มายด์แชร์ประเมินผลกระทบไวรัสโคโรนาต่อธุรกิจสื่อ

Feb 12, 2020 S.Worapol

เพียงแค่เดือนแรกของปี 2020 ก็มีสถานการณ์และเหตุการณ์ระดับโลกเกิดขึ้นมากมาย เริ่มตั้งแต่เหตุการณ์ไฟไหม้ป่าในประเทศออสเตรเลีย การปะทุของภูเขาไฟในประเทศฟิลิปปินส์ เหตุเครื่องบินตกในประเทศอิหร่าน การจากไปของตำนานแห่งวงการบาสเกตบอล ความขัดแย้งระหว่างประเทศอิหร่านและสหรัฐฯ และล่าสุดคือการมาเยือนสุดระทึกโลกของไวรัสโคโรนาที่เริ่มแพร่กระจายมาตั้งแต่สิ้นปี ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ยังคงคุกรุ่นจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

การระบาดของไวรัสโคโรนานั้นเริ่มต้นมาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในขณะนี้ ประเทศอื่น ๆ ทั้งในแถบเอเชีย - แปซิฟิก รวมถึงทั่วโลกล้วนแต่ได้รับผลกระทบเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเห็นได้จากการที่ภาครัฐของแต่ละประเทศได้เร่งออกนโยบายเพื่อรับมือกับสถานการณ์ตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ มายด์แชร์ ได้ติดตามสถานการณ์และข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่านเครือข่ายและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะสามารถให้คำแนะนำและมุมมองต่าง ๆ ต่อการวางแผนการสื่อสารและการตลาดแก่ลูกค้าของเราได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

สถานการณ์ปัจจุบัน

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มีนโยบายห้ามนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเดินทางเข้าราชอาณาจักร แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงในช่วงนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินการคาดเดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนชาวจีนหลังพบว่ามีการเลื่อนเที่ยวบินในทุกวัตถุประสงค์ ทั้งเพื่อธุรกิจและท่องเที่ยว

  • โดยเหตุการณ์นี้จะมีผลต่อเนื่องตลอดไตรมาสแรก และส่งผลกระทบโดยตรงกับร้านค้า รวมทั้งสื่อโฆษณาในสนามบิน ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจการท่องเที่ยว
  • จากการสำรวจพบว่างานอีเวนต์ที่วางแผนจัดในช่วงเดือนมกราคมจนถึงมีนาคม โดยส่วนมากได้ถูกเลื่อนไปจัดในช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป
  • สินค้าเพื่อสุขภาพต่าง ๆ เริ่มมีแนวโน้มขาดตลาดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าคนไทยเริ่มมีความตื่นตัวและให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5
  • สินค้าจากการซื้อผ่านอีคอมเมิร์ซจากประเทศจีนเริ่มมีการค้างจัดส่งและเกิดความล่าช้า คาดว่าจะใช้เวลาในการส่งถึงมือผู้รับประมาณ 1 เดือนเป็นอย่างน้อย

แนวทางปฏิบัติ

ช่วงนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของแบรนด์ในกลุ่มธุรกิจสุขภาพและการให้บริการที่จะลงมือทำการตลาดด้วยความจริงใจและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ โดยสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพอย่าง โรงพยาบาล สินค้าเภสัชกรรม บริการประกันสุขภาพ รวมไปถึงสินค้าเกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัย จะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก จากการตื่นตัวของผู้บริโภคที่ต้องการความปลอดภัยจากโรคร้ายและมีสุขอนามัยที่ดี

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือผลิตภัณฑ์สบู่ แบรนด์ Lifebuoy จากอินเดีย ที่ให้ความสำคัญในการสื่อสารแนวทางปฏิบัติเพื่อสุขอนามัย เพื่อให้ปลอดภัยจากไวรัสโคโรนา

ความตื่นตัวทางด้านความปลอดภัยในสุขภาพและอนามัยทำให้เริ่มเกิดพฤติกรรมที่ผู้บริโภคใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ดังนั้นการบริโภคสื่อประเภททีวีและสื่อดิจิทัลจึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

News Programme Thailand

  • ยอดผู้ชมรายการประเภทข่าวที่เพิ่มขึ้น

  • การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้นบนสื่อดิจิทัล รวมถึงบรรดาข่าวปลอมก็มีส่วนสร้างความสับสนและตื่นตระหนกในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน
  • ที่ประเทศจีนพบว่ายอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเกี่ยวกับสุขภาพและการออกกำลังกายสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมอยู่ที่บ้านมากขึ้น รวมถึงยอดผู้เล่นเกมประเภทที่เล่นคนเดียวก็เติบโตขึ้นเช่นกัน

ถึงแม้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะเลื่อนการตัดสินใจซื้อสินค้าในบางประเภท แต่เราเชื่อว่าพฤติกรรมเหล่านี้จะอยู่ไม่นานเกิน 40 - 45 วัน ทั้งนี้การลงทุนทางด้านภาพลักษณ์ในเชิงบวกและการสร้างความน่าจดจำถือเป็นโอกาสที่น่าลงทุนสำหรับแบรนด์ เพราะถือว่าเป็นช่วงที่ผู้บริโภคมีเวลาที่จะใช้พินิจและตัดสินใจ

สำหรับงานอีเวนต์และกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ ฝ่ายจัดงานควรให้ความสำคัญกับสิ่งต่าง ๆ ดังนี้

  • ระบุรายละเอียดการตรวจวัดความปลอดภัยและสุขอนามัย อย่างชัดเจนบนหมายเชิญ
  • การปรับรูปแบบการจัดงานเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าร่วมงานผ่านเทคโนโลยี เช่น การถ่ายทอดสดงานผ่านระบบออนไลน์
  • หากมีความจำเป็น ควรเลื่อนการจัดงาน

สุดท้าย จากความล่าช้าของการขนส่งสินค้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากประเทศจีน ถือเป็นโอกาสทองของแบรนด์ในประเทศที่มีความพร้อมในการใช้อีคอมเมิร์ซและบริการจัดส่งถึงบ้านได้อย่างทันท่วงที 

Technology

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.