5,591
VIEWS

ไม่ใช่แค่ส่งอาหาร แต่ไลน์แมน – แกร็บ กำลังแข่งกันเป็นฟู้ด ดิลิเวอรี่ “รักษ์โลก”

Oct 31, 2019 R.Somboon

เดือน พ.ค.2562 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ธุรกิจ Food Delivery ในปี 2562 จะมีมูลค่าสูงถึง 33,000-35,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นร้อยละ 41 จากปี 2561 เนื่องจากความนิยมในการสั่งอาหารของผู้บริโภคในเมือง ยิ่งบรรดาฟู้ดเชนทั้งหลาย ต่างหันมาเสริมแกร่งในเรื่องของช่องทางดิลิเวอรี่ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับบรรดาแอพพลิเคชั่น Food Aggregator ที่มีอยู่ในบ้านเรา ก็ยิ่งจะเป็นแรงผลักดันให้ตลาดมีทิศทางการเติบโตที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่สร้างความกังวลใจเกิดขึ้นก็คือ ธุรกิจ Food Delivery ส่งผลกระทบอย่างมาก จากขยะพลาสติกและโฟมที่เพิ่มขึ้น กลายเป็นปัญหาหนึ่งที่ผู้บริโภคให้ความใส่ใจเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว ทำให้ผู้เล่นอย่างไลน์แมน และแกร็บ ต่างหยิบเอาความวิตกกังวลของลูกค้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนในการแก้ปัญหา ด้วยการลดการใช้พลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลลง

 

ไลน์แมน มีการพัฒนาฟีเจอร์ “ขอไม่รับถุงหิ้วหรือช้อนส้อมพลาสติก” เพื่อสนับสนุนให้ผู้ใช้งานแอพ LINE MAN สามารถของดรับถุงหิ้วและช้อนส้อมพลาสติกเมื่อสั่งอาหารจากร้านที่ร่วมโครงการ โดยนำร่องที่ 5 ร้านอาหารชื่อดังได้แก่ Burger King, Sizzler, Texas Chicken, คั่วกลิ้งผักสด, บ้านหญิง ใน 2 เขตของกรุงเทพฯ ได้แก่ สีลม และปทุมวัน

ไลน์แมนมีฐานลูกค้าที่เป็น  Active User ประมาณ 1.5 ล้านราย มีการใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 1 ครั้งต่อเดือน โดยในส่วนที่ Active มากๆ จะมีการใช้บริการเฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งการสร้างการตระหนักถึงในการลดใช้พลาสติกของไลน์แมนในครั้งนี้ น่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการลดใช้พลาสติกลงได้ในจำนวนไม่น้อย

การรณรงค์ขอไม่รับถุงหิ้วหรือช้อนส้อมพลาสติกนั้นถือเป็นก้าวเริ่มต้นของไลน์แมน ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดดิลิเวอรี่ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ในเมืองไทย โดยการเริ่มที่ “ถุงหิ้ว” (ซึ่งต้องใช้เวลาในการย่อยสลายประมาณ 20 ปี) และ “ช้อนส้อมพลาสติก” (ใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 20-1,000 ปี) นั้นเป็นสิ่งที่เรามองว่าขอความร่วมมือและปฏิบัติจริงได้ง่าย ทั้งในแง่ของร้านค้าและลูกค้า โดยไม่ส่งผลต่อคุณภาพการจัดส่งอาหาร อีกทั้งถุงหิ้วและช้อนส้อมพลาสติกเป็นสิ่งที่ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ หลายครั้งที่เมื่อลูกค้ารับไปแล้วไม่ได้ใช้ ก็จะเก็บไว้จนกลายเป็นขยะพลาสติกโดยใช่เหตุ

การรณรงค์ดังกล่าวเป็นการรณรงค์แบบ Opt Out คือฝ่ายลูกค้าเป็นฝ่ายของดการรับถุงเอง ต่างจากระบบ Opt in คือฝ่ายร้านค้าเป็นฝ่ายไม่ให้ถุงพลาสติก ฝ่ายลูกค้าจะต้องเป็นผู้ขอหรือต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อถุงพลาสติกเอง

 

แกร็บ เริ่มจากการเปลี่ยน

ถุงพลาสติกเป็นถุงกระดาษ

แม้จะไม่มีการให้ข่าวออกมาถึงเรื่องนี้ แต่ก็เริ่มมีลูกค้าของแกร็บแชร์ออกมาว่า การให้บริการของแกร็บฟู้ด เริ่มมีการเปลี่ยนการให้บริการจากถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว มาสู่การใช้ถุงที่สามารถรีไซเคิลแทน โดยแกร็บฟู้ด จะมีการเลือกใช้ถึงอยู่ 2 แบบ คือถุงพลาสติก Biodegragable ที่สามารถย่อยสลาย และถุงกระดาษที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เป็นการเข้ามาทดแทนถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ก่อให้เกิดขยะพลาสติกจำนวนมหาศาล

ไม่เพียงเท่านั้น แกร็บฟู้ด ยังมีฟีเจอร์ที่ลูกค้าสามารถกดเข้าไปเพื่อไม่รับช้อน ส้อม หรือมีดพลาสติก เพื่อลดจำนวนการใช้พลาสติกลง โดยจะเป็น Opt In ให้กดเพื่อเลือกรับหรือไม่รับได้ด้วยตัวลูกค้าเองถือเป็นการปรับรูปแบบการให้บริการที่ช่วยสร้างการตระหนักถึงปัญหาของขยะพลาสติกให้กับลูกค้าได้ทางหนึ่ง

 

ปัญหาเรื่องของพลาสติก กลายเป็นประเด็นระดับชาติไปแล้ว เพราะในปัจจุบัน ขยะพลาสติกในประเทศไทยติดโผมากเป็นอันดับ 5 ของโลก มีการใช้กล่องโฟมและถุงพลาสติกคิดเป็น 2.7 ล้านตันต่อปี หรือเฉลี่ย หรือเฉลี่ย 7,000 ตันต่อวัน แบ่งเป็นถุงพลาสติก 80% หรือ 5,300 ตันต่อวัน หรือประมาณ 2 ล้านตัน ส่วนที่เหลือเป็นขยะโฟมประมาณ 700,000 ตัน ซึ่งต้องใช้เวลาย่อยสลายยาวนานถึง 450 ปี โดยที่คนไทยเริ่มหันมาใส่ใจ และให้ความสำคัญกับมัน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเองก็เริ่มที่จะลดการให้บริการถุงพลาสติก การขยับตัวของทั้งไลน์แมน และแกร็บฟู้ด จึงเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่มาตอบโจทย์ในสิ่งที่ลูกค้ากำลังมีความกังวลใจได้เป็นอย่างดี

ถือเป็นอีกรูปแบบการแข่งขันที่สร้างผลด้านบวกให้กับตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่.....

 

LINE MAN

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.