ปีชวดต้องไม่ชวด เมื่อ 3 กลุ่มธุรกิจ จะทำให้ “กลุ่มสามารถ” เติบโต 20,000 ล้านบาท ในปีนี้

Jan 18, 2020 P.Narata

 

ปี 2562 “กลุ่มสามารถ” กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง หลังจากในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้มีตัวเลขผลประกอบการติดลบจากการถูก Digital Disruption จนต้องปิดทิ้งธุรกิจโทรศัพท์มือถือ พร้อมยกเลิกการทำแบรนด์ “ไอ-โมบาย” และเกิดการปรับทัพขยับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

โดยปีที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งการพลิกฟื้นและวางรากฐานธุรกิจใหม่ของกลุ่มสามารถ มีการสร้างผลงานเด่นๆ ที่จะเป็นโอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่องในอนาคต ทั้งธุรกิจด้าน Banking Solutions ในการทำระบบ Core Banking ให้กับแบงก์ธอส. และแบงก์เอสเอ็มอี , โครงการระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลัก ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่มีมูลค่าถึงกว่า 5,000 ล้านบาท ,โครงการสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) และการนำสายไฟลงดิน (Underground Cable Services) ของบริษัท เทด้า ที่มีงานในมือแล้วประมาณ 3,500 ล้านบาท 

ส่วนธุรกิจที่มีโอกาสสร้างรายได้ในปีนี้ คือ Digital Trunk Network ที่ติดตั้งเครือข่ายครอบคลุมไปแล้วประมาณ 90% ซึ่งจะเป็นโอกาสในการจำหน่ายเครื่อง Digital Trunk Radio เพิ่มขึ้น ในส่วนธุรกิจ Cyber Security ได้มีการเปิดตัวบริษัท ซีเคียวอินโฟ อย่างเป็นทางการ โดย IBM ให้เราเป็นพันธมิตรรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยในการนำเทคโนโลยี Watson AI มาใช้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการให้บริการ กลุ่มสามารถจึงมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 40 - 50% โดยจะเป็นงานของสายธุรกิจ ICT มากถึง 9,500 ล้านบาท

สำหรับปีนี้ กลุ่มบริษัทสามารถ ได้วางทิศทางเพื่อเดินหน้าสร้างความมั่นคงทางธุรกิจ ด้วยการเน้นการลงทุนใน 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ การลงทุนในธุรกิจที่มีความต้องการสูง การลงทุนในธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ และลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในอนาคต ภายใต้กลยุทธ์ Unlimited Solutions เพื่อตอบโจทย์ Digital Transformation ให้กับภาครัฐ และเอกชน ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 20,000 ล้านบาท

 

 

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปีนี้ “กลุ่มสามารถ” มั่นใจว่า จะเป็นปีแห่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสามารถขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยชูกลยุทธ์นำเสนอโซลูชั่น และเทคโนโลยีที่หลากหลาย หรือ Unlimited Solutions จากปัจจัยที่มาจากนโยบายภาครัฐที่จะก้าวสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ด้วยการส่งเสริมด้านเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโต และการแข่งขัน ทั้งด้าน E-Public Services , Critical Infrastructure , Cyber Security , Green Technology และ Human Transformation ที่มีโอกาสทางธุรกิจค่อนข้างสูง 

โดยตั้งเป้าขยายธุรกิจเชิงรุกไปที่ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

1. กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ (High Demand Solutions for Critical Infrastructure)

• Finance/Banking Solutions อาทิ Core Banking, Payment Service, Data Center for Banks จากลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายทั้งธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเอสเอ็มอี ฯลฯ รวมมูลค่ากว่า 3,000-4,000 ล้านบาท

• Airport Solutions จากโครงการระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง (CUTE) และ ระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ที่มีมูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท

• Cyber Security เฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจต่างๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงการที่ พรบ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ 2562 จะบังคับใช้กับหน่วยงานต่าง ๆ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงมีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมมูลค่า  200-300 ล้านบาท

• Network Solution ที่เกี่ยวข้องกับ Nationwide Fiber Optic, IP Telephony จากกระทรวงมหาดไทย, การรถไฟแห่งประเทศไทย และอื่นๆ รวมมูลค่า 2,000 ล้านบาท

2. กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (High Recurring Rev. Projects) โดยในปี 2562 กลุ่มสามารถมีรายได้ประจำอยู่ที่ 5,400 ล้านบาท และในปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 6,200 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโครงการของสายธุรกิจ ICT ที่ในปีนี้มีโอกาสเข้าร่วมประมูลประมาณ 2 หมื่นล้านบาท อาทิ โครงการกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บมจ.ท่าอากาศยานไทย ธนาคาร และสถาบันการเงิน เป็นต้น

3. กลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง (High Future Growth Business) นอกเหนือจากการลงทุนในธุรกิจสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) และการนำสายไฟลงดิน (Underground Cable) รวมถึงธุรกิจด้านพลังงาน (Solar Energy) ในปีนี้ กลุ่มสามารถ เตรียมนำบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ หรือ  SAV เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงไตรมาส 2 โดย SAV เป็นบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding company) และเน้นลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจการจราจรทางอากาศ หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการจราจรทางอากาศ 

 

“นอกจากสายธุรกิจ CTI ที่ยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจดาวเด่น ในปีนี้ยังมี SAV ที่กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงมาก โดย SAV เข้าถือหุ้นในบริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (CATS) 100% ซึ่ง CATS เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับสัมปทานในการควบคุมการจราจรทางอากาศ ครอบคลุมน่านฟ้ากัมพูชา จึงเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ และมีการเติบโตขึ้นทุกปี จากการเติบโตของการท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา และเศรษฐกิจของเพื่อนบ้าน ส่งผลต่อจำนวนเที่ยวบินที่ขึ้นลงในสนามบิน และเที่ยวบินที่บินผ่านน่านฟ้ากัมพูชาเพิ่มขึ้น”

วัฒน์ชัย กล่าวเสริมว่า อีกเรื่องที่น่าจับตามอง คือ การมาของเทคโนโลยี 5G ที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค และพลิกโฉมเศรษฐกิจอีกครั้ง การรับส่งข้อมูลระยะไกลจะรวดเร็วแม่นยำขึ้น ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จาก IoT ได้อย่างเต็มศักยภาพ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น สาธารณสุข การขนส่ง ความมั่นคง ระบบการเงินรูปแบบใหม่ๆ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะส่งผลต่อโอกาสทางธุรกิจของกลุ่มสามารถที่ตอบรับความท้าทายอย่างมั่นใจ ด้วยการตั้งเป้ารายได้ในปี 2563 ไว้ที่ 20,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 40% ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ประจำ และการเติบโตแบบยั่งยืน โดยคาดว่า รายได้กว่า 80% จะมาจากโครงการของภาครัฐที่รวมถึงรัฐวิสาหกิจที่ยังเป็นลูกค้าในกลุ่ม Big Spender

“หลังจากที่ปี 2019 เป็นปีแห่งการวางรากฐานธุรกิจใหม่ๆ ปีนี้เราจะกลับมาเติบโตอีกครั้งด้วยการทำธุรกิจโซลูชั่นใหม่ๆ อย่างจริงจัง ในยุค AI และ Big Data เราต้อง Intelligent มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นใหม่ที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการให้ได้มากยิ่งขึ้น” 

 

ผลการดำเนินงาน

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

violet porno xxx phim sex 2020 lawnjinsi Filmes Pornô PuttanaHD Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos xn----4mcbuj2htacf75kha.com pornolegende Free Desi Scandal xxx e videos pornos www.grandexxx.com www.xxxarabtube.com www.zwartporno.com www.echterporno.com www.nubepornogratis.com www.perlasesso.com videos de sexo 3gp