4,113
VIEWS

ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กับ 5 ความท้าทายสำคัญ

Jan 08, 2019 R.Somboon

แม้จะเข้าถึงทุกครัวเรือนของคนไทย แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังต้องเผชิญความท้าทาย ที่เข้ามามีผลต่อการทำตลาด นอกจากความท้าทายในเรื่องของเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ดีนัก ทำให้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทบจะไม่มีการเติบโตในช่วง 2 – 3 ปีหลังมานี้ ส่วนในปีนี้ ตลาดที่มีมูลค่า 15,000 ล้านบาท ถูกคาดการณ์ว่าจะกลับมามีการเติบโตอีกครั้งในตัวเลขที่ไม่มากนักคือ 2 – 3% แล้ว ยังมีความท้าทายอื่นๆ ที่แวะเวียนเข้ามาทดสอบความสามารถในการทำตลาดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแต่ละแบรนด์ ลองมาดูว่า ความท้าทายเหล่านั้นมีอะไรบ้าง

1.การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นทั้งจากผู้เล่นในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอง และอาหารประเภทอื่นๆ ที่แวะเวียนเข้ามาแชร์พื้นที่กระเพาะของผู้บริโภค ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ใช่ทางเลือกเดียวในเรื่องของความสะดวกในการรับประทานอาหาร ความท้าทายจึงอยู่ที่นอกจากจะแข่งขันกันเองในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว ยังต้องแข่งกับสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูป หรืออาหารพร้อมรับประทานอื่นๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องของราคา และความสะดวกในการบริโภคยังคงเป็นหัวใจสำคัญของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หากมองย้อนกลับไปในอดีตที่มาม่าเพิ่งเข้าตลาดใหม่ๆ มีราคาซองละประมาณ 2.50 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางที่ในช่วง 40 ปีก่อนหน้านี้จะมีราคาขายต่อชามประมาณ 3 บาท ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังไม่ได้รับความนิยมกว้างขวางเท่าไรนัก

 

ต่อเมื่อราคาของร้านอาหารข้างทางขยับขึ้นไปตามค่าครองชีพ แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังคงราคาเดิม หรือปรับขึ้นไม่มากนัก ความนิยมในการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจึงแพร่หลายและมีการเติบโตของตลาดมากขึ้น จึงน่าสนใจไม่น้อยที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนำเข้าจากเกาหลีที่ขายซองละ 30 – 40 บาท ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับร้านบะหมี่ข้างทางจะได้รับความนิยมแบบยาวนานแค่ไหน จากปัจจุบันที่กำลังเป็นกระแส และขายดีอยู่ในตลาด

 2.มาร์จิ้นหรือกำไรในตลาดนี้มีค่อนข้างต่ำ ทำให้ต้องมีวอลุ่มที่มากพอ และนั่นคือเหตุผลที่ตอบคำถามว่าทำไมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหม่ๆ จึงเข้ามาแจ้งเกิดในตลาดนี้ได้ยากมาก

3.การคอนโทรลในเรื่องของต้นทุน กลายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการขึ้นราคาทำได้ยาก หากลีดเดอร์ คือมาม่าไม่ขยับหรือปรับขึ้นราคา รายอื่นๆ ก็แทบจะขยับตัวก่อนไม่ได้ ทำให้ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นการปรับราคาขายปลีกแค่ครั้งเดียวคือปรับจากซองละ 5 บาท เป็น 6 บาท เนื่องจากวัตถุดิบมีการปรับขึ้นจนอั้นไม่อยู่

4.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีฐานคนบริโภคค่อนข้างแมส โดยคนไทยทั่วประเทศจะบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตกวันละ 6 – 7 ล้านซอง ขณะที่อัตราการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อหัวของผู้บริโภคชาวไทยอยู่ที่ประมาณ 49 ซองต่อปี ส่วนประเทศเกาหลีอยู่ที่ 76 ซอง ขณะที่เพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนามที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประมาณ 52.6 ซองต่อปี ส่วนอินโดนีเซียมีตัวเลขการบริโภคเฉลี่ย 50.5 ซอง/คน/ปี

 

ตัวเลขบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเฉลี่ยของคนไทยที่อยู่ที่ 49 ซอง/คน/ปี เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นไม่มากนักจาก 2 – 3 ปีก่อนหน้าที่ถูกมองว่า เมื่อตัวเลขการบริโภคเฉลี่ยขึ้นไปแตะที่ 46 – 47 ชิ้นต่อปี จะทำให้ตลาดอิ่มตัว การเติบโตมีไม่สูงนัก

ทำให้ผู้ประกอบการแต่ละรายเองต่างก็พยายามหากลวิธีในการขยายฐานให้ตลาดเติบโตเพิ่มขึ้น อย่างก่อนหน้านั้นก็มีการขยายการเติบโตไปที่ตลาดแบบคัพ เนื่องจากมองว่าบะหมี่ซองอิ่มตัว ส่วนในปี 2560 ที่ผ่านมาตลาดแบบคัพก็เริ่มจะอิ่มตัวเช่นกัน ยังดีที่มีตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบพรีเมียมเข้ามาช่วยผลักดันให้ตลาดมีการเติบโต แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งจะเป็นการช่วยเขย่าให้ตลาดมีสีสันของบะหมี่นำเข้าจากเกาหลี โดยตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในบ้านเราจะมีมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท มาม่ายังคงครองความเป็นผู้นำตลาดแบบทิ้งห่างด้วยส่วนแบ่งตลาดเกือบๆ จะ 50% 

5.ความพยายามในการ Diversify ไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องยังคงมีให้เห็น ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสการเติบโตไปยังธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะกับการขยายไปสู่ธุรกิจร้านอาหารที่ล่าสุด กลุ่มสหพัฒน์ เจ้าของมาม่า มีการร่วมทุนกับ บริษัท โคราคุเอ็น โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด ผู้บริหารเชนร้านราเมน "โคราคุเอ็น ราเมน" ในญี่ปุ่น ขยายสาขาในไทยภายใต้บริษัท เพรซิเดนท์ โคราคุเอ็น จำกัด

ส่วนไวไว มีการแตกไลน์ธุรกิจมาทำสินค้าตัวอื่นๆ ที่ไม่ใช่บะหมี่กึงสำเร็จรูป เป็นการขยายธุรกิจเข้าไปยังสินค้าที่มีความใกล้เคียงกัน และสามารถใช้ศักยภาพของการทำตลาด และจัดจำหน่ายของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเข้ามาสนับสนุนได้ โดยมีการแตกไลน์ไปทำตลาดเครื่องปรุงรส เป็นต้น

แม้จะมีความท้าทาย แต่ด้วยขนาดของตลาดที่มีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ทำให้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังคงมีสีสันจากการแข่งขันของ 3 ผู้เล่นหลักอย่างมาม่า ไวไว และยำยำ.....

 

Strategic Move

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.