6,499
VIEWS

อีซูซุ Beyond Innovation Pickup

Apr 16, 2020 -None-

“อีซูซุ” ยังคงรักษาภาพความเป็นผู้นำกลุ่มรถกระบะเมืองไทยไว้ได้อย่างเหนียวแน่นกับความสำเร็จในปีนี้ที่สะท้อนผ่านผลวิจัยด้านพฤติกรรมผู้บริโภค Thailand’s Most Admired Brand 2020 เมื่ออีซูซุสามารถรักษาความเป็นเบอร์ 1 ได้อย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 11

ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวทางด้านนวัตกรรมใหม่ๆที่นำเสนอออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ  ส่งผลให้ “อีซูซุ” ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลพิเศษ Innovation Brand Award จากงานประกาศผลและมอบรางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2020 สำหรับปีนี้ไปครองอีกด้วยยิ่งตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมที่ได้ยึดถือเป็นนโยบายหลักของการดำเนินธุรกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นอย่างดี

ผู้นำนวัตกรรม

ในมุมของอีซูซุ Innovation หรือ “นวัตกรรม”คือกลยุทธ์สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าหรือบริการขององค์กรธุรกิจนอกเหนือจาก “การสร้างความแตกต่าง”เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์อีซูซุตามกลยุทธ์การตลาดที่เสมือนเป็นแผน “แม่บท” ของอีซูซุ

คุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่าด้วยความที่อีซูซุเป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วย Innovation ดังนั้นอีซูซุจึงพยายามที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยด้วยการแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการออกมาเป็นเจ้าแรกอยู่เสมอโดยเฉพาะในฐานะผู้นำเทคโนโลยีดีเซลระดับโลกตัวอย่างเช่น อีซูซุได้แนะนำรถปิกอัพที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2521

ใน 2 ปีต่อมาอีซูซุได้ทำให้คนไทยรู้จักกับรถปิกอัพห้องโดยสารกว้างที่เรียกกันว่า“SPACECAB” เป็นครั้งแรกตามมาด้วยการเป็นผู้บุกเบิกเครื่องยนต์ดีเซลระบบ “Direct Injection” 

ในประเทศไทยเมื่อปี 2529 อีซูซุยังเป็นแบรนด์แรกที่แนะนำรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อที่ผลิตในเมืองไทยในนาม “Isuzu Rodeo 4WD” เมื่อปี 2535 ทั้งยังเป็นแบรนด์แรกที่แนะนำเกียร์ออโตเมติกในรถปิกอัพ ในปี 2539 และเป็นแบรนด์แรกที่เปิดตลาดรถปิกอัพเซ็กเม้นต์ใหม่สำหรับรถขับเคลื่อน2 ล้อยกสูงในประเทศไทยในชื่อ “Isuzu D-Max Hi-Lander” ในปี 2546

ต่อมาในปี 2553 อีซูซุได้เปิดตลาดรถปิกอัพเซ็กเม้นต์ใหม่เป็นครั้งแรกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์สปอร์ตภายใต้ชื่อ  “Isuzu X-Series” และเป็นแบรนด์แรกที่นำระบบควบคุมอัจฉริยะ “มิมาโมริ”มาใช้ในรถบรรทุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและช่วยปรับพฤติกรรมคนขับให้ขับรถปลอดภัยและประหยัดยิ่งขึ้น

ปลายปี 2558 อีซูซุได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมรถปิกอัพเมืองไทยด้วยการแนะนำเครื่องยนต์รุ่นใหม่“Isuzu 1.9 Ddi Blue Power” ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในอุตสาหกรรมรถปิกอัพระดับโลกด้วยจุดเด่นของขุมพลังใหม่จากเครื่องยนต์ดีเซลขนาดต่ำกว่า 2,000 ซีซี. แต่ให้แรงม้าสูงกว่าและมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ยอดนิยมของอีซูซุรุ่นเดิม 2,500 ซีซี. ที่มีขนาดใหญ่กว่าและยังช่วยสร้าง “พลังงานสะอาด”ที่ให้ค่ามลพิษต่ำสุดรองรับมาตรฐานสูงสุด Euro6 อันเข้มงวดในอนาคต อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันสูงสุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน

ภาพลักษณ์ของความเป็น Innovation Brand ยังสะท้อนผ่านกลยุทธ์การสื่อสารที่ให้น้ำหนักกับช่องทางดิจิทัลเป็นหลักเพราะอีซูซุมองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลเกิดความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากอีซูซุจึงได้ปรับปรุงช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าให้สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น

นอกจากการสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆเช่น Website, Facebook, LINE และอื่นๆแล้วเมื่อปีที่ผ่านมาทางบริษัทได้พัฒนา Web Application สำหรับเจ้าของรถอีซูซุในชื่อ “my-Isuzu” โดยรวบรวมโครงการและสิทธิประโยชน์ต่างๆไว้เพื่อความสะดวกของเจ้าของรถอีซูซุอีกด้วย

ตอกย้ำความเป็นที่ 1

อีซูซุเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมรถปิกอัพของไทยมาอย่างต่อเนื่องและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายครั้งในองค์กรอีซูซุและอุตสาหกรรมรถปิกอัพของไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

คุณปนัดดากล่าวเสริมว่าในอดีตรถปิกอัพในประเทศไทยใช้เครื่องยนต์เบนซินจนมาในปี 2521 อีซูซุได้แนะนำรถปิกอัพที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นครั้งแรกในประเทศไทยจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมรถปิกอัพของประเทศไทยและทำให้รถปิกอัพแบรนด์อื่นๆทยอยเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ดีเซลครบทุกแบรนด์จนในปัจจุบันรถปิกอัพในประเทศไทย เกือบ 100% ใช้เครื่องยนต์ดีเซล

“ในช่วงปี 2523 เป็นยุคที่รถปิกอัพยังมีห้องโดยสารธรรมดาที่เรียกว่า “รถปิกอัพแบบตอนเดียว” (Single Cab) และเน้นการใช้พื้นที่บรรทุกบนกระบะหลังเป็นสำคัญอีซูซุก็เป็นแบรนด์แรกที่แนะนำรถปิกอัพห้องโดยสารกว้าง (Extended Cab) ที่เรียกว่า SPACECAB ต่อมาชื่อนี้ก็กลายเป็นชื่อที่ใช้เรียกทั่วไป (Generic Name) ในหมู่สาธารณชนและได้รับความนิยมสูงสุดจนถึงปัจจุบันและ SPACECAB ยังช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของรถปิกอัพจากรถเพื่อการบรรทุกมาสู่การเป็นรถเพื่อใช้ได้ทั้งส่วนตัวและบรรทุกซึ่งต่อมาแบรนด์อื่นๆก็ได้ทยอยแนะนำรถปิกอัพห้องโดยสารกว้างในลักษณะเดียวกันออกสู่ตลาดจนครบทุกแบรนด์”

นอกจากนี้การนำเกียร์ออโตเมติกมาใช้ในรถปิกอัพเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้รถเมื่อกว่า 24 ปีที่แล้วยังส่งผลให้รถกระบะเกียร์ออโตเมติกมียอดขายสูงกว่าเกียร์ธรรมดาอย่างมากซึ่งต่อมาแต่ละแบรนด์อื่นๆได้เพิ่มรุ่นเกียร์ออโตเมติกเข้ามาทำตลาดด้วยเช่นกันหรือการที่อีซูซุเปิดเซ็กเม้นต์ใหม่ให้กับตลาดรถปิกอัพในประเทศไทยด้วยรถขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงในชื่อ Isuzu D-Max Hi-Lander ก็ได้รับความนิยมอย่างสูงยิ่งจากผู้ใช้รถเพราะรูปลักษณ์สะดุดตาเหมือนรถ 4x4 แต่ประหยัดน้ำมันมากกว่าเหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันอย่างยิ่งต่อมาแบรนด์อื่นๆก็ได้แนะนำรถในลักษณะนี้เช่นกัน

ที่น่าสนใจคืออีซูซุเป็นแบรนด์แรกในโลกที่ได้นำนวัตกรรมเครื่องยนต์ที่ต่ำกว่า 2,000 ซีซี. อย่างเครื่องยนต์ Isuzu 1.9 Ddi Blue Power มาใช้ในรถปิกอัพซึ่งเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่สุดแต่มีสมรรถนะดีเยี่ยมในทุกด้านทำให้เกิดแนวโน้มใหม่ในการพัฒนาเครื่องยนต์รถปิกอัพให้มีขนาดเล็กลงของผู้ผลิตรายอื่นแต่จนถึงในขณะนี้ก็ยังไม่มีแบรนด์ใดสามารถพัฒนาเครื่องยนต์รถปิกอัพ ให้ต่ำกว่า 2,000 ซีซี. ได้สำเร็จเหมือนเช่นอีซูซุ

สร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานโยบายสำคัญที่อีซูซุโฟกัสมาโดยตลอดคือการให้ความสำคัญกับเรื่องของนวัตกรรมอีกทั้งตลาดรถยนต์เมืองไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดในโลกของอีซูซุเมื่อเปรียบเทียบกับอีกกว่า 100 ประเทศที่อีซูซุได้ส่งออกรถรุ่นต่างๆไปจำหน่ายดังนั้นอีซูซุมอเตอร์ญี่ปุ่นจึงได้จัดตั้งบริษัทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นในประเทศไทยถึง 2 บริษัทประกอบด้วย

บริษัท Isuzu Technical Center of Asia เพื่อทำ R&D และการออกแบบผลิตภัณฑ์รถปิกอัพและรถอเนกประสงค์และบริษัท Isuzu Global CV Engineering เพื่อทำ R&D และการออกแบบผลิตภัณฑ์รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่

สำหรับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถอีซูซุในประเทศไทย (Distributor) มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการวิจัยตลาด 2 หน่วยงานคือสำนักงานวางแผนผลิตภัณฑ์ (Product Planning Office) และฝ่ายวิจัยตลาด (Market Research Business Unit) อีกทั้งตรีเพชรอีซูซุเซลส์ยังมีผู้จำหน่าย (Dealer) ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายรถโดยตรงให้กับลูกค้า (End Users) โดยมีทั้งหมดมากกว่า 100 บริษัทและมีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการประมาณ 340 แห่งทั่วประเทศโดยตรีเพชรอีซูซุเซลส์จะแต่งตั้งคณะกรรมการผู้จำหน่ายอีซูซุคัดเลือกผู้แทนจากดีลเลอร์ในแต่ละเขตการจำหน่ายมาเป็นกรรมการและยังมีอนุกรรมการด้านต่างๆทั้งการขายการบริการหลังการขายและด้าน IT ประกอบด้วยผู้แทนจากดีลเลอร์และผู้เกี่ยวข้องของบริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ทั้งคณะกรรมการผู้จำหน่ายอีซูซุและคณะอนุกรรมการด้านต่างๆเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้รถอีซูซุโดยตรงตลอดจนรวบรวมความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์ในเขตการจำหน่ายต่างๆมาสื่อสารให้แก่บริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์เพื่อใช้ในการวางแผนผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เดินหน้าด้วยโปรดักต์เรือธง

คุณปนัดดา กล่าวเสริมว่า เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาอีซูซุได้สร้างปรากฏการณ์แห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทยอีกครั้งแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะไม่เอื้ออำนวยด้วยการเปิดตัว “ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์พลานุภาพ...พลิกโลก!” (All-New Isuzu D-Max….Infinite Potential) ภายใต้แนวคิดของยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่า “ปิกอัพ” (Beyond The Pickup) โดยทีมวิศวกรได้พัฒนานวัตกรรมยานยนต์นี้จากความเชี่ยวชาญประสบการณ์อันยาวนานและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองทุกการใช้งานของลูกค้านับเป็นรถปิกอัพรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่หมดในรอบ 8 ปีของอีซูซุ

จุดเด่นของ “ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์พลานุภาพ...พลิกโลก!” คือดีไซน์ที่ใหม่หมดในทุกมิติจากภายนอกจรดภายในด้วยแนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART พร้อมเครื่องยนต์ใหม่แพลตฟอร์มใหม่ความปลอดภัยใหม่ความสะดวกสบายใหม่เพื่อความสมบูรณ์แบบในทุกฟังก์ชั่นที่ก้าวล้ำไปอีกขั้นสร้างมาตรฐานใหม่ของรถปิกอัพ

แม้ว่าในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว “ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์พลานุภาพ...พลิกโลก!” จะยังออกสู่ตลาดไม่ครบทุกรุ่นก็ตามแต่ได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้สนใจทั่วไปทั้งการมาชมรถจริงที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศและการค้นหาข้อมูลออนไลน์จนทำให้ติดอันดับ 1 ของหลายเว็บไซต์ในช่วงแรกของการแนะนำรถรุ่นใหม่นี้

“ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมปีนี้เป็นต้นมาเรามี “ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์พลานุภาพ...พลิกโลก!” ออกจำหน่ายครบทุกรุ่นทำให้อีซูซุมีส่วนแบ่งตลาดรถปิกอัพของเมืองไทยในเดือนมกราคมสูงถึง 42.9% เป็นอันดับ 1 โดยทิ้งห่างจากแบรนด์อื่นอย่างมากทั้งๆที่ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว, เกิดภัยแล้งและการระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์เมืองไทยอย่างมาก ทำให้ตลาดรถปิกอัพหดตัวลง 13.6% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว”

ต่อยอดด้วย Omakase

สำหรับแผนการทำงานและเป้าหมายในปีนี้กลุ่มตรีเพชรได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศดำเนินการปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการอีซูซุคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “The TOUCH” (Trust, Omotenashi, Understanding, Community and Hi-Tech) ไม่เพียงแต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้าน “ฮาร์ดแวร์”คือตัวโชว์รูมและศูนย์บริการรูปแบบใหม่เท่านั้นแต่สิ่งที่ทางบริษัทให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องสถานที่คือเรื่องของ “ซอฟต์แวร์”ที่มุ่งเน้นจะยกระดับการบริการด้านต่างๆ

โดยนำเอกลักษณ์การบริการตามแบบฉบับอีซูซุที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลา 63 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาสร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้กับลูกค้าเมื่อมาที่อีซูซุรวมทั้งได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการอำนวยความสะดวกและช่วยประหยัดเวลาของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันการปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการคอนเซ็ปต์ใหม่เริ่มทยอยปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยมากกว่า 20 แห่งทั่วประเทศโดยเริ่มต้นจากอาคารสำนักงานใหญ่และศูนย์บริการของบริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์จำกัดเพื่อเป็นต้นแบบให้กับผู้จำหน่ายทั่วประเทศคาดว่าภายในปี 2565 จะแล้วเสร็จมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศรวมมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 4.3 พันล้านบาทนับเป็นเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ยังเริ่มธุรกิจใหม่เกี่ยวกับรถมือสองภายใต้การดำเนินงานของ “โอมาคาเสะคาร์” (Omakase Car Co., Ltd.) เพื่อยกระดับมาตรฐานการซื้อ-ขายรถมือสองในประเทศไทยด้วยการจำหน่ายรถมือสองคุณภาพสูงประวัติชัดเจนเชื่อถือได้พร้อมการันตีการซ่อมบำรุงจากช่างผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งบริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินชั้นนำเพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการซื้อขายรถยนต์มือสอง

“คำว่า “โอมาคาเสะ” (Omakase) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “วางใจให้เราดูแล”ดังนั้นนิยามของการดำเนินธุรกิจ “โอมาคาเสะคาร์”จึงหมายถึงการไว้ใจให้เราคัดสรรรถยนต์มือสองคุณภาพสูงทุกประเภทด้วยจุดเด่นที่สำคัญคือลูกค้าสามารถเลือกซื้อผ่านเว็บไซต์ www.omakasecar.com เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายสะดวกและรวดเร็วเพื่อให้ลูกค้าได้รถที่ตรงใจและตรงสเปกกับการใช้งานมากที่สุด”คุณปนัดดากล่าว

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.