7,612
VIEWS

เส้นทางสู่ Brand Love ของสิงห์ ขับเคลื่อนด้วย Innovation - Inspiration

Apr 17, 2020 -None-

เบียร์สิงห์คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2020 หมวดอาหารและเครื่องดื่มในกลุ่มเบียร์ของสิงห์ซึ่งเป็นการคว้ารางวัลนี้ได้สำเร็จเป็นครั้งที่ 19 เป็นภาพสะท้อนที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำเร็จในฐานะผู้เล่นหลักในตลาดเบียร์ที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 87 ปี

เช่นเดียวกับ “น้ำดื่มสิงห์” ที่ประสบความสำเร็จด้านการเป็นที่ยอมรับด้วยการคว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2020 ในกลุ่ม “น้ำดื่ม” ที่ผลสำรวจเพิ่งเปิด Category นี้เป็นปีแรกและ “น้ำดื่มสิงห์” ก็สามารถยึดครองรางวัลในกลุ่มนี้ได้สำเร็จเป็นแบรนด์แรกเช่นกัน

ไม่เพียงเท่านั้นเบียร์สิงห์ยังคว้ารางวัลพิเศษในฐานะที่เป็นแบรนด์ยอดนิยมที่ได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand & Corporation ซึ่งสะท้อนการยอมรับของผู้บริโภคจาก Corporate ส่งต่อมายังตัวแบรนด์

ส่วนน้ำดื่มสิงห์ได้รับรางวัล Thailand’s Most  Admired Brand 2020 ในฐานะของการเป็น Innovation Brand ซึ่งรางวัลใหญ่ที่ได้มานี้ถือเป็น 1 ในดัชนีชี้วัดหนึ่งของการเป็นแบรนด์ที่คนไทยให้การยอมรับไม่เพียงเท่านั้นยังเชื่อมโยงให้เห็นถึงการเป็นแบรนด์ที่มีกลุ่มก้อนของคน “รักแบรนด์” หรือเป็น Brand Love ที่คนไทยให้ความรักและความเชื่อมั่นมาตลอดซึ่งแม้แบรนด์สิงห์จะอยู่ในตลาดมากว่า 8 ทศวรรษแต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาสิงห์ยังคงเป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนตลาดด้วยการนำเสนอนวัตกรรมทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการตลาดจนทำให้สิงห์สามารถครองใจลูกค้าชาวไทยได้อย่างเหนียวแน่น

นวัตกรรม

เบื้องหลังความเป็น 1 ของ “สิงห์”

ความสำเร็จของสิงห์คอร์เปอเรชั่นนั้นมาจากวิชั่นของผู้บริหารที่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนโดยส่วนหนึ่งของการเติบโตจะมีเรื่องของนวัตกรรมเข้ามาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนที่สำคัญจึงไม่แปลกใจที่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาสิงห์คอร์เปอเรชั่นโดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าหลักอย่างเบียร์และน้ำดื่มมีการคิดค้นนวัตกรรมตลอดจนการนำเอาความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆมาใส่ไว้ในสินค้าและบริการเป็นจำนวนมาก

การวางหัวใจสำคัญของการทำตลาดไว้ที่ “ตัวผู้บริโภค” เป็นศูนย์กลางนั้นทำให้แบรนด์สิงห์แทบจะไม่หยุดนิ่งในเรื่องของการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆให้กับตลาดโดยนวัตกรรมที่คิดค้นมานั้นจะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภครวมถึงเข้ามาช่วยแก้ Pain Point ที่พวกเขามีความกังวลอาทิเรื่องของสิ่งแวดล้อมซึ่งเราเห็นอยู่บ่อยครั้งที่สิงห์มักจะเป็นแบรนด์ที่เข้ามาช่วยสร้างแรงบันดาลใจในเรื่องของการใส่ใจสิ่งแวดล้อมให้กับคนไทย

การนำเสนอนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อมถือเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงสำหรับหลายแบรนด์ซึ่งวันนี้เบียร์สิงห์ได้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดขยะจากสินค้าโดยได้เปลี่ยนแพ็กเกจที่เป็น Plastic Wrap มาเป็นกระดาษเปเปอร์บอร์ดรีไซเคิลที่ย่อยสลายได้เป็นมิตรกับธรรมชาตินับเป็นเบียร์แบรนด์แรกในเอเชียที่เริ่มใช้และปรับเปลี่ยนรูปแบบแพ็กเกจ

“วิธีคิดในเรื่องของการนำเสนอนวัตกรรมของเบียร์สิงห์จะคิดควบคู่ไปทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อมและดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าด้วยเพราะตัวแพ็กกระดาษเปเปอร์บอร์ดถูกออกแบบมาให้ถือง่ายไม่ต้องใส่ถุงพลาสติกอีกทีหนึ่งทำให้สามารถลดการใช้พลาสติกลงซึ่งจะช่วยตอบโจทย์การใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้าของสิงห์ได้อย่างลงตัว”

สิงห์เริ่มนำเสนอสินค้าในส่วนดังกล่าวนี้ที่แพ็ก 4 กระป๋องวางขายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นและจะเปลี่ยนครบทุก SKU ในเดือนมิถุนายน 2563 นี้นับเป็นอีกเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นซึ่งสิงห์ในฐานะแบรนด์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานได้เข้ามาเป็นผู้นำในการกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกับตลาดเบียร์ของบ้านเรา

น้ำดื่มสิงห์

นวัตกรรมของผู้นำ

หากมองเข้ามาที่ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในปี 2562 แล้วจะพบว่าตลาดมีปริมาณการบริโภคที่มีอยู่ราวๆ 3,300 ล้านลิตรคิดเป็นมูลค่าตลาดที่สูงถึง 36,000 ล้านบาทโดยส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 21.9% เป็นการถือครองความเป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนานซึ่งว่าไปแล้วน้ำดื่มสิงห์ถือเป็นแบรนด์ที่เข้ามาเป็นผู้ขับเคลื่อนให้ตลาดมีการเติบโตอย่างแท้จริง

น้ำดื่มสิงห์เข้ามาสร้างตลาดนี้ด้วยจุดยืนของการเป็นน้ำดื่มสะอาดอาจจะด้วยเหตุผลที่ในช่วงแรกของการเกิดขึ้นของตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดนั้นสิงห์ต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยจากที่เคยดื่มน้ำประปามาสู่การซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดจึงต้องสร้างความมั่นใจด้วยการนำเรื่องของมาตรฐานการเป็นน้ำดื่มสะอาดเข้ามาเป็นคีย์หลักในการสื่อสารกับผู้บริโภค

การทำตลาดของน้ำดื่มสิงห์มีการเน้นย้ำอย่างต่อเนื่องจนทำให้ “น้ำดื่มสะอาด” กลายเป็น Category Benefit ของสินค้าประเภทน้ำดื่มบรรจุขวดไปในที่สุดแน่นอนว่าน้ำดื่มสิงห์ในฐานะของการเป็นแบรนด์ที่พูดเรื่องนี้มาตลอดสามารถเก็บเกี่ยวจากสิ่งที่ตัวเองตอกย้ำได้เป็นอย่างดี

หัวใจสำคัญที่เข้ามาเป็นแรงส่งให้น้ำดื่มสิงห์ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมาตลอดก็คือการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆให้กับตลาดทั้งในเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมการตลาดใหม่ๆที่เข้ามาสร้างบรรทัดฐานให้กับการทำตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดของบ้านเราเพราะทุกครั้งที่น้ำดื่มแบรนด์ใหม่ๆเข้ามาในตลาดด้วยการวางจุดขายไว้เป็นน้ำดื่มสะอาดจะช่วยส่งต่อและรีมายด์ไปสู่แบรนด์สิงห์ทันที

ล่าสุดกับการนำเสนอนวัตกรรมด้วยกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยี Smart Micro Filter ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของน้ำดื่มสิงห์สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์แบคทีเรียสิ่งสกปรกที่ปะปนมากับน้ำออกไปแต่คงไว้ซึ่งแร่ธาตุตามธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งต่างจากน้ำบริสุทธิ์ที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบ Reverse Osmosis หรือ RO ที่ไม่หลงเหลือแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์

ที่ผ่านมาน้ำดื่มสิงห์เป็นสินค้าที่ได้รับรางวัลมาตรฐานระดับโลกด้านอื่นๆมาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็นรางวัลคุณภาพความสะอาดได้แก่ GMP, HACCP, ISO2200, ISO9001, ISO14001, NSF International จากสหรัฐอเมริกา, อย. และฮาลาลซึ่งทำให้แบรนด์น้ำดื่มสิงห์เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคมาตลอดในครั้งนี้จึงถือเป็นการนำเสนอนวัตกรรมการผลิตที่ไม่เพียงจะเข้ามาช่วยในเรื่องของการสร้างความแตกต่างให้กับตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้นแต่ยังเป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับตลาดที่ยังไม่เคยมีใครหยิบเอาเรื่องนี้มาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำตลาด

การสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆให้กับตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดของสิงห์นั้นไม่ได้อยู่แค่เรื่องของผลิตภัณฑ์ในแง่ของการตลาดก็มีออกมาไม่แพ้กันอย่างการทำดิจิทัลซีอาร์เอ็มผ่านแคมเปญ “SINGHA REWARDS” ซึ่งเป็นการจับมือร่วมกับพันธมิตรอย่างไลน์ในการทำลอยัลตี้โปรแกรมร่วมกัน

กลยุทธ์ดังกล่าวนี้เป็นการสร้างความสัมพันธที่ดีกับลูกค้า (CRM) จัดโปรโมชั่นสะสมแต้มแลกของรางวัลต่างๆ (Loyalty Program) และการชิงโชคไว้ด้วยกันซึ่งนับเป็นการสร้างปรากฏการณ์ทางการตลาดที่แตกต่างให้กับตลาดน้ำดื่มได้อย่างมีสีสัน

ที่สำคัญยังกลายเป็นต้นแบบให้น้ำดื่มแบรนด์อื่นๆหันมาทำการตลาดในลักษณะที่ใกล้เคียงกันซึ่งแน่นอนว่าการเป็นรายแรกที่นำกลยุทธ์ในรูปแบบนี้มาใช้ได้เข้ามาช่วยสะท้อนให้ภาพของความเป็นผู้นำในตลาดน้ำดื่มของสิงห์มีความโดดเด่นมากขึ้น

นวัตกรรมเพื่อสังคม

การเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการก้าวเข้าไปเป็นแบรนด์ยอดนิยมในใจของผู้บริโภคได้นั้นแน่นอนว่านอกจากตัวสินค้าจะต้องดีแล้วแบรนด์เองจะต้องบอกถึงเป้าประสงค์ของตัวเองอย่างชัดเจนว่าแบรนด์ๆนี้เกิดมาโดยมีเป้าประสงค์ในการเข้าไปช่วยผู้บริโภคของตัวเองหรือทำความดีให้กับสังคมอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ก็เพราะว่าปัจจัยในการที่จะเลือกรักหรือให้การยอมรับจากลูกค้านอกจากจะต้องเป็นมีพื้นฐานในเรื่องของการมีผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพแล้วแบรนด์ยังต้องตอบโจทย์ในเรื่องของการช่วยเหลือสังคมหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้บริโภคอย่างไรบ้าง

การนำเสนอนวัตกรรมของสิงห์จึงมาแบบรอบด้านทั้งในแง่ของตัวผลิตภัณฑ์การตลาดไม่เว้นแม้แต่เรื่องของสังคมและสิ่งแวดล้อม

อย่างการร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงาทำโครงการ “น้ำดื่มสิงห์คืนดวงใจให้แม่” คือตัวอย่างที่สะท้อนถึงเรื่องดังกล่าวนี้ได้เป็นอย่างดีโครงการนี้จะมีการผลิตน้ำดื่มสิงห์ฉลากพิเศษโดยนำภาพและข้อมูลของเด็กที่หายไปใช้เวลาตามหามานาน 6-17 ปีรวม 5 คนมาพิมพ์ลงบนฉลากน้ำดื่มสิงห์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้คนดื่มได้ “ฉุกคิด” และเห็นปัญหาเด็กหายเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องให้ความสำคัญ

ทั้งนี้ก็เพราะว่าขวดน้ำคือสิ่งที่ใช้เป็นประจำในทุกๆวันสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายที่สุดเป็นการพลิกไอเดียมุมคิดแค่นิดเดียวก็ทำให้ “ขวดน้ำ” กลายเป็น “สื่อ” ที่ทรงพลังในการช่วยตามหาเด็กหาย

น้ำดื่มสิงห์จัดพิมพ์ฉลากเด็กหายบนขวดน้ำดื่มสิงห์ขนาด 750 มล. และ 600 มล. เนื่องจากเป็นขนาดที่ผู้บริโภคนิยมดื่มเป็นจำนวนมากและพกพาสะดวกโดยเบื้องต้นผลิตกว่า 20 ล้านขวดครอบคลุมช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งร้านค้าทั่วไป (Traditional Trade) ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) รวมถึงร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศโดยจำหน่ายตลอดทั้งเดือนสิงหาคมจนถึงเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา

การทำแคมเปญของน้ำดื่มสิงห์ในรูปแบบที่ว่านี้ไม่ใช่เป็นแค่กิจกรรมเพื่อสังคมธรรมดาเพราะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของการผลิตการปรับเปลี่ยนฉลากซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นอีกเครื่องมือสำคัญในการสร้าง Brand Love ให้เกิดขึ้นเพราะคนที่ได้รับน้ำดื่มขวดนี้ไปอย่างน้อยก็ต้องมองหาว่าแบรนด์ไหนคือเจ้าของไอเดีย

ความเป็นผู้นำในตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดของสิงห์นั้นไม่ได้มองแค่เรื่องของยอดขายเท่านั้นแต่ยังเข้ามาทำหน้าที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคในวงกว้างอย่างการออกมากระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาดื่มน้ำดื่มสิงห์ที่บรรจุในขวดแก้วผ่านแคมเปญ “เกี่ยวช่วยโลก” สิงห์มีความคิดที่จะเน้นกระตุ้นให้ลูกค้าใช้ขวดแก้วให้มากขึ้นเพราะขวดแก้วมีคุณสมบัติคือสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ลดการใช้แล้วทิ้งมั่นใจได้ว่าจะก่อให้เกิดขยะน้อยที่สุด

จากเดิมที่การใช้ขวดแก้วส่วนใหญ่จะใช้กันในโรงแรมร้านอาหารการกระตุ้นเตือนในแคมเปญนี้จะช่วยทำให้สัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์ขวดแก้วของสิงห์ที่มีอยู่ 12% เพิ่มเป็น 20% ในอนาคตขณะที่ขวด PET ของน้ำดื่มสิงห์ทุกขวดบริษัทฯเลือกใช้พลาสติก PET1 ซึ่งเป็นประเภทของพลาสติกที่มีคุณภาพสูงสามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100%

ด้วยเหตุผลที่ว่าการทำธุรกิจในยุคนี้ต้องบาลานซ์ 3P เข้าด้วยกันคือ People, Planet, Profit ซึ่งองค์กรจะต้องให้ Benefit กับลูกค้าพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ในขณะเดียวกันต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมรอบข้างและตอบแทนคืนกลับสู่สังคมสิงห์ในฐานะผู้นำตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดจึงต้องออกมาทำหน้าที่ในการสร้างการตระหนักถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นกับคนไทยในวงกว้าง

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.