‘From MASS to ME’ กับกลยุทธ์การตลาดแบบ‘รู้ใจ’เพราะ ‘ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่เหมือนกัน’ กับวัตสัน

Mar 06, 2020 -None-

ปัจจุบัน ทุกช่องทางของการสื่อสารมีคอนเทนต์ที่แต่ละแบรนด์ส่งออกมามากมายจนล้นตลาด จนกลายเป็น ‘มหาสมุทรแห่งคอนเทนต์’ ที่ผู้บริโภคต้องแหวกว่ายในการเสิร์ชหาเพื่อแชร์ เพื่อไลค์เป็นยุคทองของข้อมูลที่มีคอนเทนต์ให้เสพมากเกินกว่าที่จะเสพได้ บวกกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ คือ มีความต้องการสินค้าและบริการที่รวดเร็วทันใจ“ในเมื่อมีแต่คอนเทนต์ที่ไม่ใช่ ดังนั้นชั้นก็จะไม่ทน”จึงเป็นธรรมดาที่ผู้บริโภค ‘เลือก’ ที่จะเสพคอนเทนต์มากขึ้น

ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเติมเต็มวิถีชีวิตของผู้บริโภคให้สะดวกสบาย และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายๆ ดังนั้น ‘แบรนด์’ต้องเลิกทำคอนเทนต์แบบ ‘One-size-fits-all’ และหันมาทำคอนเทนต์ที่ ‘ใช่’ ไม่ใช่ คอนเทนต์ที่‘แมส’อีกต่อไปต้องปรับกลยุทธ์จาก ‘Mass’ Marketing สู่ ‘ME’ Marketingการตลาดแบบ‘Personalized Marketing หรือปรับให้เฉพาะคน’เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าแต่ละคนมากที่สุด ซึ่งจากแนวโน้มการทำตลาดแบบ ME ส่งผลให้วัตสัน ปรับกลยุทธ์เพื่อเดินเกมโปรโมชั่นแรงประจำปี #ชิ้นที่สอง1บาทผ่านการสื่อสารด้วยภาษา4 ภาคกับโปรเด็ดโดนใจที่ร้านวัตสันกว่า 560 สาขาทั่วไประเทศและตลอด 24 ชั่วโมงผ่านวัตสันออนไลน์ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายทุก Touch Point เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น

 

1. ‘ชม-ผ่อ-แล-เบิ่ง’ วิดีโอคอนเทนต์ที่ช่วยสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น

เพื่อสร้างความตื่นเต้น และกระตุ้นให้เกิดความสนใจในกลุ่มเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา การจัดกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบ Out-of-the-boxthinker หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดสู่ความแปลกใหม่ จึงเป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้เกิดวิดีโอคอนเทนต์ ‘ชม-ผ่อ-แล-เบิ่ง’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกใช้ ‘ภาษาประจำภาค’ มาเป็นองค์ประกอบหลักในการสื่อสารนั้น ยิ่งทำให้แบรนด์มี ‘Human Touch’
มีความใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมาย เป็น Personalized Marketing ที่ทำการตลาดแบบรู้ใจลูกค้า และสร้างการรับรู้ให้กับ #ชิ้นที่สอง1บาทโปรโมชั่นแคมเปญที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

2. “แปลกแต่ไม่เกรียน… แตกต่างแบบสร้างสรรค์” ตอบโจทย์ Me Marketing ที่วันนี้ไม่ขอความ MASS

ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้นผู้บริโภคจะไม่ใด้ใช้เหตุผลเพียงอย่างเดียวในการซื้อสินค้าหรือบริการ แต่ใช้ ‘อารมณ์’ ในการตัดสินใจซื้อสินค้าด้วย ผู้บริโภคจึงมองหาแบรนด์ที่เป็นเหมือนเพื่อน สื่อสารภาษาเดียวกัน คิดอะไรเหมือนกัน ดังนั้น แบรนด์ต้องหา Insight เพื่อให้การสื่อสารตอบโจทย์ได้ตรงจุดและสอดคล้องกับพฤติกรรมการเลือกใช้สื่อของผู้บริโภค และหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น ‘กำลังซื้อสำคัญ’ คือกลุ่ม Millennials ซึ่งให้ความสำคัญต่อ‘การสื่อสารแบบเฉพาะเจาะจง’ เนื้อหาคอนเทนต์มีความแปลกแต่ยังคงไว้ซึ่งความสร้างสรรค์ แสดงออกถึงความ ‘นอกกระแสนิดๆ’ แต่ต้องไม่เกรียนจนหลุด norm หรือกรอบของสังคมซึ่งแคมเปญ#ชิ้นที่สอง1บาทได้ ‘Tailor-made’ ทั้งการทำวิดีโอคอนเทนต์ออกเป็น 4 ภาษาประจำภาคและการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นและมีฐานผู้ติดตามที่มาจากคนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสื่อสารได้อย่างมีอรรถรส อาทิ

ภาคกลาง– เม้ามอยชวนช้อปจากเพจ จือปาก

ภาคเหนือ - เน็ตไอดอลสายฮา “โอ๋ริณี” จากเพจ4แสนมิติ

ภาคอิสาน– บล็อกเกอร์สาวสำเนียงอิสานจากเพจNuttyploy

ภาคใต้ –แหลงใต้กันไฟแล่บกับบล็อกเกอร์หน้าหวาน wonderpeach

 

3. หลายแพลตฟอร์ม หลากแอพพลิเคชั่น ตอบไลฟ์สไตล์การเสพสื่อของผู้บริโภค

ด้วยพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้นการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะเพื่อพลิกโจทย์จาก Mass มาสู่ Me นั้น จึงไม่สามารถพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียวได้อีกต่อไป เพราะแต่ละแพลตฟอร์มต่างก็มีวัตถุประสงค์ในการสื่อสารที่แตกต่างกัน โดยในแคมเปญ#ชิ้นที่สอง1บาทสำหรับ Instagram ได้มีการสร้าง  Engagement  กับกลุ่มเป้าหมาย ผ่าน IG Storyโดย Customize filter ให้ตอบโจทย์คาแรคเตอร์ของลูกค้าที่แบ่งออกเป็นสายช้อปประเภทต่างๆพร้อมด้วยทางแบรนด์มีทวิตเตอร์เพื่อใช้ในการสร้างกระแสผ่าน #ชิ้นที่สอง1บาท #ไปที่สวยที่สวยEmoji และ Spotlight ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ของ Twitter

 

นวลพรรณ ชัยนาม Customer Director วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “เมื่อการตลาดแบบ Mass มีความน่าสนใจน้อยลง เพราะผู้บริโภคในวันนี้มีคอนเทนต์ให้เลือกเสพอย่างล้นหลาม ผู้บริโภคเลือกที่จะรับข้อมมูล หรือมองข้ามในสิ่งที่ไม่สนใจการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียของวัตสันจึงต้องปรับกลยุทธ์จาก Mass Marketing สู่ Me Marketingโดยเน้นเรื่องPersonalizationคือการผสมผสาน 3 ส่วนหลักอย่าง CRM Promotion และ Communication เพื่อให้ลูกค้าเกิด  experience ที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง #ชิ้นที่สอง 1 บาท ซึ่งเป็นโปรโมชั่นแคมเปญที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ไปแล้วนั้น เราได้นำ Insightมาใช้ เพื่อฉีกกฎการสื่อสารจากรูปแบบเดิมๆ ของการทำแคมเปญโดยภาพรวมของการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียในครั้งนี้ทางแบรนด์อยากสร้างความตื่นเต้นและสนุกสนานมากกว่าเดิมเราตั้งเป้าให้แบรนด์ได้ Engage กับลูกค้าในระดับที่ลึกซึ้งมากขึ้นมีความรู้สึกร่วมและสนุกกับการซื้อของที่ร้านวัตสันเราคาดว่าจากกิจกรรมทั้งหมดนี้จะส่งผลให้แบรนด์วัตสันเป็นที่จดจำสร้างความประทับใจให้ลูกค้าแต่ละคนมากที่สุดและการได้เห็นรอยยิ้มลูกค้าคือเป้าหมายสูงสุดของเรา” 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.