บีจีซี รุกทุกทางเดินหน้าสู่ Total Packaging Solutions ควบคู่ลงทุนธุรกิจพลังงาน

Mar 11, 2020 -None-

แม้บีจีซีจะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในตลาดบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วด้วยสัดส่วน Capacity Share 40% ของกำลังผลิตโดยรวมทั้งประเทศมูลค่า 2.5 ล้านตัน แต่เพื่อเป็นการปรับตัวรับแนวโน้มบรรจุภัณฑ์ ปีนี้จึงวางแผนกลยุทธ์เชิงรุก มุ่งสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร หรือ Total Packaging Solutions อย่างเต็มตัวเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง พร้อมกับการลงทุนเพิ่มในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนต่อเนื่อง เพิ่มโอกาสเติบโต และสร้างรายได้ระยะยาว

ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจีซี (BGC) เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่บริษัทมียอดขายเติบโต 8% คิดเป็น 11,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากการเพิ่มกำลังการผลิตจากการเปิดโรงงานผลิตขวดแก้วในจังหวัดราชบุรี และความสามารถในการขยายตลาดไปต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นอานิสงส์จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ที่สำคัญในปีที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเข้าไปควบรวมกิจการโครง การโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามรวม 2 โครงการ คือ โครงการ Xuan Tho 1 และโครงการ Xuan Tho 2 ซึ่งเป็นโครงการที่เริ่มมีการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้วทั้ง 2 โครงการ

และในปีนี้บริษัทมีแผนปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจใหม่จากเดิมที่เน้นบรรจุภัณฑ์แก้วเพียงอย่างเดียว ด้วยการมุ่งสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อกลางปีที่แล้วบริษัทฯ ได้เริ่มนำบรรจุภัณฑ์อื่นๆ เข้าไปนำเสนอแก่ลูกค้านอกเหนือจากบรรจุภัณฑ์แก้วที่ผลิต เช่น ฝาขวด กล่องกระดาษ ฉลากสินค้า เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย รวมถึงช่วยในการบริหารจัดการต้นทุนให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอน Due Diligence กับกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในประเทศไทยจำนวน 2-3 ราย เพื่อทำให้เกิดความครบวงจรในการผลิตสินค้าและการบริการ สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

“ปีนี้คาดว่ารายได้รวมบริษัทฯ จะเติบโต 5-10% หรือมูลค่ารวมประมาณ 13,000 ล้านบาท สัดส่วนการเติบโตมาจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ 95% และธุรกิจพลังงาน 5% โดยในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ จะเน้นขยายตลาดในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม ซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ทำให้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีโอกาสเติบโต อีกทั้งในตลาดยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ประเทศเหล่านี้มีความตื่นตัวในการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ทำให้ซัพพลายในประเทศไม่เพียงพอ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่บริษัทฯ จะเข้าไปเจาะตลาดในกลุ่มนี้”

จากกลยุทธ์ดังกล่าว ทำให้ บีจีซี ให้ความสำคัญในเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุน ควบคู่กับการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในทุกกระบวนการ รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยได้เตรียมงบประมาณ 400 – 500 ล้านบาทในแต่ละปี  เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ และลดต้นทุนในการผลิต โดยการจัดหาเครื่องจักรที่มีคุณภาพสูง และปรับปรุงกระบวนการผลิตเดิม โดยการติดเซ็นเซอร์ในจุดต่างๆ เพื่อรายงานสถานภาพการผลิตแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดจากการผลิต รวมทั้งยังสามารถเก็บข้อมูลการผลิตในทุกจุดอย่างละเอียด เพื่อจัดทำฐานข้อมูลในการนำไปวิเคราะห์ด้วยระบบ AI และนำผลไปปรับปรุงระบบการผลิตต่อไป ซึ่งเป็นการยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยในปัจจุบันบริษัท ใช้กำลังการผลิตเกือบ 100% และได้มีการปรับปรุงระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น

ในขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนที่จะลงทุนธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีความสนใจลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนรูปแบบต่างๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นต้น โดยตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 300 – 400 เมกะวัตต์ภายใน 4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตรวม 120 เมกะวัตต์ มาจากโครงการภายในประเทศ และอีก 2 แห่งในประเทศเวียดนาม และเมื่อถึงเวลานั้นจะทำให้สัดส่วนจากธุรกิจพลังงานเพิ่มขึ้นเป็น 10-15% จากรายได้รวม

“ปีนี้เราวางงบลงทุนในการทำ M&A ไว้ที่ 500-2,000 ล้านบาท ซึ่งในธุรกิจพลังงานจะเป็นไปในลักษณะของ M&A เช่นเดียวกัน ตอนนี้เรากำลังทำ Due Diligence กับโรงไฟฟ้าพลังงานเวียน 2-3 รายในต่างประเทศ”

สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 นั้น ศิลปรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เนื่องจากยอดขายไตรมาส 1 ยังเป็นไปตามเป้าที่วางไว้เช่นเดียวกับไตรมาส 2 ที่ยังไม่มีสัญญาณว่าออเดอร์จะลดลง

“ส่วนหนึ่งมาจากซัพพลายเออร์ที่เคยสั่งจากประเทศจีนที่ไม่สามารถสั่งได้หลังจากจีนปิดประเทศ เลยหันมาเป็นลูกค้าบีจีซี ทำให้มีออเดอร์มาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันสถานการณ์ราคาน้ำมันร่วงลง 30% จากการที่ซาอุดีอาระเบียยกเลิกข้อตกลงการคุมกำลังการผลิตน้ำมันกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และรัสเซีย ยังส่งผลดีต่อเรา เพราะน้ำมันเป็นต้นทุน 25% ของการผลิตขวดแก้ว เมื่อน้ำมันถูกลงจะทำให้เราควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลให้เรามีกำไรในปีนี้มากขึ้น”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp