12,659
VIEWS

โอสถสภา ผู้นำการขับเคลื่อนพลังเพื่อเสริมสร้างชีวิต ด้วยโครงการ Life must go on...พลังเพื่อก้าวต่อไป

Dec 18, 2019 -None-

“โอสถสภา” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2434 มีต้นกำเนิดมาจากร้านขายยา “เต๊กเฮงหยู” มีความหมายถึง “การเจริญด้วยการช่วยเหลือผู้อื่น” ดังนั้นสิ่งที่เปรียบเสมือนเป็น “ดีเอ็นเอ” ที่อยู่คู่กับโอสถสภามาอย่างยาวนาน คือ แนวคิดการทำธุรกิจที่มุ่งคืนกำไรกลับคืนสู่สังคมด้วยการเติมเต็ม และเสริมสร้างพลังบวกให้กับสังคมในมิติต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่โอสถสภาได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอดกว่า 128 ปี ของการดำเนินธุรกิจ

ปัจจุบัน โอสถสภาคือผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศไทย ดำเนินธุรกิจใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และลูกอม และเป็นองค์กรมหาชนหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2561

คุณสุธิดา เสียมหาญ Head of Corporate Communication and CSR กล่าวว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โอสถสภาผ่านยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย และยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อเสริมสร้างชีวิตให้แก่ผู้บริโภคและสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ “พลังเพื่อเสริมสร้างชีวิต” ที่มีพันธกิจครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็น Stakeholder 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า ชุมชนและสังคม และพนักงาน

“ในอดีตโอสถสภาเติบโตจากธุรกิจยา การทำงานเพื่อสังคมในช่วงแรกจึงมีความเกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุขค่อนข้างมาก เนื่องจากการแพทย์และสาธารณสุขยังเข้าไม่ถึงชุมชนได้มากขนาดนี้ โดยโอสถสภาได้สนับสนุนสร้างอาคารโรงพยาบาลและสร้างบุคลากรด้านสาธารณสุข เช่น แพทย์ พยาบาล และเภสัชกร ด้วยการมอบทุนการศึกษาเพื่อส่งเสริมให้คนเหล่านั้นกลับไปทำงานที่บ้านเกิด ถึงวันนี้ได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 300 ทุน และยังได้ขยายการมอบทุนให้แก่นิสิตนักศึกษาด้านกายภาพบำบัด เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานเพื่อสังคมของโอสถสภา ที่ทำงานเกี่ยวกับคนพิการมากขึ้น เนื่องจากบุคลากรทางด้านกายภาพบำบัดยังมีไม่มาก”

โอสถสภามองว่า “คนพิการ” คือ ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และสามารถสร้างผลงานและคุณประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาประเทศ หากได้รับโอกาสก็จะได้ร่วมแสดงศักยภาพ และนำความสามารถที่มีอยู่ออกมาใช้

โอสถสภาจึงมุ่งเติมเต็มพลังชีวิตคนพิการให้สามารถลุกขึ้นก้าวต่อและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ด้วยการให้ความช่วยเหลือคนพิการและผู้ยากไร้มาตั้งแต่ปี 2555 ผ่านโครงการ “โอสถสภา เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” และส่งต่อมาที่โครงการใหม่ภายใต้ชื่อ “โครงการ Life must go on… พลังเพื่อก้าวต่อไป” ภายใต้แนวคิด “ให้เบ็ดดีกว่าให้ปลา” ที่มุ่งเน้นมอบโอกาสและส่งเสริมอาชีพให้คนพิการที่มีความพร้อม และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ให้มีอาชีพและมีรายได้ที่มั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองและจุนเจือครอบครัวได้ โอสถสภาช่วยเปลี่ยนพื้นที่ในบ้านของคนพิการให้กลายเป็นโรงเพาะเห็ด เปลี่ยนพื้นที่รกร้างข้างบ้านให้กลายเป็นโรงปลูกผักปลอดสารขนาดย่อม และยังเปลี่ยนสถานภาพของคนพิการที่เคยท้อแท้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ให้กลายเป็นเกษตรกรและช่างฝีมือต่างๆ ทั้งช่างสานตะกร้าฝีมือดี และช่างไม้ที่มีความสามารถจนผู้คนให้การยอมรับ และช่วยสร้างพลัง ความหวัง และความเข้มแข็งทางด้านจิตใจ ทำให้รู้สึกว่า ตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น ไม่ได้เป็นภาระของครอบครัว สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน

คุณสุธิดา กล่าวเสริมว่า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นพลังเพื่อเสริมสร้างชีวิต กลุ่มลูกค้าของเราซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว แต่เมื่อประสบอุบัติเหตุหรือมีปัญหาด้านสุขภาพจนทำให้พิการ โอสถสภาพร้อมหยิบยื่นโอกาสเพื่อช่วยเหลือคนพิการเหล่านี้ให้ก้าวต่อไป โดยเน้นการช่วยเหลือด้านการสร้างอาชีพเพื่อให้คนพิการมีรายได้ดูแลตนเองได้ สามารถยืนหยัดได้อย่างยั่งยืน โดยวางเป้าหมายจะเป็นโมเดลที่หน่วยงานอื่นๆ สามารถนำไปปฏิบัติ เพื่อขยายการช่วยเหลือให้ครอบคลุมคนพิการที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศไทย

ปัจจุบันโอสถสภาได้มีการดำเนินการเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมคนพิการใน 3 ด้าน ได้แก่

           1) การเสริมสร้างพลังกาย โดยร่วมกับเครือข่ายสาธารณสุขและนักกายภาพบำบัดในพื้นที่ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนพิการ รวมถึงสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับคนพิการ

           2) การเสริมสร้างพลังใจให้คนพิการมีความหวัง และมีพลังเดินหน้าต่อ โดยช่วยปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้มีความเหมาะสมกับคนพิการ เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้มากที่สุด ส่งผลให้มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น และมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้นจนสามารถเปิดใจยอมรับสภาพและเข้าสังคมได้ดีขึ้น

           3) การสร้างพลังชีวิต ด้วยการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม ตามความสนใจและศักยภาพของคนพิการโดยให้ความรู้หรือจัดสรรอุปกรณ์และเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ทั้งยังช่วยออกแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์สินค้า จัดหาตลาด สร้างช่องทางการจัดจำหน่าย และยังได้เชื่อมต่อไปที่การสร้างแบรนด์ การทำการตลาด รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้คนได้รู้จักและเห็นคุณค่างานของคนพิการ ผ่านทางช่องทางออนไลน์

“ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรด้านต่างๆ ทั้งหน่วยงานสาธารณสุข หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายนักกายภาพบำบัดในจังหวัดขอนแก่นที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายสนับสนุนช่วยเหลือของโอสถสภาสู่คนพิการ วันนี้เราได้สร้างโมเดลในการช่วยเหลือ พร้อมสร้างแนวทางการสร้างอาชีพให้แก่คนพิการที่มีความสนใจและรักในสิ่งเดียวกัน ใน 3 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ งานเกษตร งานจักสาน และงานไม้ พร้อมสนับสนุนให้เกิดการรวมตัวกันของคนพิการที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน มีการสร้างแบรนด์ และทำตลาดร่วมกัน โดยสินค้าเกษตรปลอดภัยใช้ชื่อแบรนด์ “กินดี” ส่วนงานจักสานใช้ชื่อแบรนด์ว่า “แฮนดี้” และเฟอร์นิเจอร์งานไม้ชื่อแบรนด์ “อยู่ดี” และเรายังช่วยสร้างแพลตฟอร์มบนออนไลน์เพื่อขยายช่องทางการทำตลาดให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันคนพิการที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 2,000-5,000 บาทต่อเดือน ทำให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น และมีกำลังใจลุกขึ้นสู้ต่อไป”

โครงการ “Life must go on...พลังเพื่อก้าวต่อไป” ได้ช่วยเหลือคนพิการตามที่กล่าวในข้างต้น และยังสนับสนุนการสร้างอาชีพให้คนพิการในโครงการมาตรา 35 ปีละกว่า 30 คน ปัจจุบันโอสถสภาได้ช่วยเหลือคนพิการรวมแล้วกว่า 100 คน และตั้งเป้าหมายช่วยเหลือคนพิการเพิ่มอีก 130 คน ภายในปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่โอสถสภาจะครบรอบ 130 ปี โดยจะขยายพื้นที่โครงการไปในอีก 4 จังหวัดที่โอสถสภามีโรงงานตั้งอยู่ ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ อยุธยา และสระบุรี เพราะต้องการให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ ทำกิจกรรมในฐานะ OSP Hero หรือพลังจิตอาสา สร้างโอกาสให้พนักงานได้ช่วยเหลือชุมชน เพื่อให้พนักงานเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองและองค์กร และทำให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายรู้จักและเข้าใจว่าเราเป็นองค์กรที่ได้ทำประโยชน์ให้กับสังคม ในมิติของผู้บริโภคนั้น โอสถสภาได้สร้างพลังให้แก่คนพิการที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลูกค้า หรือในมุมของชุมชนและสังคมนั้น ทุกคนล้วนได้รับพลังนี้ไปด้วยกัน ทั้งสมาชิกในครอบครัวคนพิการ และชุมชนที่คนพิการอาศัยอยู่

“เราไม่ได้มองแค่ว่าโอสถสภาจะช่วยเหลือคนพิการได้ปีละกี่คน วันนี้เรากำลังไปสู่ขั้นตอนของการสร้างโมเดลให้การช่วยเหลือกลุ่มคนพิการ เป็นการสร้างทางลัดให้กับคนอื่น เราพร้อมที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่นทั้งในมุมของภาครัฐ และหน่วยงานเอกชนให้สามารถนำไปปรับใช้ได้ ถ้าโอสถสภาทำได้ และองค์กรอื่นๆ สามารถเข้ามาทำตรงนี้ได้มากขึ้น เราจะเห็นปลายทางที่สวยงามในเรื่องของการช่วยเหลือคนพิการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างยั่งยืน”

ที่ผ่านมา คุณสุธิดา มองว่า โครงการเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งเกิดจากปัจจัยสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ หนึ่ง การมีเป้าหมายที่ชัดเจน โดยดูมิติของสังคมเป็นหลักว่าสังคมต้องการอะไร ไม่ใช่แค่เราอยากทำอะไร สอง การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง แม้โอสถสภาไม่เคยทำโครงการด้านนี้ แต่การมีเครือข่ายพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยชี้แนะ รวมถึงผนึกรวมความแข็งแรงของชุมชนที่จะร่วมเกื้อหนุนและก้าวไปพร้อมกัน ทำให้โครงการดำเนินไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว สาม การมีส่วนร่วมของเครือข่ายพันธมิตร ทุกคนทุกหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในโครงการนี้ เป็นเจ้าของร่วมกัน การมีส่วนร่วมนี้ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับโครงการได้เป็นอย่างดี สี่ การแบ่งปันโดยพร้อมที่จะส่งต่อองค์ความรู้ให้คนอื่นได้เรียนรู้และทำได้อย่างรวดเร็วเพื่อเกิดการขยายผลครอบคลุมวงกว้าง ช่วยคนได้มากขึ้น

โอสถสภาให้ความสำคัญกับงานบริการ เพื่อให้มั่นใจว่า Stakeholder ทุกกลุ่มของเราได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลโดยเฉพาะ เช่น กลุ่มผู้บริโภค มีหน่วยงาน Consumer Service เพื่อเป็นช่องทางในการดูแลผู้บริโภคพร้อมรับฟังและให้ข้อมูลกับผู้บริโภค หรือในกลุ่มลูกค้า ก็มีหน่วยงาน Customer Service ดูแล รับเรื่อง และแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับลูกค้า ในส่วนของนักลงทุน มีหน่วยงาน IR (Investor Relations) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและติดต่อกับนักลงทุน และสำหรับกลุ่มพนักงาน ก็มีหน่วยงาน Employee Relations ที่คอยดูแลพนักงานของเราในเรื่องต่างๆ ส่วนสุดท้ายในส่วนของชุมชนและสังคม ก็มีหน่วยงานด้าน CSR และงานด้านชุมชนสัมพันธ์เข้ามาดูแล เพื่อทำให้ชุมชนเกิดความสบายใจที่ได้อยู่ใกล้กับโอสถสภา

“เพราะหัวใจสำคัญของงานบริการ คือ การสร้างความพึงพอใจต่อการให้บริการในทุกมิติ ไม่ว่าเราจะทำอะไรกับใคร เราก็อยากให้เขามีความพึงพอใจกับสิ่งที่เราทำ และเราก็หวังว่า ความพึงพอใจจะนำไปสู่ความไว้วางใจและเชื่อใจ (Trusted Brand) ที่มีต่อโอสถสภาได้ในที่สุด” คุณสุธิดา กล่าว

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.