Microsoft ช่วย 'Kroger' เชนค้าปลีก Grocery ใหญ่ที่สุดในอเมริกาสู้กับ Amazon

Jan 10, 2019 P.Patikom

ความเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ Amazon กระทบธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Brick-and-Mortar หรือ Physical Stores ไปทั่ว ในอเมริกานอกจาก Walmart ที่มีการปรับตัวครั้งใหญ่และขยายอาณาจักรสู่ตลาดโลกสู้กับ Amazon ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อแล้ว Kroger ก็เป็นอีกรายที่ปรับตัวเพื่อสู้กับ Amazon, Kroger เป็นเชนค้าปลีกประเภท Grocery ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา แต่ถ้ามองในภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกทุกประเภทในอเมริกา Kroger ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจาก Walmart
 
Kroger ได้เป็นพันธมิตรร่วมมือกับ Microsoft เพื่อสร้างธุรกิจค้าปลีกประเภท Grocery ที่ทันสมัย ร้านค้าต้นแบบซึ่งตั้งอยู่ในวอชิงตันและโอไฮโอนั้นเต็มไปด้วยป้ายดิจิทัลกับชั้นวางสินค้าดิจิทัล และกล้องระบบจดจำภาพ  Kroger และ Microsoft มุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมการค้าปลีกที่ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้าและพนักงานร้านค้าปลีกในการให้บริการลูกค้า  ทั้ง 2 บริษัทหวังว่าจะใช้ Digital Signage (สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านจออิเล็กทรอนิกส์) ตามจุดต่างๆ ในร้านค้า เช่น ชั้นวางสินค้า เพื่อบริการลูกค้า และยังสามารถขายโฆษณาที่กำหนดลูกค้าเป้าหมายตามลักษณะทางภูมิประชากรของลูกค้า (Customer Demographics) ด้วย

 

ชั้นวางสินค้ามีการติดตั้งป้ายสัญญาณดิจิทัลที่นำลูกค้าไปยังผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ
 
Kroger เป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ลำดับที่ 2 ที่ได้ร่วมมือกับ Microsoft หลังจาก Walmart ประกาศการเป็นพันธมิตรทำงานร่วมกับ Microsoft ไปก่อนเมื่อปีที่แล้ว ผู้ค้าปลีกของอเมริกากำลังระมัดระวังการรุกขยายตลาดเพิ่มขึ้นของ Amazon กับธุรกิจในเครือ Amazon ทั้งธุรกิจที่เกิดจากการที่ Amazon เข้าซื้อกิจการอย่าง Whole Foods และร้านค้า Amazon Go 3,000 ซึ่งมีรายงานว่ามีแผนจะเปิดตัวทั่วสหรัฐอเมริกา ที่แสดงชัดเจนว่า Amazon กำลังรุกเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกที่เป็นร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมด้วย และผู้ค้าปลีกอย่าง Kroger หวังว่าโครงสร้างพื้นฐาน Azure Cloud และ AI ของ Microsoft จะช่วยให้พวกเขาสามารถแข่งขันกับ Amazon ที่ขับเคลื่อนด้วย Data-Driven ได้ สำหรับร้านค้าต้นแบบของ Kroger ที่เกิดจากการทำงานร่วมกับ Microsoft นั้น แม้จะยังไม่ก้าวหน้าเท่า Amazon Go ที่เป็นระบบ Cashierless (ไม่ต้องใช้เงินสด ไม่ต้องเสียเวลาชำระเงินตรงแคชเชียร์) แต่ร้านต้นแบบนี้มีความเป็นไฮเทคมากกว่าร้านค้าปลีกอาหารอื่นๆอีก 2,800 ร้าน
 
สำหรับลูกค้า ประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดของร้านค้านำร่องต้นแบบ 2 แห่ง คือประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบมีไกด์ ด้วยการใช้ “แอพ” หรือเทอร์มินอล (Terminals) “Scan, Bag, Go” ของ Kroger ที่มีอยู่ ซึ่งลูกค้าจะได้รับการแนะนำให้รู้จักตำแหน่งวางของสินค้าทั่วร้านเพื่อค้นหาสินค้าที่ต้องการในรายการช้อปปิ้งของพวกเขา เมื่อพวกเขาเดินไปยังช่องทางเดินที่ถูกต้อง ป้ายที่ชั้นวางสินค้าระบบดิจิทัลจะแสดงสัญลักษณ์ส่วนบุคคล เพื่อแสดงรายการสินค้าที่พวกเขาต้องการ แอพหรือเทอร์มินอลสามารถใช้เพื่อสแกนรายการสินค้า ก่อนที่จะนำลูกค้าไปยังรายการถัดไปในรายการสินค้าที่พวกเขาต้องการ
 
เมื่อพวกมันไม่ต้องช่วยเหลือนำลูกค้าไปยังสินค้าที่ต้องการ ป้ายสัญญาณดิจิทัลเหล่านั้นยังสามารถแสดงข้อมูลราคา และผลิตภัณฑ์ หรือสามารถแสดงโฆษณาที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายตามข้อมูลภูมิประชากร (Demographics) แอพ Kroger ยังสามารถแนะนำรายการสินค้าต่างๆ เพิ่มเติม ตามพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าด้วย
 

 ป้ายดิจิทัลยังสามารถเปลี่ยนเพื่อแสดงโปรโมชั่น
 
พนักงานของร้านค้าปลีกยังได้รับประโยชน์จากระบบใหม่ ป้ายดิจิทัลจะส่งแสงวาบเพื่อแสดงรายการสินค้าที่จะต้องรวบรวมสำหรับการส่งมอบของ Kroger และอ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า มีกล้องระบบจดจำภาพที่ฝังอยู่ในเพดานของร้านค้า เพื่อตรวจสอบเมื่อสต๊อกสินค้าบนชั้นวางใกล้หมด เซ็นเซอร์ในตู้เย็นของร้านค้ายังช่วยแจ้งเตือนให้พนักงานให้ความสนใจ หากอุณหภูมิในตู้เย็นสูงขึ้นมากเกินไปเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าอาหารที่แช่ในตู้เย็นของพวกเขาเสีย
 
ร้านค้าต้นแบบทั้ง 2 แห่งตั้งอยู่ในเมืองมอนโร รัฐโอไฮโอ และเมืองเรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของ Kroger และ Microsoft ตามลำดับ มีรายงานว่าร้านค้าที่เมืองเรดมอนด์ได้เปลี่ยนชั้นวางสินค้าใหม่ครึ่งหนึ่งเพื่อใช้ระบบ Digital Signage ใหม่  ในระยะต่อไปร้านค้าอีก 92 แห่งของ Kroger ก็จะใช้ ระบบ Digital Signage ที่ปลายช่องทางเดินระหว่างแถวของชั้นวางสินค้าในร้านเช่นกัน
 
นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า Microsoft จะทำงานในเรื่องการทำระบบร้านค้าที่ไม่ต้องใช้แคชเชียร์ (Cashier-free) ด้วย ซึ่งระบบทำงานโดยใช้กล้องที่ติดตั้งในรถเข็นช้อปปิ้งแต่ละคันเพื่อติดตามรายการสินค้าที่ลูกค้าซื้อ
 
การร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ Microsoft นี้ ไม่ใช่หุ้นส่วนด้านเทคโนโลยีรายแรกที่ Kroger ได้ประกาศร่วมมือกัน ย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน 2561 Kroger ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ Nuro เพื่อเปิดตัวบริการจัดส่งสินค้าด้วยระบบ Self-driving (ยานพาหนะขับเคลื่อนตัวเอง) และยังได้ประกาศแผนการสร้างคลังสินค้าหุ่นยนต์ในโอไฮโอด้วยการร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ Ocado 
 
ปัจจุบัน Amazon ครองตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ในสหรัฐอเมริกาประมาณครึ่งหนึ่ง แต่ Kroger ก็กำลังต่อสู้กันอย่างหนักเพื่อหยุดยั้งการบรรลุเป้าหมายที่คล้ายคลึงกันของ Amazon ที่กำลังมุ่งเป้าในการครองตลาดร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (ร้านค้าปลีกทางกายภาพ - Physical Stores, Brick-and-Mortar) เช่นเดียวกับที่ครองตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ไว้แล้ว
Cr :ภาพ: Microsoft
Cr : THE VERGE
 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.