59,816
VIEWS

เพราะเหตุใดยันม่าร์ ถึงต้องเลี้ยงผึ้งไว้ในสำนักงาน

Oct 13, 2019 S.Vutikorn

ยันม่าร์ถือเป็นแบรนด์เครื่องยนต์ชื่อดังของโลกที่เกิดจากความตั้งใจของมร.มาโกกิชิ ยามาโอกะที่ต้องการจะพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลให้มีขนาดที่เล็กลง มีกำลังแรงม้าที่สูงขึ้น แต่มีราคาที่ถูกลง เพื่อมาลดภาระของแรงงานคนในประเทศญี่ปุ่น จึงได้มีการจัดตั้งบริษัทยันมาร์ขึ้นมาที่เมืองโอซาก้าประเทศญี่ปุ่นในปี .. 2455 

ความพยายามของ มร.มาโกกิชิ ยามาโอกะ ต้องใช้เวลาถึง 21 ปี ก่อนที่ยันมาร์จะกลายเป็นบริษัทแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จในการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กสูบนอนระบายความร้อนด้วยน้ำ กำลังเครื่องยนต์ประมาณ 5-6 แรงม้า รุ่น HB เป็นผลสำเร็จในปี .. 2476

จากวันนั้นถึงวันนี้ยันมาร์ค่อยๆ ขยายกิจการจนกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เครื่องจักรกลการเกษตรและอุปกรณ์การเกษตร อุปกรณ์ก่อสร้าง ระบบพลังงาน เครื่องยนต์เดินเรือและการประมง เครื่องจักรกลและชิ้นส่วนส่งขายไปทั่วโลก

 

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จในหลายๆ อุตสาหกรรมตามการพัฒนาเศรษฐกิจของโลกที่นอกเหนือไปจากอุตสาหกรรมการเกษตรนั้น ล้วนมีเครื่องยนต์ของยันม่าร์เป็นขุมพลังที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังในฐานะบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรมแบบครบวงจร

 

ในปี 2561 ที่ผ่านมายันม่าร์มีรายได้รวมประมาณ 796,600 ล้านเยน ในจำนวนนี้เป็นรายได้ในประเทศประมาณ 380,400 ล้านเยน หรือคิดเป็น 47.8% ที่เหลืออีก 52.2% เป็นรายได้ที่มาจากต่างประเทศ หรือประมาณ 416,200 ล้านเยน

ทุกวันนี้ยันม่าร์แบ่งโครงสร้างทางธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่มหลักด้วยกันคือ Land (ภาคพื้นดิน), Sea (ทางทะเล) และ City (เมืองใหญ่) โดยมีพันธกิจหลักคือ การมุ่งเน้นไปที่ความท้าทายกับเรื่องที่มนุษย์เราจะต้องเผชิญในศตวรรษนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร พลังงาน รวมถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

ในวันที่ BrandAge Online มีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของยันม่าร์ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นมีเรื่องท่ีเซอร์ไพรส์อย่างหนึ่ง ก็คือ ร้าน Premium Marche ซึ่งเป็นร้านอาหารออร์แกนิค โดยผลผลิตบางส่วนมาจากฟาร์มที่ใช้เครื่องจักรกลการเกษตรยันม่าร์บริเวณชั้นบนสุดของสำนักงานใหญ่ มีการเลี้ยงผึ้งไว้บริเวณส่วนกลางแจ้งกลางอาคารถึง 20,000 ตัว โดยจะมีการเก็บน้ำผึ้งมาบรรจุขายปีละ 2 ครั้ง

 

คนที่อยู่ในแวดวงการเกษตรจะรู้กันดีกว่าผึ้งเป็นแมลงที่มีความสำคัญกับธรรมชาติ ที่นอกเหนือจากการผลิตน้ำผึ้งให้เราได้รับประทานแล้ว ผึ้งยังทำหน้าที่ในการรักษาความสมดุลย์ของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศจากการช่วยผสมเกสรดอกไม้กว่า 1 ใน 3 ของดอกไม้ทั้งหมดบนโลก ทำให้ต้นไม้สามารถขยายพันธุ์ได้ จนกลายเป็นแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดรวมทั้งมนุษย์

แต่ผึ้งก็จัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างมากเช่นกัน

หลายประเทศจึงนิยมใช้ผึ้งเป็นดัชนีชี้วัดการเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติของสภาพแวดล้อมที่มนุษย์อาศัยอยู่ เท่ากับเป็นสัญญาณเตือนภัยให้กับเรานั่นเอง

กลับมาที่ยันมาร์...
 

ทุกวันนี้กลุ่มยันม่าร์มีการกำหนดวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจสำหรับอนาคตในอีก 100 ปีข้างหน้าไว้คือ “A Sustainable Future” หรืออนาคตที่ยั่งยืน

 

การมองไปถึง 100 ข้างหน้า หมายถึงการพัฒนาเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สำหรับทุกคน เช่นการออกแบบเครื่องยนต์ให้ทำงานสูงสุดด้วยเชื้อเพลิงน้อยที่สุดเพื่อประโยชน์กับโลกเรา และเพื่อสร้างสมดุลย์ระหว่างสังคมที่เจริญรุ่งเรืองในสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งเป็นที่มาของการเลี้ยงผึ้งของยันม่าร์

 

โดยทุกวันผึ้งที่เลี้ยงไว้ในอาคารนี้จะบินไปหาอาหารที่บริเวณปราสาทโอซาก้า ซึ่งห่างจากสำนักงานใหญ่ประมาณ 5 กิโลเมตรและนำน้ำหวานจากเกษรดอกไม้กลับมาเก็บไว้ในรังบนอาคาร

 

ดังนั้นการเลี้ยงผึ้งเพื่อนำน้ำผึ้งมาขายกระปุกละ 550 เยนใน ร้าน Premium Marche, พิพิธภัณฑ์ยันมาร์ และร้านอาหารบริเวณใกล้เคียง ของบริษัทที่มีรายได้ต่อปีถึง 796,600 ล้านเยน จึงเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของยันม่าร์ถึง Brand Purpose ที่วางเอาไว้ คือ การพัฒนาไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีให้กับพนักงานและแขกที่มาเยือนมากกว่าเรื่องของรายได้

ยันม่าร์มองว่าการเตรียมพร้อมเพื่อที่จะรับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคตนี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

 

เพราะฉะนั้นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ จะช่วยทำให้ทุกคนเห็นเป้าหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเอง

สวนภายนอกร้าน Premium Marche มีการเลี้ยงผึ้งเพื่อเก็บน้ำหวานปีละ 2 ครั้ง

ที่นั่งภายในร้าน Premium Marche ก็ใช้แนวคิดการออกแบบมาจากรังผึ้ง

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.