ไดกิ้นปรับทัพดันผบห.รุ่นใหม่ เป็นกองหน้าลุยตลาดแอร์ปีหน้า

Dec 13, 2019 A.Kanitha

 1 ปีมาแล้วที่สยามไดกิ้นมีการปรับโครงสร้างการทำงาน ด้วยการดันทีมผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามาพัฒนางานด้านทีมขายและทีมบริการ โดยวางให้ 2 หน่วยงานนี้เป็น Profit Center หรือทัพหน้าขององค์กร และให้ทีมการตลาดทำงานในส่วนของ Back Office หรือกองหนุน เพื่อรับศึกการแข่งขันในตลาดเครื่องปรับอากาศ

มร.อาคิฮิสะ โยโกยามา ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า การทำงานในยุคนี้ต้องอาศัยความรวดเร็วในการทำงาน บริษัทจึงมีการปรับโครงการนำทีมผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามา เพื่อระดมสมองให้ได้ไอเดียใหม่ๆ มาตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะทีมฝ่ายขายและฝ่ายบริการ ซึ่งในปีหน้าบริษัทมุ่งเน้นเจาะตลาดเครื่องปรับอากาศในกลุ่มเชิงพาณิชย์ โดยมีเครื่องปรับอากาศไดกิ้น VRV-MAX เป็นหัวหอกในการเปิดตลาด ด้วยจุดเด่นเทคโนโลยีอัจฉริยะ มาตอบสนองความต้องการของลูกค้า ในด้านนวัตกรรมที่ประหยัดพลังงาน ประหยัดพื้นที่ คุ้มค่ากับการลงทุน สร้างปรากฏการณ์ความเย็นของเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ของไทยรายแรก

นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัว Magnetic  Bearing Chillers  ระบบทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในขณะนี้  มีวิธีการทำงานคล้ายรถไฟหัวกระสุนของญี่ปุ่น ที่ใช้หลักการทำงานของสนามแม่เหล็ก แกนในการหมุนจะลอยอยู่กลางอากาศ ทำให้ลดแรงเสียดทานระหว่างการหมุน ลดการใช้พลังงาน ให้ระบบความเย็นที่เงียบ และลดค่าดูแลรักษาลงเนื่องจากไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันคอมเพรสเซอร์  โดยไดกิ้นเป็นเครื่องปรับ อากาศรายแรกของไทยที่พัฒนาระบบ Magnetic  Bearing Chillers  ให้ใช้กับเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ที่มีขนาด 1.2 -14.4 ล้านบีทียู  หรือ 1,200 ตันความเย็น ซึ่งถือเป็นขนาดที่ใหญ่มากในตลาดเครื่องปรับอากาศ  โดยมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ กลุ่มอาคารขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม 5 ดาว และเครือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เป็นต้น

“ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของไดกิ้นระหว่างกลุ่มที่พักอาศัย และเชิงพาณิชย์ อยู่ที่ 51:49 ที่ผ่านมากลุ่มเชิงพาณิชย์ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารขนาดใหญ่มีสัดส่วนรายได้ที่เติบโตขึ้นเป็น 3 เท่าทุกปี มีสัดส่วนรายได้ในปี 2018 สูงถึง 12,000 ล้านบาท ทำให้ไดกิ้นเป็นผู้นำในตลาดเครื่องปรับอากาศพาณิชย์ และในปีหน้าเราจะเจาะตลาดพาณิชย์มากขึ้น โดยเฉพาะตามหัวเมืองต่างจังหวัด”

แต่สำหรับกลุ่มเครื่องปรับอากาศในที่พักอาศัย หรือ Room Air ไดกิ้นก็ยังให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยปีหน้ามาพร้อมกับเครื่องปรับอากาศ Room Air (Big Wall) ที่เพิ่มขนาด BTU สูงสุดในรุ่น 36,000 BTU ซึ่งไดกิ้นเป็นเจ้าแรกของ Room Air Inverter ในขนาด BTU นี้  และได้รับการยอมรับในฐานะเครื่องปรับอากาศระบบ อินเวอร์เตอร์ ที่มีระบบความเย็นอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานสูงสุด ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Smart Home Kit และเพื่อรองรับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 เครื่องปรับอากาศของไดกิ้นทุกรุ่นจะมีติดตั้งฟิลเตอร์ PM 2.5 เข้าไปด้วย

ส่วนในด้านการบริการหลังการขายนั้น หลังจากปรับทัพแล้วก็ได้มีการปรับฟีเจอร์บริการเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้ามากขึ้น อาทิ การเพิ่ม Application ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเพิ่มทักษะทีมทรัพยากรบุคคลทางด้านวิศวกร และช่างเทคนิคกว่า 500 คน

“ตลาดเครื่องปรับอากาศในเมืองไทยยังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก เพราะปัจจุบันอัตราการครอบครองเครื่องปรับ อากาศต่อครัวเรือนในประเทศไทยมีแค่ 40% ทำให้ยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง 100-120% และเรามั่นใจว่าไดกิ้นยังคงเป็นผู้นำระบบเครื่องปรับอากาศรวมในสัดส่วน 28% ของตลาดมูลค่า 60,000 ล้านบาท”

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.