9,868
VIEWS

เคล็ดลับจากรุ่นสู่รุ่นของ Jacob ที่ทำให้ยืนหยัดในตลาดกว่า 80 ปี

Nov 05, 2019 J.Wara

ชื่อของแบรนด์เครื่องหนัง Jacob ถ้าไม่บอกว่าเป็นแบรนด์ไทยหลายคนคงคิดว่าเป็นแบรนด์เครื่องหนังจากต่างประเทศ อาจเป็นเพราะตั้งแต่เริ่มต้น Jacob ผลิตเครื่องหนังเพื่อส่งออกไปขายนอกประเทศเมื่อมีคนซื้อกลับมาใช้ในเมืองไทยจึงเข้าใจว่าเป็นแบรนด์นอก ทั้งๆ ที่แบรนด์ไทยแบรนด์นี้ผ่านการบริหารงานจากรุ่นสู่รุ่นมากว่า 80 ปี  

“Jacob เริ่มจากรุ่นของคุณตา เราผลิตกระเป๋าออกมาหลายรูปแบบแต่ตอนแรกเรายังไม่มีแบรนด์ พอเริ่มส่งออกมากขึ้นคุณตาก็มองว่าน่าจะเริ่มทำแบรนด์ของตัวเองและเนื่องจากคุณตาเรียนโรงเรียนคริสต์มาจึงหยิบชื่อของนักบวชในไบเบิลที่ชื่อ Jacob มาเป็นชื่อแบรนด์ จริงๆ แล้วก่อนหน้าที่จะทำเครื่องหนังช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เราทำเนคไทมาก่อน เป็นเนคไทที่ทำจากผ้าไหม ผ้าญี่ปุ่นแต่เมื่อมีสงครามเกิดกระบวนการต่อต้านญี่ปุ่นขึ้นวัตถุดิบของเรามาจากญี่ปุ่นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเราจึงเลิกทำตรงนั้นแล้วมาทำเครื่องหนังแทน จะเห็นได้ว่าโลโก้ของแบรนด์ Jacob จะมีรูปเนคไทอยู่ระหว่างสิงห์สองตัวด้วย” โนร่า ชลาวานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรียาค้อบ จำกัด ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ Jacob เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของ Jacob

จากรุ่นก่อตั้งคือ สุทิน เทพชาตรี มาจนถึงรุ่นปัจจุบัน คุณโนร่าเสริมให้ฟังว่า แต่ละรุ่นการแข่งขันในธุรกิจนี้จะมีวิวัฒนากการแตกต่างกัน

“รุ่นของคุณตาจะเป็นยุคที่ยังไม่มีเรื่องของ Globalization กระเป๋าหนังและเครื่องหนังของเราจึงเป็นหนึ่งใน Pioneer ในประเทศไทย ไม่มีคู่แข่ง ไม่มีแบรนด์อินเตอร์เข้ามารวมทั้งไม่มีแบรนด์โลคอลเล็กๆ ของคนไทยมากนัก พอมารุ่นที่ 2 คือคุณแม่และคุณป้า แม้จะมีคู่แข่งบ้างแต่ตอนนั้นประเทศจีนยังไม่เปิดประเทศ เมืองไทยจึงเป็นศูนย์กลางในเรื่องของการทำการฝีมือ เราเป็นแหล่งส่งออก ตอนนั้นประเทศไทยมี OEM มากกว่าจีนเพราะค่าแรงของเราถูกกว่า สำหรับรุ่นที่ 3 คือรุ่นเราเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งในแง่ของการเกิด Disruption มีเรื่องของ E-commerce ที่เข้ามา รวมถึง Globalization ด้วย นอกจากนี้เมื่อจีนเปิดประเทศและเริ่มขยายการผลิต ปัจจุบันค่าแรงของไทยจึงแพงกว่าจีน”

 

อย่างไรก็ตาม ในการบริหารงานแต่ละรุ่น โนร่ามองว่าจะมีจุดที่ทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ซึ่งก็คือการเข้ามาเรียนรู้ด้วยตัวเอง เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

“อย่างเรื่องของกระบวนการผลิตจะมีความรู้ที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นคุณตาคือเรื่องของการเลือกวัตถุดิบ เวลาที่เราทำกระเป๋านักเรียนที่ดังๆ ของเรา หนังที่เลือกจะเลือกแบบที่ทนที่สุด กุญแจที่ใช้ต้องมาจากเยอรมันเราเลือกวัสดุทุกอย่างที่มีคุณภาพสูง พอมาถึงรุ่นที่ 2 ซึ่งมีการผลิตกระเป๋าด้วยวัสดุที่หลากหลายมากขึ้นจากหนังแท้ในอดีต มาใช้หนัง PU เราก็ยังคงความดั้งเดิมก็คือหาวัสดุที่ดีที่สุด ใช้ฟังก์ชั่นที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

ความเปลี่ยนแปลงในรุ่นของเราก็คือเรื่องของช่องทางขายที่เราเริ่มพัฒนาส่วนของ E-commerce และการจัดระบบสต๊อกให้แข็งแรงขึ้น เนื่องจากเราเป็นธุรกิจฝากขายการหมุนเวียนสต๊อกต้องดี ในส่วนของการผลิตก็ต้องปรับตัวเมื่อค่าแรงสูงขึ้นแบบที่ออกมาจะ Simple มากไม่ได้ ต้องใส่ฟังก์ชั่นเพิ่มเพื่อให้คุ้มกับค่า Production ที่เสียไป”

รัศมีวรรณ ชลาวานิช และจามรี เบลนีย์ เดวิดสัน ทายาทรุ่น 2 ซึ่งปัจจุบันยังคือบริหารงานอยู่แต่เสริมว่าด้วยบุคลิกที่ชัดเจนของ Jacob ทำให้มีลูกค้าที่มี Loyalty กับแบรนด์ Jacob อยู่จำนวนหนึ่งแต่อย่างไรก็ตามเรื่องของรูปลักษณ์สินค้าก็ยังสำคัญในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

“เรามีการปรับเรื่องของแบบให้ทันสมัย พอดีว่าเรามีการส่งออกกับลูกค้าฝรั่งเศสมานานกว่า 30 ปี ดังนั้นเราจะได้เทรนด์ใหม่ๆ เรื่องของแบบ สีจากลูกค้าล่วงหน้า 1 ปีเสมอ ซึ่งเราก็นำกลับมาใช้กับการผลิตกระเป๋าในประเทศไทยด้วย แต่กระเป๋าของเราจะไม่ได้เป็นแฟชั่นจ๋า แต่จะเป็นกระเป๋าที่ใช้งานได้ทุกวัน เน้นคุณภาพ มีกิมมิกบนกระเป๋าบ้างถ้าเปรียบกับผู้หญิงเราจะมีบุคลิกแบบสาวทำงาน เรียบร้อย ไม่ฉูดฉาด ลูกค้าสามารถใช้ได้ในระยะเวลานาน”

กว่า 80 ปีที่ดำเนินกิจการจนมาถึงปัจจุบันที่การบริหารงานตกอยู่ที่รุ่น 2 และรุ่น 3 สิ่งที่คุณโนร่ามองว่าต้องมีก็คือการ Combination ระหว่างคนทำงานรุ่นเก่าและคนทำงานรุ่นใหม่ซึ่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน

“การบริหารงานแบบคนรุ่นที่ 2 จะเป็นแบบ Reactive คือรอให้มีปัญหาแล้วเข้ามาแก้ปัญหาเองได้หมด ส่วนรุ่นของเราจะเป็น Proactive  เป็นลักษณะของการบริหารที่มองการณ์ไกลและวางแผนการป้องกันปัญหาก่อนที่มันจะเกิดขึ้นแต่อย่างไรก็ตามโนร่ามองว่าสำหรับ Jacob ต้องการเป็นการบริหารที่ผสมผสานกัน”

การเป็นรุ่นที่ 3 มีความกดดันและแรงคาดหวังมากอยู่แล้วแต่สิ่งสำคัญที่คุณโนร่านึกถึงมากที่สุดก็คือทำอย่างไรที่จะทำให้แบรนด์ดีขึ้นกว่าเดิม

“รุ่นที่ 2 โชคดีตรงที่มีพี่น้องที่ช่วยกันทำงานหลายคนแต่พอมาเป็นรุ่นเราตอนนี้มีเราคนเดียวที่ดูทั้งหมด ทำให้เราอาจจะไม่ได้ใกล้ชิดกับคนทำงานมากเท่ารุ่นคุณแม่และคุณป้า เราไม่สามารถลงไปคลุกคลีดูทุกเรื่องที่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆได้ จึงต้องมารื้อระบบใหม่ แต่ปัญหาคือพนักงานของเราเขาคุ้นเคยกับธุรกิจแบบครอบครัวเวลาจะเปลี่ยนอะไรบางครั้งเปลี่ยนยากเพราะเป็นความเคยชินที่เขาทำมาตลอดชีวิต เราต้องค่อยๆ ปรับ มีถึงกระทั่งว่าเรารู้ว่าปัญหาคืออะไร เรียกมาแก้แล้วแต่มันยังมีปัญหาอยู่ เราก็ต้องลงไปทำกับเขาเพื่อให้รู้ว่าปัญหาตรงนั้นมันอยู่ตรงไหนจะแก้ไขได้อย่างไร”

ปัจจุบันเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปเดิม Jacob มีจุดขายในโมเดิร์นเทรดอยู่ 150 แต่การเติบโตก็เริ่มนิ่ง คุณโนร่าจึงมองถึงการเพิ่มในส่วนของช่องทางขายที่เป็น E- commerce ซึ่งแนวโน้มในการเติบโตสูงกว่า

“เรามีเว็บไซต์มานานเป็น 10 ปีแล้ว แต่ตอนนี้เรากำลังพัฒนาส่วนของ E- commerce ของเราเองเพิ่มขึ้นออนไลน์น่าจะเป็นช่องทางที่มีโอกาสแม้ตอนนี้สัดส่วนจะมีแค่ 2-3% แต่แนวโน้มการเติบโตสูงมาก เราจึงต้องพัฒนาระบบตรงนี้ให้แข็งแรงมากขึ้น อาจจะมีพนักงานที่เข้ามาตอบไลน์ลูกค้ามากขึ้น มีคนเข้ามาช่วยสื่อสารกับลูกค้าทาง IG มากขึ้น

อนาคตของ  Jacob อีก 5 ปีเรามองว่าต้องทำระบบให้นิ่งคุ้ม Inventory ให้ได้และอยากสร้างฐานออนไลน์ให้แข็ง มีทีมที่แข็งแรง ส่วนเรื่องของแบรนด์เราอยากสร้างแบรนด์ให้คนในรุ่นเดียวกับเรารู้จักเรามากขึ้นรู้ว่า Jacob มีมากกว่ากระเป๋านักเรียน ให้เขามองเห็นคุณค่าของกระเป๋าของเราที่คุณภาพดีไม่แพ้ของต่างประเทศ ทำอย่างไรที่เราจะต่อยอดลูกค้าจากกระเป๋านักเรียนต่อไปให้ได้นั่นคือโจทย์หลักของเราที่เรามองว่าอีก 5 ปีเราต้องทำให้ได้ ซึ่งเราอาจจะต้องเกลี่ยเรื่องของ Identity ของเรา สื่อสาร ทำมาร์เก็ตติ้งในช่องทางต่างๆ ที่หลากหลายมากขึ้น”

แม้จะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำแต่สุดท้ายคุณโนร่าบอกกับเราว่าหากไม่มีใครทำก็ไม่อยากทิ้งตรงนี้ เพราะธุรกิจนี้เป็นเป็นสิ่งที่คุณตาสร้างขึ้นมาและเป็นสิ่งที่คุณตาภาคภูมิใจดังบทสัมภาษณ์หนึ่งที่ท่านเคยพูดไว้ว่า

“ความสุขอันใดก็ไม่เทียบเท่ากับความสุขที่มองเห็นลูกเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและยิ่งเป็นการงานที่ผู้เป็นพ่อปูทางให้ก็ย่อมนำความภาคภูมิใจมาสู่คนเป็นพ่อ เหมือนเป็นการยืนยันให้เห็นว่าความขยันหมั่นเพียร และการต่อสู้ของพ่อนั้นจะไม่สูญเปล่า”

จากนี้ต่อไปการทำงานผสมผสานกันระหว่างคนทั้ง 2 รุ่นจะค่อยๆ ปรับเพื่อพาแบรนด์ Jacob ขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ในอนาคต

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.