3,037
VIEWS

ACER “Market Segmentation คือ ประตูสู่ความสำเร็จ”

Mar 03, 2020 -None-

10 ครั้งพอดิบพอดีกับตำแหน่งแชมป์อันดับ 1 ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์พกพาที่น่าเชื่อถือที่สุด จากผลสำรวจ Thailand’s Most Admired Brand 2020 ตอกย้ำภาพความสำเร็จ ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมไอทีที่ยังคงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นและความแข็งแกร่ง ด้วยจุดแข็งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ

คุณนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด มองว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้เอเซอร์กลายเป็นแบรนด์ในดวงใจที่ผู้บริโภคทั่วประเทศต่างให้ความเชื่อถือ มีอยู่ 2 ข้อใหญ่ๆ ด้วยกันนั่นก็คือ...

1. การสร้างความเชื่อมั่น

ความเชื่อมั่นในที่นี้ ก็คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งคู่ค้าและลูกค้าซึ่งล้วนได้มาจากสินค้าที่ครบครันผสานเข้ากับการบริการด้วยความใส่ใจ ห่วงใยและอยู่เคียงข้าง

เอเซอร์เป็นหนึ่งในแบรนด์คอมพิวเตอร์พกพาเพียงไม่กี่แบรนด์ที่มีการจัดตั้งศูนย์บริการแบบอินเฮ้าส์ ดูแลให้คำปรึกษา ตลอดจนให้บริการด้านอะไหล่และงานซ่อมด้วยตัวเองโดยไม่ผ่าน Outsource หรือบริษัทรับซ่อมอื่นๆ ทั้งยังมีระบบการจัดการด้านการสต๊อกสินค้าและอะไหล่อย่างเพียงพอ ขนาดที่รับประกันได้ว่าลูกค้ากว่า 90% จะไม่ต้องรอนาน สามารถรับเครื่องซ่อมกลับได้ทันที

ไม่เพียงเท่านั้น ในกรณีที่ไม่มีอะไหล่สำรอง ทางศูนย์เอเซอร์ยังมีเครื่องสำรองให้ผู้บริโภคได้ใช้ระหว่างรอด้วยเช่นกัน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในแบรนด์เอเซอร์มาอย่างยาวนาน

“สมัยก่อน คนมักมองว่าคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องยุ่งยาก ซับซ้อน เอเซอร์เองนับเป็นรายแรกที่เปิดศูนย์บริการด้วยการบริหารจัดการเอง ซ่อมเอง ทำเอง ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจ นั่นคือพื้นฐานโครงสร้างสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกได้ว่าเราอยู่ข้างๆ เขาเสมอและจะคอยแก้ปัญหาให้เขาตลอด”

2. การสร้างแบรนด์สินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานแบบเฉพาะกลุ่ม

คุณนิธิพัทธ์ กล่าวว่า ความท้าทายในด้านการแข่งขันของตลาดไอทียุคปัจจุบัน ไม่ได้มีแต่เรื่องของคุณภาพของสินค้าและบริการเท่านั้นเนื่องจากปัจจุบันผู้เข้าแข่งขันแทบทุกรายมีเทคโนโลยีไม่แตกต่างกันสิ่งสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นและครองใจลูกค้าได้อีกทาง ก็คือการสร้างแบรนด์และสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างเจาะจงหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “การทำตลาดแบบ Niche Market”

อย่างที่เราทราบดี แม้ว่าเอเซอร์จะเป็นแบรนด์ที่ทุกคนเชื่อมั่นมากที่สุดอยู่แล้วก็ตาม แต่ภาพของเอเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ด้วยตัวแบรนด์ไม่ได้สะท้อนถึงตัวตนของผู้ใช้งาน ทำให้เอเซอร์ต้องสร้างสรรค์สินค้าในแบรนด์ใหม่ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น

“สิ่งที่เอเซอร์พยายามทำมากขึ้น ก็คือ การสร้างแบรนด์ใหม่ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้แบรนด์เอเซอร์อีกต่อไป เพื่อตอบโจทย์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพราะเราต่างรู้ดีว่าการสร้างความเชื่อใหม่ล้วนง่ายกว่าการปรับความเชื่อเดิม”

เอเซอร์ได้เซ็กเม้นต์ผู้บริโภคออกเป็นกลุ่มย่อยๆ เจาะกลุ่มตลาดที่เป็น Niche Market มากขึ้น ทั้งยังให้ความสำคัญกับไมโครเทรนด์และพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค สร้างสรรค์สินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค แตกแยกย่อยแบรนด์ลูกออกมาอีกหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Predator คอมพิวเตอร์พกพาสำหรับคอเกม, Concept D คอมพิวเตอร์พกพาสมรรถนะสูง คุณภาพความละเอียดจอ แสง สี ภาพ ระดับโปรสำหรับกลุ่มครีเอเตอร์ รวมไปถึงคอมพิวเตอร์พกพาประเภททนทานสูง สำหรับกลุ่มวิศวกร และคอมพิวเตอร์พกพาประเภทบางเบาสำหรับกลุ่มผู้หญิงและคนทำงานทั่วไป

“เราพบว่า คอมพิวเตอร์ในตลาดไม่ได้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม บางคนซื้อคอมสเปกเกมเพื่อไปใช้ในการทำแอนิเมชั่น บางคนซื้อคอมธรรมดาแต่อาจต้องใช้งานในพื้นที่ร้อนจัด ซึ่งส่งผลให้เครื่องร้อนง่าย ไม่ทนทานตามมา สิ่งเหล่านั้นสะท้อนภาพให้เราเห็นว่า การสร้างสรรค์สินค้าเพื่อมาตอบโจทย์ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มจริงๆ เป็นเรื่องสำคัญ”

ในด้านสื่อสารการตลาดเอง ก็นับเป็นอีกสิ่งสำคัญที่สร้างความสำเร็จให้กับเอเซอร์ไม่แพ้กัน

คุณนิธิพัทธ์ บอกกับเราว่า แม้ในอดีตจะมีผู้เล่นหลายรายทำคอมพิวเตอร์พกพารูปแบบบางเบามาตอบโจทย์ตลาดแล้วก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าจะเบาจนพกพาได้อย่างสะดวกจริงๆ เมื่อปัจจุบันเอเซอร์สามารถผลิตสินค้าประเภทนี้ออกมาตอบโจทย์ตลาดได้แล้ว ข้อสำคัญอย่างหนึ่งคือ จะต้องสื่อสารให้แตกต่างไปจากวิธีการนำเสนอสินค้าแบบเดิมๆ

การเอาเครื่องมาวาง ถ่ายคลิปแล้วหมุนไปหมุนมา อาจตอบโจทย์ในเรื่องของความบางได้ แต่ก็ใช่ว่าผู้บริโภคจะรับรู้ถึงความบางเบาได้จริง ดังนั้นความยากจึงตกไปอยู่ที่วิธีการสื่อสารที่จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อ ตั้งแต่ในออนไลน์มาสู่ออฟไลน์ จึงดึงดูดให้ผู้บริโภคได้มาลองใช้และสัมผัสกับของจริงได้

“เอเซอร์ได้ทำคลิปวิดีโอตัวหนึ่งที่พยายามสื่อสารให้ผู้บริโภคเห็นภาพ เราเลือกที่จะใช้กระดาษ A4 มาม้วนติดคลิปหนีบกระดาษไว้และ เราเอาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาตั้งลงบนกระดาษม้วนซึ่งก็ตอบโจทย์ทำให้คนเห็นภาพแม้อยู่ในออนไลน์แนวคิดนี้ถูกเอามาสื่อสารต่อผ่านทางอินฟลูเอนเซอร์ที่เราเลือกและถูกนำมาเป็นโมเดลที่ใช้ในออฟไลน์ทั้งหน้าร้าน ศูนย์บริการและบูธสินค้าต่างๆ”

ในปีที่ผ่านมา เราจึงได้เห็น Video Present Acer Swift 5 จากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ด้านไอที ตลอดจนพนักงานในหน้าร้านและศูนย์บริการที่พากันนำเสนอความบางเบาของคอมพิวเตอร์พกพารุ่นนี้กันอย่างหนาตา

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งแคมเปญการสื่อสารที่สร้างเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้กัน นั่นก็คือ การจัด Thailand Predator League ทัวร์นาเม้นต์อีสปอร์ตระดับเอเชีย ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ Predator และเอเซอร์ไม่น้อยเลยทีเดียว

ไม่เพียงเท่านั้น หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า เอเซอร์ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมอยู่ไม่น้อย แม้ว่าแบรนด์จะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงก็ตาม โดยในที่ผ่านมา เอเซอร์มีนโยบายใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติกในการส่งมอบของให้กับผู้ค้า ซึ่งในปีนี้ เอเซอร์ก็มีแผนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมเข้มข้นมากขึ้น ด้วยการจัดตั้งจุดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี

“สิ่งที่เราเจอ คือ คนไม่รู้วิธีกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้อง เราเองในฐานะที่เป็นอันดับ 1 ด้านผู้ขายสินค้าไอทีซึ่งมีความพร้อมทั้งในด้าน Know How และ Supplier เราจึงมองว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราต้องมาทำตรงนี้อย่างจริงจัง ในปีนี้เราจะใช้ศูนย์บริการของเราเพื่อเป็นจุดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ แล้วไปกำจัดอย่างถูกวิธี”คุณนิธิพัทธ์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า แบรนด์เอเซอร์จะยังคงรักษามาตรฐานทั้งในด้านการผลิตสินค้าคุณภาพอย่างมีนวัตกรรม ตอบโจทย์การใช้งานของคนแต่ละกลุ่มอย่างตรงจุด ตลอดจนรักษามาตรฐานด้านการบริการ เคียงข้างผู้บริโภคอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาสินค้าดีๆ ให้กับผู้บริโภคต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.