้รับทั้งหมด 23 ใบอนุญาตจากคลื่น 700MHz, 2600MHz และ 26GHz ส่วน TRUE ได้รับทั้งหมด 17 ใบอนุญาตจากคลื่น 2600MHz และ 26GHz และ DTAC ได้รับทั้งหมด 2 ใบอนุญาตจากคลื่น 26GHz ขณะที่ CAT และ TOT ได้รับคลื่นความถี่รวมกันทั้งหมด 6 ใบอนุญาตจากคลื่น 700MHz และ 26GHz

“แม้ว่าวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง แต่ MNO ของไทยยังคงเดินหน้าขยายโครงข่ายโทรคมนาคม 4G/5G จากคลื่นความถี่ที่ได้รับจัดสรรมาอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการทำงานที่บ้าน และการเรียนแบบออนไลน์ของสถาบันการศึกษาต่างๆ ในช่วงวิกฤตนี้”

 

ในการก้าวสู่ 5G การขยายโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเทคโนโลยี 5G จากความแตกต่างในการถือครองย่านความถี่และปริมาณคลื่นความถี่ของ MNO แต่ละราย

ปัจจุบัน MNO ของไทยถือครองคลื่นความถี่ครอบคลุมทุกย่านความถี่ตามข้อกำหนดของ ITU และมีปริมาณคลื่นความถี่เพียงพอต่อการเปิดให้บริการเทคโนโลยี 5G เชิงพาณิชย์ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union: ITU) ได้ออกแผนความถี่วิทยุ กิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications: IMT) สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G โดยกำหนดให้ MNO แต่ละรายต้องถือครองคลื่นความถี่ให้ครอบคลุมทั้งคลื่นความถี่ย่านต่ำกว่า 1GHz (Low Band), คลื่นความถี่ย่านกลางระหว่าง 1GHz – 6GHz (Mid Band) และคลื่นความถี่ย่านสูงกว่า 6GHz (High Band)

หน่วยงานตามข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานเทคนิคของกิจการโทรคมนาคมสากล (The 3rd Generation Partnership Project: 3GPP) แนะนำเพิ่มเติมสำหรับแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่อให้การใช้งานข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งด้านความเร็วในการ download/upload ข้อมูล, ด้านความหน่วง และด้านความเสถียรในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และครอบคลุมพื้นที่อย่างทั่วถึง

โดย MNO แต่ละรายควรถือครองคลื่นความถี่ย่านต่ำไม่น้อยกว่า 30MHz, คลื่นความถี่ย่านกลางไม่น้อยกว่า 100MHz และคลื่นความถี่ย่านสูงไม่น้อยกว่า 400MHz คำแนะนำดังกล่าวสอดคล้องกับการศึกษาของผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมชั้นนำของโลกอย่าง Ericsson และ Huawei

“จากปริมาณคลื่นความถี่ที่ MNO ของไทยแต่ละรายถือครองอยู่เดิมบวกกับปริมาณคลื่นความถี่ที่ได้รับจากการจัดสรรและการประมูลในช่วงปี 2019-2020 ที่ผ่านมา พบว่า AIS และ TRUE มีความได้เปรียบกว่า MNO รายอื่นด้วยปริมาณคลื่นความถี่ที่ถือครองทั้ง 3 ย่านสูงกว่าปริมาณคลื่นความถี่ที่ทาง 3GPP แนะนำ อีกทั้งยังใกล้เคียงกับ MNO ในเกาหลีใต้ที่เปิดให้บริการ 5G ไปเมื่อต้นเดือนเมษายน 2019 และ MNO ในญี่ปุ่นที่เริ่มเปิดให้บริการ 5G ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้ข้อมูลได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานข้อมูลผ่านสมาร์ตโฟน การเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT และการยกระดับระบบสาธารณูปโภคของไทยในอนาคต”

 

ดร.กมลมาลย์ กล่าวเสริมว่า การลงทุนโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานจากความแตกต่างของย่านความถี่และปริมาณคลื่นความถี่ที่ MNO แต่ละรายถือครองในการพัฒนาโครงข่าย 5G ด้วยความแตกต่างทางคุณสมบัติของแต่ละย่านคลื่นความถี่

โดยคลื่นความถี่ย่านต่ำมีคุณสมบัติในการส่งสัญญาณได้ไกล และครอบคลุมพื้นที่ได้ดีกว่าคลื่นความถี่ย่านกลาง และย่านสูงส่งผลให้การติดตั้งสถานีฐานเครือข่ายที่รองรับสัญญาณคลื่นความถี่ย่านกลาง และย่านสูงจึงมีจำนวนมากกว่าสถานีฐานที่รองรับสัญญาณคลื่นความถี่ย่านต่ำ

“ในปี 2019 สถานีฐานของคลื่นความถี่ 2100MHz ซึ่งเป็นคลื่นย่านกลางมีจำนวนรวมกว่า 80,000 สถานีซึ่งสูงกว่าคลื่นความถี่ย่านต่ำอย่าง 900MHz ถึง 2 เท่าที่มีสถานีฐานรวมอยู่ราว 38,000 สถานี ในส่วนการติดตั้งสถานีฐานของคลื่นความถี่ย่านสูง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของเกาหลีใต้ประเมินว่า จำนวนสถานีฐานเพื่อรองรับการใช้งาน 5G บนคลื่นความถี่ 28GHz ทั้งในรูปแบบของเสาโทรคมนาคม (Macro Cell) และจุดรับส่งสัญญาณ (Small Cell) จะมีมากกว่า 1 แสนจุดทั่วประเทศ”

นอกจากการถือครองคลื่นความถี่แล้ว การขยายความครอบคลุมของสถานีฐานให้มากขึ้นสามารถช่วยให้ MNO ที่ถือครองคลื่นความถี่ในปริมาณที่ต่ำกว่าเกณฑ์ของ 3GPP สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน 5G ได้ โดยทางสมาคมผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลก (Global System for Mobile Communications Association: GSMA) ได้ศึกษาการวางโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานและทดสอบประสิทธิภาพของการใช้งานบนคลื่นความถี่ย่านกลาง พบว่า MNO ที่ถือครองคลื่นความถี่ย่านกลางจำนวน 60MHz ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ของ 3GPP ต้องติดตั้งจำนวนสถานีฐานสูงกว่า MNO ที่ถือครองคลื่นในปริมาณ 100MHz ตามเกณฑ์ราว 65% ถึงจะมีประสิทธิภาพในการให้บริการใกล้เคียงกัน อาจเป็นโอกาสของ MNO ที่ถือครองคลื่นความถี่ต่ำกว่าเกณฑ์ของ 3GPP จะลงทุนเพิ่มสถานีฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ 5G ให้ทัดเทียมกับ MNO ที่ถือครองคืนความถี่ตามเกณฑ์ของ 3GPP ได้

ทั้งนี้ การติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารบนสถานีฐานที่มีอยู่กว่า 1.5 แสนสถานีทั้งระบบ และการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานร่วมกันระหว่าง MNO สามารถลดภาระการลงทุน และลดระยะเวลาในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G สำหรับคลื่นความถี่ที่ได้รับการจัดสรรใหม่ในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ในระยะแรกอย่างคลื่นความถี่ 700MHz และ 2600MHz  ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ย่านต่ำและย่านกลาง คาดว่าจะถูกนำมาใช้งานร่วมกับคลื่นความถี่ 900MHz, 1800MHz และ 2100MHz ที่ให้บริการ 4G LTE อยู่ขณะนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน 5G โดยการติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารใหม่หรืออัปเกรดอุปกรณ์สื่อสารเดิมบนสถานีฐานที่มีอยู่ทั้งระบบกว่า 154,000  สถานีในปัจจุบัน

“คลื่นความถี่ 26GHz เป็นคลื่นความถี่ย่านสูงชุดแรกที่นำออกมาจัดสรร ถือเป็นคลื่นความถี่ที่จะส่งผลต่อแผนการลงทุนโครงข่ายของ MNO อย่างมาก จากคุณสมบัติที่มีความคมชัดสูงแต่ขอบเขตพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณที่จำกัดจึงจำเป็นต้องติดตั้งโครงข่ายสถานีฐานจำนวนมาก อีกทั้งอุปกรณ์ที่รองรับเพิ่งเริ่มออกสู่ตลาด ยังมีราคาค่อนข้างสูง”

 

ดร.กมลมาลย์ ยังมองว่า หลังจากเทคโนโลยี 5G เปิดใช้งานเชิงพาณิชย์แล้ว ภาพรวมตลาดจะคึกคักมากยิ่งขึ้น ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดใช้เทคโนโลยี 5G เชิงพาณิชย์ การแข่งขันจะโฟกัสไปที่การนำเสนอแพ็กเกจการให้บริการจะยังคงเข้มข้นต่อเนื่อง ขณะที่การแข่งขันด้านราคามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้บริการหันมาใช้ระบบ 5G  การนำเสนอการให้บริการในไทยคาดว่าจะมีรูปแบบการให้บริการใกล้เคียงกับ MNO ในประเทศที่เปิดให้บริการ 5G แล้ว อย่างสหรัฐฯ จีน และเกาหลีใต้ ที่เน้นการนำเสนอการให้บริการที่หลากหลาย เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นหลัก จากการขยายเครือข่าย 4G/5G ให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภคในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตทั้งในรูปแบบของการให้บริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ผ่านสมาร์ทโฟน และการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless Board Band) 

สิ่งสำคัญ คือ การสร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่งด้วยแพ็กเกจบริการใหม่รองรับคอนเทนท์เพื่อการบันเทิงจะเริ่มทยอยออกมาให้เห็นมากยิ่งขึ้น เช่น แพ็กเกจรับชมการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตหรือกีฬาที่มีความคมชัดสูง (Streaming UHD) แพ็กเกจพิเศษสำหรับเล่นเกมผ่านระบบคลาวด์ (Cloud Gaming) แอปพลิเคชันการจำลองภาพเสมือนจริง (Virtual Reality/Augmented Reality Content) เป็นต้น

“การกำหนดอัตราค่าบริการ 5G ในระยะเริ่มต้นมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าบริการในระบบ 4G เมื่อพิจารณาราคาต่อกิกะไบต์  คาดว่า MNO แต่ละรายจะงัดกลยุทธ์ด้านราคาเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้บริการเดิมในระบบ 4G เข้ามาในระบบ 5G มากขึ้น จากการเพิ่มบริการเสริมพ่วงบริการ 5G ให้ผู้ใช้บริการแพ็กเกจ 4G ปัจจุบันได้ทดลองใช้งานฟรี  หรือเปลี่ยนจากระบบเติมเงินมาเป็นระบบรายเดือน รวมถึงดึงดูดผู้ใช้บริการใหม่ตัดสินใจย้ายค่ายง่ายขึ้น”

ท้ายที่สุด ผู้บริโภคจะได้รับอานิสงส์จากการได้รับบริการที่หลากหลายในราคาที่เข้าถึงได้ ตัวอย่างเช่น อัตราค่าบริการ 5G ในเกาหลีใต้ที่เริ่มต้นราว 1,615 บาทต่อเดือน ต่ำกว่าค่าบริการรายเดือนในระบบ 4G ปัจจุบันราว 5% จากการกำหนดอัตราค่าบริการที่ไม่สูงมากส่งผลให้ผู้ใช้บริการในระบบ 5G ในเกาหลีใต้มีมากกว่า 2 ล้านเลขหมาย ใน 7 เดือนหลังจากเปิดให้บริการ 5G ในเดือนเมษายน 2019 หรือประมาณ 3% ของจำนวนเลขหมายทั้งหมดส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อหมายเลขต่อเดือน (ARPU) เพิ่มสูงขึ้นราว 2%YOY และคาดว่าจำนวนผู้ใช้บริการในระบบ 5G จะแตะ 7 ล้านเลขหมาย หรือราว 10% ของจำนวนเลขหมายทั้งหมดภายในสิ้นปี 2020

ด้วยความพร้อมของโครงสร้างโทรคมนาคมพื้นฐาน และการนำเสนอการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการจะช่วยส่งเสริมให้การพัฒนาเทคโนโลยี 5G เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต หลังจากเทคโนโลยี 5G เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ การใช้งานด้านข้อมูลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมือง พื้นที่ EEC และพื้นที่อยู่ระหว่างการพัฒนา smart city จะส่งผลต่อการรองรับการรับ-ส่งข้อมูล (data traffic) ดังนั้น ความพร้อมด้านโครงสร้างโทรคมนาคมพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นการขยายโครงข่ายโทรคมนาคม การเพิ่มสถานีฐาน และอุปกรณ์รับสัญญาณจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อประสิทธิภาพ

รวมถึงการให้บริการทั้งในด้านความเร็วในการ download/upload ข้อมูลและความเสถียรในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนำมาสู่ความต้องการคลื่นความถี่ที่เพิ่มมากขึ้น โดยหน่วยงานกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่ในหลายประเทศมีแผนในการจัดสรรคลื่นความถี่เพิ่มเติม เพื่อรองรับการใช้งานข้อมูลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของเกาหลีใต้ วางแผนที่จะจัดสรรคลื่นความถี่เพิ่มอีกกว่า 2,640 MHz ภายในปี 2026 ขณะที่ กสทช. มีแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ย่านกลาง 3.4GHz – 3.7GHz หรือย่าน c-band ในช่วงปี 2021 ปัจจุบันยังติดสัมปทานดาวเทียมไทยคม และกิจการไมโครโฟนไร้สายที่จะสิ้นสุดสัมปทานปลายปี 2021

นอกจากนี้ การนำเสนอการให้บริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้ข้อมูลอย่างแท้จริงทั้งในส่วนของผู้ใช้บริการผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่และผู้ใช้บริการในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการนำเสนอการให้บริการที่สอดคล้องกับบริบทของการพัฒนาประเทศถือเป็นอีกหนึ่งกลไกในการผลักดันให้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล

ยกตัวอย่าง เกาหลีใต้ KT Telecom ให้บริการเทคโนโลยี 5G กับบริษัทต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง Hyundai Heavy Industries สำหรับระบบการผลิตอัตโนมัติแบบครบวงจร ได้แก่ AR สำหรับการทำงานในระยะไกล (remote working), การเชื่อมโยงหุ่นยนต์การผลิต (connected robot) รวมทั้งระบบกล้องวงจรปิดและระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อยกระดับโรงงานการผลิตให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ (smart factory) ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 40% ทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่ Industry 4.0 ของรัฐบาลเกาหลีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม กระบวนการเรียกคืนคลื่นความถี่ถือเป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตามองต่อไป เนื่องจากแผนการปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ (Spectrum Reframing Roadmap) ของ กสทช. มีเพียงคลื่น 2600MHz และ 26GHz ที่สามารถให้บริการ 5G ได้ในเดือนมีนาคม 2020 ขณะที่คลื่น 700MHz ยังอยู่ระหว่างกระบวนการเรียกคืนจากกิจการโทรทัศน์ (ทีวีดิจิทัล) ที่จะเริ่มใช้งานได้ในเดือนตุลาคม 2020 และกิจการไมโครโฟน ประเภทไมโครโฟนไร้สาย (Wireless Microphone) คาดว่าจะสามารถใช้งานได้ในช่วงต้นปี 2021

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp