8,139
VIEWS

การสร้าง New Normal ในอุตสาหกรรมทีวีของ LINE TV

Oct 15, 2019 S.Worapol

มีเดีย อิเทลลิเจนซ์ หรือ MI ได้คาดการณ์ตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาในกลุ่มทีวีของปี 2019 ว่าจะอยู่ที่ 47,300 ล้านบาท แม้ว่าทีวีจะรั้งอยู่อันดับ 1 ของสื่อทั้งหมด แต่ถ้าเราย้อนกลับไปดูตัวเลขเมื่อปี 2013 ก็จะพบว่ามีเม็ดเงินในสื่อทีวีกว่า 77,111 ล้านบาท

เม็ดเงินที่หายไปเกือบ 30,000 ล้านบาท สะท้อนให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมหลายอย่าง โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภคต่อการรับสื่อที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนจากหน้ามือไปเป็นหลังมือเลยทีเดียว

อุตสาหกรรมทีวีนับว่าเปลี่ยนผ่านมาหลายครั้ง ตั้งแต่การเข้าสู่ระบบทีวีดิจิทัล ไปจนถึงการเข้ามาของสื่อออนไลน์ หรือแม้แต่การเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มที่ทำตัวเป็น Channel ใหม่ ทั้งผู้เล่นใหม่ ทั้งการพัฒนาเองของช่องทีวี นั่นก็เป็นหนึ่งในหนทางการปรับตัว และต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลง

หนึ่งในผู้เล่นที่กระโดดเข้ามาในสนามนี้คือ “LINE” ที่มองเห็นรูปแบบพฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ที่เปลี่ยนไป จากเดิมคนก็จะดูทางโทรทัศน์ ช่วงเวลาไพร์มไทม์ทุกคนก็จะมาจับจองดูคอนเทนต์ที่ชื่นชอบ มาวันนี้ ช่วงเวลาไพร์ไทม์ไม่ได้เป็นเวลาเดิมสำหรับทุกคน จึงเกิดมาเป็น LINE TV

คุณกณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนท์ LINE ประเทศไทย อธิบายว่า “LINE เป็นแอพพลิเคชั่นแชทที่มีผู้ใช้งานค่อนข้างมากในประเทศไทย เรามองเห็นเพนพอยน์ในการรับชมทีวีของผู้บริโภค ก็เลยอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของคนไทยที่มาจากความต้องการของผู้บริโภค”

5 ปีที่แล้ว LINE TV ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยการวางตัวเองเป็น No 1 Rerun Platform ที่ต้องผู้บริโภคสามารถเลือกไพร์มไทม์ของตัวเองในช่วงเวลาไหนก็ได้ คุณกณพ อธิบายต่อว่า การวางแนวคิดแบบนี้เป็นการยกระดับอุตสาหกรรม ทำให้เราเริ่มไปคุยกับพาร์ทเนอร์และช่องทีวีต่างๆ เพื่อให้ได้คอนเทนต์ในรูปแบบที่เราต้องการ

“เราไม่ได้วางตัวเองว่าจะไปแข่งขัน หรือ Disrupt กับธุรกิจเดิม แต่เรามาเพื่อเป็นช่องทางใหม่ และทำให้ได้ผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ เกิดเป็นการ Cross Content บนแพลตฟอร์ม วันนี้ถ้าเข้ามา LINE TV จะเห็นคอนเทนต์จากหลากหลายช่อง ถ้าผู้ชมอยู่ในแพลตฟอร์มของช่องก็จะได้แฟนจากช่องเดิม ทำให้ผู้ชมมีโอกาสเห็นคอนเทนต์ช่องอื่นๆ เลยกลายเป็นภาพที่ Positive ในตลาด”

จำนวนผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ LINE TV มีพาร์ทเนอร์มากกว่า 200 ราย ทำให้คอนเทนต์ค่อนข้างเยอะและหลากหลาย ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่จะทำให้แพลตฟอร์มทีวีออนไลน์ประสบความสำเร็จได้ นอกเหนือจากคอนเทนต์รีรันจากช่องทีวีแล้ว LINE TV ยังมีออริจินอลคอนเทนต์ เพื่อสร้างฐานกลุ่มคนดูกลุ่มใหม่ๆ ให้เพิ่มขึ้นอยู่ตลาดเวลาอีกด้วย เมื่อคนเข้ามาในแพลตฟอร์มมากขึ้นก็มีโอกาสที่จะดูคอนเทนต์ประเภทอื่นๆ มากขึ้นเช่นกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในการดูทีวี และ LINE TV ก็คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เราสามารถเลือกไพร์มไทม์ได้ตามที่ต้องการ เพราะนี่คือ “New Normal” ของอุตสาหกรรม

“ไลน์ทีวี เข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องการรับชมคอนเทนต์ ทำให้สามารถจัดการเวลาการดูทุกอย่างเองได้ เพราะฉนั้นสิ่งที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ คือทำให้ภาพของ New Normal ในอุตสาหกรรมทีวีในเมืองไทยมีความชัดเจนมากขึ้น”

ถ้ามองในภาพใหญ่ก็จะพบว่าผู้บริโภคไม่ได้เลิกดูคอนเทนต์ แค่เปลี่ยนช่องทางในการดู ทำให้ผู้บริโภครู้สึกมีอำนาจมากขึ้นในการเลือกชม ทำให้เกิด Ecosystem ที่มีความแข็งแรงมากขึ้นในอุตสาหกรรมทีวีออนไลน์

แม้ว่าภาพของการแข่งจะฝุ่นตลบไปด้วยการเปลี่ยนแปลง แต่ LINE TV ก็สามารถที่จะช่วยทำให้บทบาทของสมาชิกภายใต้ Ecosystem ที่เกี่ยวข้องเดินหน้าและเติบโตไปพร้อมๆ ได้

“ในแง่ของพาร์ทเนอร์ที่เราทำงานด้วย ทั้งทีวี ผู้ผลิต และผู้นำเข้าคอนเทนต์ หลักๆ ก็ได้เห็น Performance ใน LINE TV มีหลายครั้งที่เยอะกว่าเรตติ้งในช่องปกติ หรือบางครั้งก็กลายเป็นตัวไดร์ฟที่ทำให้ทีวีเรตติ้งขึ้นตามไปด้วย อย่างคนที่ไม่ได้เลือกชมคอนเทนต์นี้ แต่พอคนมาดูย้อนหลังจาก LINE TV จนเกิดเป็นกระแสพูดถึง ก็เป็นตัวไดร์ฟทำให้คนกลับไปสดบนช่องส่งผลให้เรตติ้งทีวีเพิ่มขึ้น

พอเป็นภาพแบบนี้ก็ทำให้พาร์ทเนอร์เห็นว่าเราไม่ได้มา Disrupt หรือทำลายอุตสาหกรรม แต่เรามาช่วยตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค Mind Set ของพาร์ทเนอร์ก็จะเปลี่ยนไป ยอมรับว่านี่คือ New Normal เพราะคนไม่สามารถนั่งเฝ้าดูคอนเทนต์ช่วงสองทุ่มถึงสี่ทุ่มได้แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังอยากดู แตดูตอนนั้นไม่ได้”

ส่วนในมุมของ ผู้ผลิตและ ผู้นำเข้าคอนเทนต์ คุณกณพ บอกว่ากลุ่มนี้มองเราเป็นช่องทางใหม่ในการนำเสนอคอนเทนต์ จากเดิมที่ต้องมีการลงทุนซื้อเวลา หาช่องทาง แต่มาวันนี้เราไม่ได้มีต้นทุนในการเผยเเพร่มาก เราเปิดให้กับผู้ผลิตเข้ามาใช้แพลตฟอร์มานำเสนอคอนเทนต์ไปสู่ผู้ชม

วันนี้ LINE TV กลายเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยที่พฤติกรรมการดูทีวีของคนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จากภาพที่ไม่ชัดสู่ การสร้าง New Normal ของอุตสาหกรรม

“เราอาจจะไม่ใช่ทีวีออนไลน์รายแรกในประเทศไทย แต่สิ่งสำคัญคือ การวางตัวเองที่ชัดเจนในเรื่องของ TV Rerun รวมถึงจากฐานผู้ชมที่มาจากผู้ใช้งาน LINE เข้ามาสร้างวิธีการใหม่ๆ ในการนำคอนเทนต์ของผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภค สร้างให้เกิดการบริโภคใหม่ๆ สร้าง Journey ใหม่ๆ ในการรับชม เป็นตัวเร่งที่ทำให้คนไทยมาใช้บริการและเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างรวดเร็ว”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.