7,881
VIEWS

กรณีศึกษา ONICE จากผู้เล่นใหม่สู่ขวัญใจชาวโซเชียล ด้วย Creative Content

Sep 28, 2017 S.Worapol

หลายปีก่อนมีผู้เชี่ยวชาญในวงการทั้งจากสายโฆษณา การตลาด แบรนด์  ต่างออกมาพูดถึงแนวทางการสื่อสารว่า Content is King และนั่นก็เป็นจริงตามที่หลายคนแนะแนวทางไว้
 
แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ยังมีหลายคนที่ยังคงตั้งคำถามว่าคอนเทนต์ที่ดี ที่โดนใจ ทำได้อย่างไร ในขณะเดียวกันก็มีหลายแบรนด์ที่เข้าใจจนสามารถใช้เรื่องของคอนเทนต์มาเป็นอาวุธสำคัญทางการตลาด การสื่อสาร และการสร้างแบรนด์
 
เมื่อเทรนด์เป็นอย่างนั้นบทบาทของการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อตอบวัตถุประสงค์ทางการตลาดในหลายๆ ข้อ จึงไม่ได้ตกอยู่ที่ทางฝั่งของแบรนด์เพียงอย่างเดียว ทางฝั่งของเอเจนซี่เองก็ต้องใช้ความครีเอทีฟในการสร้างสรรค์ผลงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
 
อย่าง เปกาซัส ครีเอทีฟ เอเจนซี่น้องใหม่ที่วางตัวเองให้โดดเด่นในเรื่องความครีเอทีฟแต่เป็นครีเอทีฟที่อยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ครีเอทีฟที่เกิดจากเทรนด์และอินไซด์ของลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าเปกาซัส ครีเอทีฟขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่มีไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์เป็นแม่บท
และเราจะขอยกกรณีศึกษาความสำเร็จล่าสุดที่เปกาซัส ครีเอทีฟทำให้กับแบรนด์ ONICE บอกได้เลยว่าเป็นการพลิกมุมเล่นในการนำเสนอสุดเจ๋งจริงๆ เพราะ ผลิตภัณฑ์ ONICE ในช่วงแรกนั้นใช้ช่องทางโปรโมทด้วยรายการโทรทัศน์ รายการเคเบิ้ลทีวี และสปอตวิทยุเป็นหลัก ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งที่เข้าสู่การสื่อสารบนโลกออนไลน์จะทำผลงานได้ดีขนาดนี้
 
อาร์โนลด์ ผมจะกลับมา ประโยคทองติดตัวอาร์โนลด์ ไปกับหนังแทบทุกเรื่องที่เขาแสดง อีกหนึ่งคอนเซปส์เจ๋งๆ ที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย เป็นการเล่าเรื่องของเป็น อาร์โนลด์ กับคำพูด ผมจะกลับมา ในฉากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ  สุดท้ายมีจุดเชื่อมโยงกับแบรนด์และสินค้าอย่าง โอไนซ์ มิราเคิล แฮร์ เซรั่ม เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัย ไร้สารเคมี ช่วยฟื้นฟูให้ผมกลับมาอย่างมั่นใจ และเมื่อใช้คู่กับ โอไนซ์ มิราเคิล แฮร์ แชมพู ตอกย้ำประโยคในช่วงสุดท้าย “ผมจะกลับมา” ในความหมายที่แบรนด์ต้องการจะสื่อได้อย่างลงตัว
 

หรืออย่างการนำชื่อเล่นของคนดังมาเล่น ผม....ครับ สุดท้ายก็มีการเชื่อมโยงกลับไปแบรนด์เพราะมีคนดังชื่อเล่นว่า ผมน้อยครับ เมื่อผมน้อยก็ให้ใช้ Onice Miracle Hair Serum เสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพหนังศีรษะ ให้เส้นผมกลับมาเต็มอีกครั้งคราวหน้าจะได้ไม่ต้องไปคอยบอกใครเค้าว่าเรา “ผมน้อยครับ”

 

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายหลายผลงานที่สร้างสรรค์ออกมา เหตุผลที่ทำให้คอนเทนต์ต่างๆ ประสบความสำเร็จได้ก็คือการทำงานร่วมกันโดย ONICE ให้อิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้ทีมเปกาซัส ครีเอทีฟคิดงาน สร้างงานได้อย่างไม่ต้องกังวลใดๆ ซึ่งนับเป็นหัวใจของการประสบความสำเร็จอีกข้อหนึ่ง

และที่ผ่านมาเปกาซัส ครีเอทีฟก็ได้พิสูจน์ผลงานตัวเองผ่านคอนเทนต์คุณภาพให้กับลูกค้าหลายๆ แบรนด์ ยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็น่าจะเป็น ฮอทพอท โดยคุณซัง วิวัธน์ จิโรจน์กุล Creative Director  และคุณเอ็กซ์ รณกร จงรักษ์ Creative Manager ที่เข้ามาสวมบทบาทในการช่วยปั่นเรียลไทม์คอนเทนต์ คิดแคปชั่นกวนๆ รวมถึงชื่อโปรโมชั่นฮาๆ ทำให้ฮอทพอท กลายเป็นแบรนด์ที่มีเรียลไทม์ มาร์เก็ตติ้งที่เร็ว คม บนพื้นฐานของความอารมณ์ดีจนเป็นที่พูดถึงบนโลกออนไลน์

 

การผลิตคอนเทนต์แต่ละชิ้นออกมาของฮอทพอท ตอบโจทย์ในทุกมิติจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทันกระแสสังคม เรื่องเด่น เรื่องร้อน ฮอทพอท หยิบมาเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้เสมอ จนทำให้เรื่องของการรับรู้เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคเข้าใจคาแรคเตอร์ของแบรนด์ที่ต้องการจะสื่อสาร สุดท้ายก็นำมาสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในที่สุด

บทบาทหน้าที่คอนเทนต์จะค่อนข้างลึกกว่าเมื่อก่อน คือไม่ใช่เเค่การสร้าง Awareness คอนเทนต์พัฒนาขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ในมิติต่างๆ ของแบรนด์และการตลาดว่าจะเข้ามาซัพพอร์ทในเรื่องอะไร เพียงแต่โจทย์ของแบรนด์มันมีมากกว่าหนึ่ง คงไม่ใช่แค่การ ตอบโจทย์การทำตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการสร้างสรรค์ ยกระดับคอนเทนต์เพื่อให้แบรนด์สามารถเติบโตขึ้นได้อย่างแข็งแรง

 

ผลงานของเปกาซัส ครีเอทีฟกับลูกค้าแบรนด์ต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาเข้าใจธรรมชาติของสื่อ และรูปแบบการนำเสนอคอนเทนต์เป็นอย่างดี เพราะในยุคนี้แบรนด์จะเติบโตอย่างแข็งแรงได้นั้นก็ต้องอาศัยความเข้าใจในหลายๆ เรื่องและทำมันไปพร้อมๆ กัน เรื่องของคอนเทนต์ก็เช่นกัน อย่าลืมว่า Content is King นะครับ

 

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.