4,393
VIEWS

วอริกซ์ วางหมาก ขยับขึ้นผู้เล่นระดับเอเชีย หวังชุดช้างศึก การันตี

Feb 27, 2017 S.Worapol

หลังจากที่วอริกซ์ผู้เล่นหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมสปอร์ตไลฟ์สไตล์ได้สิทธิ์ใรนการผลิตและจัดจำหน่ายชุดฟุตบอลทีมชาติไทยตั้งแต่ปี .. 2560 – 2563 วอริกซ์ก็เดินหน้าออกแบบ พัฒนาสินค้า เพื่อนำเสนอชุดฟุตบอลทีมชาติออกสู่ตลาด โดยชุดแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยชุดแรกจากวอริกซ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์นักรบคนที่ 12”  สีดำ เป็นชุดเหย้า มีชื่อว่าไชยานุภาพและ สีขาว เป็นชุดเยือน มีชื่อว่าปราบไตรจักรซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวประวัติศาสตร์ของช้างศึกไทย

 

ภายใต้สภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่มีผู้เล่นมากมายทพให้วอริกซ์เองต้องยกระดับตัวเองขึ้นไปให้แบรนด์สามารถเทียบชั้นกับแบรนด์ชั้นนำได้ โดยวอริกซ์เริ่มจากที่ตัวสินค้าโดยใช้นวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนสำคัญ การใช้เทคนิคการตัดต่อด้วยผ้า Mesh ทำให้ไร้ตะเข็บด้านข้าง การใช้เนื้อผ้าไมโครไฟเบอร์ 100% มีคุณสมบัติระบายอากาศ และความร้อนได้ดี ป้องกันรังสี UV ป้องกันแบคทีเรีย เนื้อผ้านิ่มสวมใส่สบาย น้ำหนักเบาพลิ้วไหวดี การใช้เทคนิคพิเศษที่ช่วยเรื่องการระบายอากาศ และซับเหงื่อได้ดีใน

 

โดยการออกแบบดีไซน์และใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ดีที่สุดในโลกผสานเข้ากับเทคนิคการผลิตพิเศษเพื่อเพิ่มโอกาสให้นักเตะไทยสามารถแสดงศักยภาพ สมรรถภาพของร่างกายและการเคลื่อนไหวออกมาได้อย่างเต็มที่มากที่สุดในขณะที่แข่งขันอยู่ในสนาม ผ่านขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจังร่วมกับนักกีฬามืออาชีพ มีจุดเด่นอยู่ที่คุณภาพเทียบเท่าระดับโลก เช่น เนื้อผ้าไมโครไฟเบอร์และสเปนเด็กซ์ รองรับความยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี ดีไซน์ตัดเย็บให้โค้งรับกับสรีระของนักเตะ กระชับมัดกล้ามเนื้อ จึงช่วยพยุงการสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อและช่วยสงวน

 

แต่ทว่าแบรนด์ที่คงความแข็งแกร่งในตลาดเสื้อผ้าอุปกรณ์กีฬาต่างก็เป็นที่ยอมรับ จดจำของผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน การที่จะเอาชนะใจทำให้แบรนด์เข้าไปนั่งในใจของกลุ่มแฟนบอลและกลุ่มลูกค้าคงจะไม่ใช่เรื่องง่าย

 

วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด อธิบายว่า “เราไม่ได้กลัวแบรนด์จากต่างชาติเลย เพราะประเทศไทยเองเป็นผู้ผลิตและมีวัตถุดิบคือผ้าผืนส่งออกให้กับแบรนด์ที่เป็นท็อป 10 ของโลก ตอนนี้คือเรามีวัตถุดิบเดียวกันกับแบรนด์ที่ขายเสื้อตัวละ 6,000 บาท แต่ไม่มีแบรนด์คนไทยที่จะกล้าลุกขึ้นมาประกาศศักดาว่าของที่เราทำนั้นดีกว่าเขา วันนี้กล้าที่จะเทียบกับแบรนด์ดังในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งเราทำในสิ่งที่ราคาเหมาะสมและคนที่ตัดสินเป็นลูกค้า”

 

ถ้าดูจากการทุ่มการประมูลเพื่อให้มาซึ่งลิขสิทธิ์ในชุดแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยประกอบกับช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมาวอริกซ์ได้เริ่มขยับตัวออกสู่ตลาดต่างประเทศ อย่าง Lao Toyota F.C. ที่เป็นแชมป์ตลอดการของประเทศลาว ในประเทศมาเลเซียก็ได้ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นที่ตลาดฟุตซอลเป็นหลัก ในลาวใช้ตัวแทนจำหน่ายที่อยู่ในอุดรธานีและหนองคายอยู่แล้ว วาริกซ์ได้วางงบในการทำการตลาดในต่างประเทศต่อปี ปีนี้ไว้ที่ประมาณ 10 ล้านบาท

 

นอกจากนี้วาริกซ์ยังขยับตัวออกไปสู่ตลาดในประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดกีฬาของโลกอย่างประเทศญี่ปุ่นโดยกำลังจะเซ็นสัญญากับกีฬาประเภทฟุตซอลในประเทศญี่ปุ่น เป็นฟุตซอลระดับท็อปอย่าง Bardral Urayasu ( บาร์ดราล อูรายาสึ ) เป็นการขยายสินค้า ยกระดับไปสู่ระดับเอเชีย  

 

 

ถ้ามองแบบเผินก็อาจจะเป็นแนวทางในการเติบโตเพื่อขยายตลาดของแบรนด์ แต่ในเชิงกลยุทธ์วอริกซ์ได้วางเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นคือการเป็น Key Player ในตลาดระดับเอเชีย ซึ่งการค่อยๆ รุกคืบออกสู่ต่างประเทศทีละน้อยๆ ก็เป็นการติดอาวุธความเเข็งแกร่งให้เับแบรนด์ไปเรื่อย 

แต่ดูเหมือนว่าตัวที่จะเป็นหมัดฮุกซับที่แบบชนะน็อคก็คือการใช้สิทธิ์ในชุดเเข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยส่งแบรนด์วอริกซ์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว เพราะวันนี้วงการฟุตบอลไทยได้ขยับตัวขึ้นเข้าสู่ตลาดในระดับเอเชียแล้ว การที่วอริกซ์ได้สิทธิ์นี้ก็เหมือนกับการทำให้แบรนด์เป็นที่ปรากฎในสายตาของแฟนบอล ผู้เล่น นักเตะ หรือคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระดับเอเชียเช่นกัน ที่เหลือก็อยู่ที่คุณภาพสินค้าว่าจะทำให้พวกเขายอมรับได้อย่างไร

“ปัจจุบันเราสร้างแบรนด์ไทยกับทีมชาติไทย ทีมชาติไทยไม่ได้เป็นแบรนด์ระดับประเทศอีกต่อไป ทีมชาติไทยอยู่ในระดับเอเชียแล้ว เราจึงคิดว่านี่คือหนึ่งในวิธีการสร้างแบรนด์ในระดับเอเชียเป็น Key Player สิ่งที่จะทำให้เราทำได้คือเราต้องมีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอจากการเข้าตลาดมาสร้างสินค้าใหม่ๆ เช่น รองเท้า อุปกรณ์กีฬา ให้ครบไลน์การผลิต”

 

บันไดจากแบรนด์ไทยที่วาริกซ์ค่อยๆ ก้าวเดินขึ้นไปโดยมีเป้าหมายเป็นเเบรนด์ระดับเอเชียจะเป็นไปอย่างที่คาดไว้หรือไม่ 

การรุกตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่องจะเป็นไปตามแผนอย่างราบรื่นหรือไม่

เวลา 4 ปีที่ได้สิทธ์ในชุดการแข่งขันฟุบอลทีมชาติไทยจะสร้างความน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน

 

เราต้องมาคอยติดตามกันต่อไป แต่ถึงอย่างไร BrandAgeOnline ขอส่งแรงเชียร์ไปยังแบรนด์ไทยทุกแบรนด์ที่กล้าขยับตัวเองขึ้นไปทัดเทียมกับแบรนด์ต่างชาติ สู้ๆ นะครับ 

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.