3,402
VIEWS

Tesla ชาร์จแรงมูลค่าบริษัทสูงกว่า Ford และ GM รวมกันแล้ว

Jan 20, 2020 P.Patikom

เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ราคาหุ้น Tesla พุ่งทะลุ 500 ดอลลาร์ต่อหุ้นแล้ว และราคาหุ้นก็ยังคงสูงกว่า 500 ดอลลาร์ต่อเนื่องมาถึงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

นี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า การดำเนินธุรกิจของ Tesla กำลังราบรื่นขึ้น

ราคาหุ้น Tesla เพิ่มจากกว่า 400 ดอลลาร์ต่อหุ้นเมื่อเดือนก่อน พุ่งสูงขึ้นสูงกว่า 500 ดอลลาร์ต่อหุ้น จนถึงสูงสุด 516 ดอลลาร์ ในช่วงกลางเดือนมกราคม ซึ่งหมายความว่า Tesla มีมูลค่าบริษัทโดยรวมสูงมากกว่า 93 พันล้านดอลลาร์แล้ว

นี่ทำให้ Tesla เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่าบริษัทมากที่สุดในสหรัฐ มากกว่ามูลค่าบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐและของโลก คือ Ford และ General Motors (GM) รวมกัน Tesla มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 93 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2019 ขณะที่ GM มีมูลค่า 50 พันล้านดอลลาร์ และ Ford มีมูลค่า 37 พันล้านดอลลาร์ นี่นับว่าน่าทึ่งอย่างยิ่ง เพราะในปี 2019 GM ขายรถยนต์ได้มากกว่า Tesla ประมาณ 20 เท่า ขณะที่ Ford ขายได้มากกว่า Tesla ประมาณ 6 เท่า

Tesla ส่งมอบรถยนต์ 112,000 คัน ในไตรมาสที่ 4 ปี 2019 และ 367,500 คัน เมื่อรวมตลอดทั้งปี ทั้งคู่เป็นบันทึกสถิติยอดขายใหม่สำหรับบริษัท และ Tesla มีเป้าหมายในการส่งมอบรถยนต์อย่างน้อย 360,000 คัน ในปีนี้

Tesla ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้นเดือนนี้ Tesla เปิดโรงงานแห่งใหม่ในประเทศจีน และวางแผนงานสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ใหญ่อันดับ 3 ในเยอรมนี

Tesla กล่าวว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา บริษัทได้ทำรายรับไปแล้ว 20 พันล้านดอลลาร์ 

ได้มีการวิเคราะห์ถึง 2 ปัจจัยที่ทำให้ราคาหุ้น Tesla พุ่งสูงต่อเนื่อง

ประการแรก การเจริญเติบโต ขณะที่ตลาดรถยนต์ทั่วโลกโดยรวมค่อนข้างอิ่มตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดหวังว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นตลาดที่เติบโตในทศวรรษหน้า และรัฐบาลทั่วโลกได้สร้างแรงจูงใจให้ผู้คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

ประการที่ 2  ในขณะเดียวกัน ต้นทุนแบตเตอรี่ก็ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2020 นั่นควรหมายถึงว่า ราคารถยนต์ไฟฟ้าที่ลดลงซึ่งน่าจะทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายิ่งขยายตัวมากขึ้น ในช่วงเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า

แม้ว่าปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ส่วนใหญ่จะสร้างรถยนต์ไฟฟ้าของตนเองแข่งกับ Tesla แต่รถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ยังมาแรง อย่าง Tesla Model 3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยมมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาในปี 2019 และมียอดขายสูงมากในตลาดต่างประเทศ

หาก Tesla สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมเติบโตขึ้น Tesla ก็สามารถกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกได้อย่างแน่นอน

ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ Tesla เติบโตอย่างมั่นคง เช่น โอกาสในการทำกำไรขั้นต้นสูง ยิ่งราคาแบตเตอรี่ลดลง จะยิ่งทำให้อัตรากำไรของ Tesla ดีขึ้น Tesla มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตต่อเนื่อง และที่สำคัญที่สุด Tesla มีบางสิ่งที่ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นไม่มี คือ ฐานลูกค้าที่ซื่อสัตย์ กระตือรือร้น และมีการเติบโต

ได้มีผู้วิเคราะห์เปรียบเทียบว่า Tesla จะเป็นเช่นเดียวกับ  Apple แม้ Apple จะมีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก น้อยกว่าสมาร์ทโฟนตระกูล Android แต่สมาร์ทโฟนของ Apple มีความแตกต่างของแพลตฟอร์มที่โดดเด่น มี Brand Loyalty สูงในกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ทำให้สมาร์ทโฟนของ Apple คือ iPhone ขายได้ในราคาระดับพรีเมียมทำให้มีกำไรสูงกว่า ส่วน Tesla  ก็น่าจะพัฒนาไปในทิศทางเดียวกับ Apple และกลายเป็น Apple ของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่สามารถสร้างผลกำไรได้สูงเช่นกัน

Cr : WIRED

Source

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.