5,531
VIEWS

โออิชิ 2020 “ดิสรัปท์ตัวเอง” เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

Jan 24, 2020 R.Somboon

ว่ากันว่า ผู้เล่นสัญชาติไทยที่ดีเอ็นเอของแบรนด์มีความเป็นญี่ปุ่น ถือเป็น “Disruptor” ที่เข้ามาสร้างมิติใหม่ให้กับตลาดที่เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นที่โออิชิเข้ามาทลายกรอบจนสามารถขยายฐานการบริโภคอาหารญี่ปุ่นของคนไทยจาก “นิช” ที่เป็นกลุ่มบนๆ ไปสู่ตลาดแมสที่กว้างมากขึ้นด้วยกลยุทธ์การขายแบบบุฟเฟ่ต์ จนทำให้คนไทยสามารถบริโภคอาหารญี่ปุ่นในราคาไม่สูงนักเหมือนในอดีต

เช่นเดียวกับ การผลักดันให้ตลาดชาเขียว ก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องดื่ม Refreshing หรือช่วยดับกระหาย 1 ใน 3 ตลาดใหญ่ของบ้านเรารองจากน้ำอัดลม และน้ำเปล่าบรรจุดขวด

แต่ความท้าทายในการทำธุรกิจในทศวรรษที่ 3 ของผู้เล่นรายนี้น่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่เพียงแต่จะต้องแข่งขันกับคู่แข่งขันรายอื่นๆ ในตลาดเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับคลื่นดิสรัปชั่นที่เข้ามาเป็นตัวเร่งให้ต้องปรับตัวเพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

 

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า โออิชิมีการเติบโตที่ดีต่อเนื่องมาตลอด ความท้าทายจึงอยู่ที่จะทำอย่างไรให้ธุรกิจมีการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไปท่ามกลางความท้าทายของคลื่นดิสรัปชั่น ไม่ว่าจะเป็น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ผู้บริโภคให้ความสำคัญด้านสุขภาพ ความสะดวกสบาย ความพรีเมียม ทั้งยังตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงเป็นความท้าทายของ โออิชิ กรุ๊ป ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น ที่จะต้องก้าวตามให้ทัน พร้อมพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค

โออิชิ พยายามที่จะ “ดิสรัปท์ตัวเอง” ก่อนที่จะถูกดิสรัปท์ ซึ่งการดิสรัปท์ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังต้องรวมถึงการเข้าใจผู้บริโภค ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทางการตลาดที่เปลี่ยนไปอีกด้วย

“โออิชิ กรุ๊ป พร้อมพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค อาทิ การให้ความสำคัญด้านสุขภาพและสุขอนามัยของผู้บริโภค (Health & Wellness) การพัฒนาสูตรอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ขณะเดียวกัน ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อพัฒนาช่องทางการสื่อสารบริการต่างๆ ให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น”

ในปีที่ผ่านมา ผลประกอบการของโออิชิถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ มียอดขายรวม(ต.ค.61 – ก.ย.62) 13,631 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 8.2% มีกำไรรวม 1,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% แบ่งเป็น ยอดขายในส่วนของเครื่องดื่ม 6,501 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% มีกำไร 869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% ยอดขายในกลุ่มอาหาร 7,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% มีกำไล 360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.4%

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2563 นี้ มีการวางแนวทางให้ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจคือ ร้านอาหาร แพ็กเกจฟู้ด และเครื่องดื่ม มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

นงนุช บอกว่า แม้ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาจะมีออกมาแบบน่าพอใจ แต่เราก็ไม่หยุดที่จะพัฒนา และนำ เสนอสิ่งใหม่ๆ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างการเติบโตด้านยอดขาย และกำไร กุญแจสำคัญ คือ การขยายฐานลูกค้า การพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค  การขยายช่องทางจำหน่ายที่เข้าถึงลูกค้าอย่างกว้างขวาง การเพิ่มปริมาณส่งออก รวมไปถึงการบริหารที่มีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล

“อย่างการทำธุรกิจร้านอาหาร การที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องนั้น ต้องมาจากลูกค้าเดิมๆ ที่ยังคงเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่จะสร้าง Experience อย่างไรให้ประทับใจเขา โดยเราต้องไม่ตกขบวนหรือโดนดิสรัปท์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ขณะที่หากต้องการลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น จำเป็นที่จะต้องมีแบรนด์หรือร้านอาหารรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาเพื่อตอบโจทย์ในส่วนที่แบรนด์เดิมยังเข้าไปไม่ถึง เช่นเดียวกับตลาดเครื่องดื่ม การเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องขยายฐานเข้าไปในตลาดใหม่ๆ อย่างการส่งออก ส่วนตลาดในประเทศ นอกจากการดึงคนดื่มกลุ่มใหม่ๆ แล้ว ยังมีเรื่องของการเติบโตจากการกินแชร์ของคู่แข่งขัน นวัต กรรมทั้งในแง่ของโปรดักต์และการตลาด จึงเป็นหัวใจสำคัญ”

 

เดินหน้าขยายฐานตลาดเครื่องดื่ม

เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกลยุทธ์สู่ความเป็นที่ 1 อย่างยั่งยืนว่า โออิชิในฐานะผู้นำตลาดยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ในการกระตุ้นการบริโภคด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ไล่ตั้งแต่ การขยายฐานผู้ดื่ม โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างฐานผู้บริโภคใหม่เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น ด้วยการใช้แพลต ฟอร์มเกมผ่านแคมเปญ OISHI x ROV ซึ่งได้ทำให้ฐานผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในช่วงอายุ13-24 ปี เพิ่มขึ้น การขยายฐานพรีเมียมตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ และผู้บริโภคที่เล็งเห็นความสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าจากธรรมชาติพร้อมยอมจ่ายเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด โออิชิ กรีนที จึงเดินหน้าขยายตลาดชาพร้อมดื่มพรีเมียม ส่งหนึ่งในที่สุดของชาเขียวระดับพรีเมียม ดีต่อสุขภาพ โออิชิ โกลด์ เกียวคุโระ ชาเขียวที่ได้รับการยกย่องจากชาวญี่ปุ่นว่าเป็นหนึ่งในชาที่หายาก และให้รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ทำจากยอดอ่อนใบชาแท้นำเข้าจากไร่ชารางวัลจักรพรรดิ ประเทศญี่ปุ่น  สุดท้าย การขยายตลาดส่งออก จากเดิมส่งออกเพียง 13 ประเทศ ปัจจุบันสามารถขยายการส่งออกได้ถึง 33 ประเทศทั่วโลก ซึ่งขับเคลื่อนด้วยแผนการขยายตลาดมุ่งสู่ผู้นำระดับโลก

“ตลาดส่งออกเรามีการเติบโตค่อนข้างดี โดยสัดส่วนของยอดขายจากการส่งออกเพิ่มขึ้นจากไม่กี่เปอร์เซ็นต์เป็น 25% ซึ่งเราจะผลักดันให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างความแข็งแกร่งในตลาดหลักคือกัมพูชาและลาว การสร้างความเป็นผู้นำในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและขายในระดับภูมิภาค และสร้างความพร้อมของบุคลากรในการทำงานในต่างประเทศ”

 

ธุรกิจอาหาร

เติบโตด้วยการสร้างโอกาสใหม่ๆ

ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในธุรกิจร้านอาหารของโออิชิ จะดำเนินการภายใต้ 4 กลยุทธ์หลักเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตให้ธุรกิจ ประกอบด้วย

1.Growth Engine : สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ผ่านการดำเนินงานเชิงรุกอย่างรอบด้าน ได้แก่ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเมนูใหม่ ๆ การสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่เหมาะสม น่าสนใจ และการขยายสาขาต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงและขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ (เพิ่มเติมจากการสั่งซื้อผ่านทางโทร. 1773)  ผ่านแพลตฟอร์มของตัวเอง ซึ่งได้แก่ โออิชิดิลิเวอรี่ดอทคอม (www.oishidelivery.com) ควบคู่ไปกับการประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการสั่งอาหารแบบออนดีมานด์บนแอพพลิเคชั่นชั้นนำของไทยอย่าง แกร็บฟู้ด (GrabFood) ไลน์แมน (LINE MAN) และฟู้ดแพนด้า (foodpanda)

2.Re-engineering Brand’s Business Model : ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ ให้มีความทันสมัยตามเทรนด์ของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น นำเสนอรูปแบบโมเดลธุรกิจใหม่ !!! ชาบูชิ “บริการ 24 ชั่วโมง” รับวิถีคนเมือง “สังคมคนนอนดึก” (Sleepless Society) ที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ

3.Reinvented Customers Experience : สร้างคุณค่าตราสินค้า ผ่านสินค้าและบริการ เพื่อมอบประสบการณ์แปลกใหม่ น่าประทับใจ แก่ผู้บริโภค

4.Spin-off Brands : พัฒนาและเปิดตัวแบรนด์ใหม่ เสิร์มแกร่งพอร์ต ทั้งร้านอาหารและร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ได้แก่ โฮว ยู (HOU YUU), ซากาเอะ (SAKAE) จับกลุ่มลูกค้าระดับบน และ โอโยกิ (OYOKI) ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ อร่อยเข้มข้นระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านขนมหวานแบรนด์แรกของโออิชิ โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการสาขาแรก ณ อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ (ชั้น B) เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีพร้อมเดินหน้าขยายสาขาที่ 2 ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์   เร็ว ๆ นี้

 

ด้าน เมขลา เนติโพธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหารสำเร็จรูป บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมทาน โออิชิ อีทโตะ (OISHI EATO) ว่า “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอาหารอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง พร้อมทาน ได้เข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของคนในชุมชนเมืองมากขึ้น เนื่องจากสินค้าในกลุ่มนี้มีคุณภาพ มีความสะดวกในการบริโภค และมีความหลากหลายของประเภทอาหาร เราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้าง จึงมีแผนรองรับการขยายตัวของตลาด ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ไล่ตั้งแต่

1. Brand Building & Communication สร้างตราสินค้า โออิชิ อีทโตะ (OISHI EATO) ให้แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมสร้างภาพลักษณ์ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมทานสไตล์ญี่ปุ่น

2. Innovation พัฒนาและสร้างสรรค์สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและโดดเด่น ทั้งรูปแบบ รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ และหีบห่อ/บรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย

3. Channel & Market Expansion สร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายหลักอย่างร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังกลุ่มฟู้ด เซอร์วิส ด้วยการซินเนอร์ยี่ระหว่างพันธมิตรกลุ่มธุรกิจในเครือไทยเบฟ รวมทั้งขยายสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้นทั้งอาเซียนและสหภาพยุโรป

การเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจนี้ ส่วนหนึ่งจะเป็นการเพิ่มพลังในเรื่องของการ Synergy ทั้งจากธุรกิจในเครือของโออิชิ กรุ๊ป เอง และการ Synergy กับบริษัทในเครือไทยเบฟ ซึ่งได้เห็นมาแล้วจากการทำตลาดร่วมกันของชาเขียวกับแพ็กเกจฟู้ด และแพ็กเกจฟู้ดกับร้านอาหารที่มีการครีเอทสินค้าใหม่ๆ ผ่านเมนูยอดนิยมในร้านโออิชิ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ คือ แผนกลยุทธ์หลักของโออิชิ กรุ๊ป ที่จะขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย VISION 2020 พร้อมรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืน

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.