วิจัยเอคเซนเชอร์ระบุธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการปรับทิศทางและตอบรับโอกาสใหม่

Jan 23, 2020 -None-

รายงานวิจัยของเอคเซนเชอร์(NYSE: ACN) เผยข้อมูลจากการสำรวจกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 54) คาดว่าธุรกิจใหม่ ๆ จะเป็นตัวสร้างรายได้ให้บริษัทอย่างน้อยครึ่งหนึ่งในช่วง 3 ปีข้างหน้า แม้ว่าตอนนี้จะมีเพียงหนึ่งในสาม (ร้อยละ 33) ที่ระบุว่า รายได้กว่าครึ่งมาจาก
ธุรกิจใหม่ที่เริ่มต้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

รายงานของเอคเซนเชอร์เรื่อง “Make Your Wise Pivot to the New”ใช้ข้อมูลจากการสำรวจผู้บริหารระดับสูง 1,440 ราย ครอบคลุม 11 อุตสาหกรรม ใน 12 ประเทศ เผยให้เห็นว่า มีกิจการเพียงร้อยละ6 ที่ประสบความสำเร็จจากการปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการมองหาโอกาสใหม่หรือลงทุนในธุรกิจใหม่ ซึ่งเอคเซนเชอร์เรียกว่า wise pivot

หรือการปรับทิศอย่างชาญฉลาดเพื่อตอบรับโอกาสใหม่ ซึ่งบริษัทเหล่านี้ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันรายได้ร้อยละ 75ของบริษัทเป็นผลมาจากกิจกรรมการลงทุนและร่วมทุน เพื่อเจาะตลาดใหม่ที่ไม่ได้ให้ความสนใจและสำรวจ
ในช่วง 3 ปีที่แล้ว ซึ่งมีบริษัทเกือบ 2 ใน 3(ร้อยละ 64) ของกลุ่มที่จัดว่าเป็น “ผู้ชำนาญการปรับปรับทิศ” (Rotation Master) สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างน้อยร้อยละ 11 ขณะที่บริษัทกว่าครึ่ง (ร้อยละ 57) สามารถดันกำไรให้เติบโตในอัตรานี้เช่นเดียวกัน (ประเมินจากกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา หรือ EBITD)

บทวิเคราะห์ฉบับนี้ ชี้ให้เห็นว่าบริษัทที่เป็น “ผู้ชำนาญการปรับทิศ” มีการปูพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับต่อยอด
ให้การปรับทิศทางธุรกิจประสบความสำเร็จได้ในที่สุด การปูพื้นฐานต่าง ๆ นั้น สรุปได้เป็น 3 แนวทาง ดังนี้

1.บริษัทกลุ่มนี้เพิ่มความสามารถในการลงทุนได้ด้วยการฟื้นความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
เห็นได้จากร้อยละ 76 ของ “ผู้ชำนาญการปรับทิศ” ที่ระบุว่าบริษัทมีศักยภาพการลงทุนที่เพียงพอ
ต่อการปรับเปลี่ยนธุรกิจเดิมให้คงอยู่ได้ เทียบกับบริษัทอื่นโดยเฉลี่ย ร้อยละ 49 นอกจากนี้ ร้อยละ 70 ของบริษัทที่ปรับทิศได้ดี ยังมีความสามารถในการลงทุนที่เพียงพอต่อการปรับสเกลหรือขยายธุรกิจใหม่ เมื่อเทียบกับบริษัทอื่นอีกร้อยละ 46

2. บริษัทกลุ่มนี้ใช้กลยุทธ์พัฒนานวัตกรรมแบบรวมศูนย์โดย 3 ใน 4 (ร้อยละ 76) ของผู้ชำนาญ
การปรับทิศเผยว่า ได้รวมเอาทรัพยากรที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างนวัตกรรมเข้ามาอยู่ภายใต้หน่วยงานเฉพาะ เทียบกับบริษัทอื่นร้อยละ 36ที่ทำเช่นนี้ การตัดสินใจลงทุนต่าง ๆ ก็อยู่ภายใต้อาณัติของผู้บริหารชุดเดียวกัน การนำนวัตกรรมไปใช้ในเชิงพาณิชย์ จึงเกิดประโยชน์และเต็มศักยภาพมากที่สุด นอกจากนี้ เกือบ 4 ใน 5 (ร้อยละ 79) ของบริษัทกลุ่มนี้ยังระบุว่า สิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือ ความร่วมมือกับเครือข่าย 
ที่กว้างขวาง ครอบคลุมทั้งพันธมิตรและลูกค้า เพื่อส่งให้กลยุทธ์ด้านนวัตกรรมสัมฤทธิผล เทียบกับ
บริษัทอื่นราว 2 ใน 3 (ร้อยละ 66) ที่ระบุถึงประเด็นนี้

3. บริษัทกลุ่มนี้ประสานศักยภาพของธุรกิจหลักและธุรกิจใหม่ให้เกิดประโยชน์ กิจการที่เป็นผู้ชำนาญการปรับทิศสามารถประเมินผลกระทบของธุรกิจใหม่ต่อธุรกิจหลักได้ก่อนที่จะเร่งขยายไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ร้อยละ 60 ของผู้ชำนาญการปรับทิศ (เทียบกับกิจการอื่น ร้อยละ 28) ตระหนักดีว่า ธุรกิจใหม่มีศักยภาพในการกำหนดรูปแบบวัฒนธรรมของธุรกิจหลักใหม่และครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) ของกิจการเหล่านี้ ก็ทราบดีถึงศักยภาพและโอกาสการขายข้ามกัน (cross-sell) ระหว่างธุรกิจหลักและธุรกิจใหม่ เทียบกับกิจการอื่นร้อยละ 29 ที่ตระหนักในเรื่องนี้

“กิจการชั้นแนวหน้าประสบความสำเร็จในการปรับทิศทางหาโอกาสใหม่ ๆ ไม่ใช่เพราะมีธุรกิจเดิมเป็นฐาน แต่เพราะไปเสริมธุรกิจเดิมให้แข็งแกร่ง ปรับประสิทธิภาพ ทำให้สามารถปันทรัพยากรที่จำเป็นต่อการขยายธุรกิจใหม่ออกมาได้” นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ประเทศไทยกล่าว “กิจการเหล่านั้น

กล้าที่จะก้าว ตั้งแต่การลดต้นทุนตามแผนกลยุทธ์ผลักดันให้นวัตกรรมกลายเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ
และขายสินทรัพย์ที่ไม่คุ้มค่าออกไป เพื่อเปลี่ยนธุรกิจหลักให้เป็นขุมพลังขับเคลื่อนการลงทุนใหม่ ๆ ได้ต่อไป”

“จากการทำงานกับลูกค้า ทำให้เห็นว่าบริษัทที่ประสบความสำเร็จ มีการไตร่ตรองเป็นอย่างดีเกี่ยวกับวิธี

ที่จะพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กรเพื่อปรับธุรกิจหลักและขยับขยายธุรกิจใหม่ไปด้วยกัน
บริษัทชั้นแนวหน้าจะเน้นเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรมเพื่อหาแนวคิดดี ๆ ที่มีศักยภาพจากที่ต่าง ๆ
ในองค์กร และนำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยมีการสนับสนุนและมีโฟกัสตรงจุดชัดเจน”

ปฏิบัติการสำคัญสำหรับ “การปรับทิศอย่างชาญฉลาด”

องค์กรแต่ละแห่งเผชิญกับความท้าทายต่างกันไปเมื่อปรับทิศไปสู่ธุรกิจใหม่ รายงานของเอคเซนเชอร์จึงแนะนำปฏิบัติการหลากหลายรูปแบบสำหรับบริษัทที่ยังไม่ชำนาญเท่า Rotation Master หรือผู้ชำนาญการปรับทิศ

Rotation Driverผู้ขับเคลื่อนการปรับทิศ ได้แก่ กิจการที่มีรายได้ร้อยละ 51– 75 มาจากธุรกิจที่เริ่มต้นขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แนะนำให้: 

  • ผลักดันการเติบโตของธุรกิจหลัก ไม่ใช่แค่ลดต้นทุนให้ดีที่สุดเท่านั้น แต่อาจนำระบบอนาลิติกส์เข้ามาใช้ เพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจลูกค้าที่มีอยู่ได้ดีขึ้น รวมทั้งนำการตลาดดิจิทัลและประสบการณ์
    ที่ตอบโจทย์แต่ละบุคคล (personalization) มาใช้ให้เกิดประโยชน์
  • เน้นลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูงสุดและปรับขยายได้มากที่สุด เช่น การดึงคนเก่ง ๆ หรือซื้อสินทรัพย์ที่มีศักยภาพเข้ามาเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง
  • ฟื้นวัฒนธรรมของธุรกิจหลักให้แข็งแกร่ง ด้วยการเสริมศักยภาพใหม่เข้าไป เช่น การดึงนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลเข้ามา เพื่อหาโอกาสการใช้บิ๊กดาต้าให้เกิดประโยชน์มากที่สุดและนำมาใช้ด้วยความรับผิดชอบ

Rotation Starterผู้เริ่มต้นปรับทิศ ได้แก่ กิจการที่มีรายได้ร้อยละ 1 – 25 มาจากธุรกิจที่เริ่มต้นขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แนะนำให้:

  • ปรับโครงสร้างการดำเนินงานในปัจจุบันตั้งแต่ระดับฐานรากรวมถึงการขายกิจการหรือสินทรัพย์
    ที่ไม่คุ้มค่าออกไป เพื่อให้สามารถลงทุนได้เพิ่มขึ้น
  • วางพื้นฐานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะด้านนวัตกรรม อย่างห้องปฏิบัติการนวัตกรรมเพื่อเริ่มบ่มเพาะแนวคิดใหม่ ๆ ในองค์กร

รวมกลุ่มและขยายความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อทดสอบแนวคิดเชิงพาณิชย์ใหม่ ๆ ปรับเปลี่ยน
ให้เหมาะสม จนมีความพร้อมสำหรับการเข้าไปเจาะตลาดก่อน

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.