3,912
VIEWS

เลิฟเลย Ha:mo ฮีโร่สายพันธุ์ใหม่ของสังคมไฮเทค

Aug 14, 2017 P.Narata

ล้ำกันเข้าไปอีก เมื่อโตโยต้าเตรียมนำรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (EV sharing) ที่เรียกว่า “ฮาโม่” (Ha:mo) มาเพื่อทดลองวิ่งให้บริการในเส้นทางระยะสั้นๆ ภายในพื้นที่โดยรอบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะโตโยต้าเชื่อว่า ถ้าเราเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างรถส่วนบุคคลกับระบบขนส่งสาธารณะเข้าด้วยกัน จะทำให้การเดินทางของผู้คนในเมืองคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

Ha:mo คือ จุดเริ่มต้นของการเดินทางรูปแบบใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และจะมาสร้างความรู้จักกับผู้คนในชื่อของ Ha:mo RIDE เพื่อเติมเต็ม และเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถยนต์ รถประจำทาง และรถไฟฟ้า ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก Ha:mo RIDE จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่จะทำให้การเดินทางมีอิสระมากยิ่งขึ้น โดยมีสถานีบริการอยู่ใกล้ๆ ทำให้คุณสามารถเดินทางจากออฟฟิศไปหาลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดทั้งเวลา และน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยโตโยต้าได้ประกาศความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำโครงการ “CU TOYOTA Ha:mo” ซึ่งเป็นโครงการแบ่งปันรถกันใช้ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในกรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดการเชื่อมต่อยานพาหนะเข้ากับระบบเครือข่ายด้วยเทคโนโลยี IoT (Internet of Things)

ก่อนหน้านี้ โตโยต้าได้จัดตั้งบริษัท คอนเน็คเต็ด ขึ้นเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะโตโยต้ามุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาในการเดินทางด้วยการเชื่อมต่อรถยนต์ส่วนบุคคลเข้ากับระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น และหนึ่งในวิธีที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ คือการนำยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Ultra-compact Electrical Vehicle) มาให้บริการ ทำให้ผู้คนสามารถเดินทางไปยังที่ต่างๆ ได้อย่างอิสระ และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด 

เคอิจิ ยามาโมโตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท คอนเน็คเต็ด กล่าวว่า นอกเหนือจากการสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์เพื่อให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตอย่างคล่องตัวสะดวกสบายไร้กังวลแล้ว โตโยต้ายังมุ่งบรรลุเป้าหมายอันท้าทายเพื่อพัฒนาการเดินทางอัจฉริยะด้วย โดยในสังคมแห่งการเดินทางอัจฉริยะนี้ ยานพาหนะต่างๆ จะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นและอุปกรณ์ใหม่ๆ ซึ่งจะเพิ่มทั้งความน่าสนใจและมูลค่าของรถโดยอาศัยการเชื่อมต่อผู้คน ยานพาหนะ และสังคมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างสรรค์สังคมแห่งการเดินทางอัจฉริยะในท้ายที่สุด

“Ha:mo คือ การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กร่วมกัน เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นในสังคมเมือง โดยเมื่อขับรถไปถึงที่หมายแล้ว ผู้ใช้รถ Ha:mo สามารถจอดรถทิ้งเอาไว้ได้เลย ซึ่ง Ha:mo ช่วยให้ผู้คนเดินทางจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดหมายปลายทางได้ง่ายขึ้น การเปิดตัว Ha:mo ในกรุงเทพฯ ถือเป็นการริเริ่มสร้างต้นแบบของแนวทางการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบ ที่ช่วยแก้ปัญหาการจราจรในประเทศตลาดเกิดใหม่ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยจะให้การยอมรับ Ha:mo โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในอนาคต”

สำหรับโครงการ CU TOYOTA Ha:mo ถือกำเนิดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในโอกาสครบรอบ 55 ปีของการก่อตั้งบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยจะมีการทดลองระบบการแบ่งปันรถกันใช้ ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (EV sharing) เพื่อวิ่งในระยะสั้นๆ ภายในพื้นที่โดยรอบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อการเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะจากต้นทางไปยังจุดหมายของผู้ใช้งาน

โดยปัจจุบัน ระบบการเดินทางแบบ Ha:mo เปิดให้บริการแล้วในประเทศญี่ปุ่น (โตโยต้าซิตี้ โตเกียว โอกายาม่า และโอกินาว่า) ประเทศฝรั่งเศส (เมืองเกรโนเบิล) และล่าสุด คือ กรุงเทพมหานคร ถือเป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ที่แรกที่โตโยต้าได้นำเอานวัตกรรมนี้มาใช้

นินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้เพิ่มเติมรายละเอียดของโครงการ CU TOYOTA Ha:mo ให้ฟังว่า ทางโครงการได้วางแผนเพื่อศึกษา และทดลองระบบการแบ่งปันรถกันใช้ออกเป็น 2 ระยะ ในระยะแรกเป็นช่วงพัฒนา (เดือนธันวาคม 2560 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2562) หลังจากเสร็จสิ้นการดำเนินงานในระยะแรก ทางโครงการได้ทำการทบทวน และสรุปผล เพื่อเข้าสู่ระยะที่สองในรูปแบบทางธุรกิจเต็มตัว โดยจะเชิญชวนให้ผู้ที่มีความสนใจเข้าร่วมลงทุน เพื่อขยายการให้บริการออกไปในพื้นที่ใกล้เคียง และพื้นที่อื่นๆ

“โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป โดยในช่วงระยะเริ่มต้นจะมีรถที่ให้บริการทั้งหมด 10 คัน และมีแผนจะเพิ่มจำนวนรถอีก 20 คัน ในกลางปีหน้า รวมจำนวนรถทั้งสิ้น 30 คัน ที่จะให้บริการในช่วงระยะเวลา 2 ปี พื้นที่การให้บริการจะครอบคลุมในบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้งสองฝั่ง และทางโครงการจะเตรียมสถานีจอดรถไว้ทั้งหมด 12 สถานี กระจายครอบคลุมเพื่อรองรับความต้องการใช้งาน พร้อมทั้งติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า 10 สถานี และมีจำนวนช่องจอดรถให้บริการทั้งหมด 33 ช่องจอด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการในการเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT รวมถึงรถโดยสารประจำทาง” 

 

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ นิสิต อาจารย์ บุคลากรและประชาชนทั่วไป โดยผู้ใช้บริการจะต้องสมัครเป็นสมาชิกของโครงการผ่านระบบออนไลน์หรือมาสมัครด้วยตนเองที่สำนักงานโครงการที่ตั้งอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ค่าบริการเริ่มต้นที่ 30 บาทต่อครั้ง สามารถใช้รถได้ 20 นาที

โครงการยังวางแผนที่จะให้ “CU TOYOTA Ha:mo” เป็นเวทีเปิด เพื่อร่วมพัฒนาสู่นวัตกรรมการเดินทางของสังคมในอนาคต โดยมุ่งให้เกิดการมีส่วนร่วมจากบุคคล และภาคประชาสังคมในเรื่องระบบการแบ่งปันรถกันใช้ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก อันเกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาสังคม โดยเปิดโอกาสให้บริษัท นิสิตนักศึกษา นักวิจัย อาจารย์ และองค์กรต่างๆ ที่สนใจได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ ทำให้สามารถรวบรวมแนวคิดต่างๆ คัดเลือกแนวทาง พัฒนาแผนโครงการ ตลอดจนทดลองใช้ในพื้นที่จริง เพื่อเป็นแนวทางต่อไปในอนาคต

รศ.ดร.บุญไชย สถิตมั่นในธรรม รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ำว่า ทางมหาวิทยาลัยมุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก โดยสร้างความรู้ และนวัตกรรมที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาสังคมไทยอย่างสร้างสรรค์ และยั่งยืน มีการก่อตั้งโครงการ ‘ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย’ (CU Innovation Hub) เมื่อปีที่แล้วเพื่อเป็นเวทีสำหรับการพัฒนานวัตกรรม อันเป็นการปูทางเพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยของประเทศที่มีศักยภาพเชิงนวัตกรรมในระดับโลก เพื่อเปลี่ยนผ่านวิถีชีวิต การเรียนรู้ และการทำกิจกรรมต่างๆ ของคนไทย

“เรายังพัฒนาโครงการใหญ่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ด้วยชื่อโครงการ ‘เมืองจุฬาฯ อัจฉริยะ’ (CU Smart City) เพื่อเป็นต้นแบบอนาคตของกรุงเทพฯ ในหลากหลายมิติ เช่น เรื่องพลังงาน การเดินทาง สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ดังนั้น เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับโตโยต้าในโครงการนี้ และพร้อมสนับสนุนโครงการเพื่อร่วมพัฒนาสังคมการเดินทางในอนาคต ภายใต้แนวคิด ‘เวทีเปิดทางนวัตกรรม’

 โตโยต้าคาดหวังว่า โครงการ “CU TOYOTA Ha:mo” จะได้รับความร่วมมือ และสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาทางเลือกใหม่สำหรับการเดินทางในสังคมเมือง ซึ่ง “หัวใจสำคัญ” คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่ง เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงวิถีการเดินทาง อันจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน

จุดเด่นของ Ha:mo

-เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นในสังคมเมือง

-เมื่อขับรถถึงที่หมายสามารถจอดรถทิ้งไว้ได้เลย

-ประหยัดเวลา และน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยให้การเดินทางง่ายยิ่งขึ้น

ระยะเวลาการศึกษาโครงการ Ha:mo

เฟสแรก > การพัฒนา (ปี 2560 – ปี 2562)

-มีรถให้บริการ 10 คัน และเพิ่มเป็น 30 คัน ในปีถัดไป

-ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า 10 สถานี

-เตรียมสถานีจอดรถ 12 สถานี

-ให้บริการช่องจอดรถทั้งหมด 33 ช่องจอด

เฟสสอง > สร้างรูปแบบทางธุรกิจ (ปี 2563 เป็นต้นไป)

TOYOTA

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.