UOB ปรับโฉมรูปแบบสาขา ดึง 3 เซเลบ 3 ไลฟ์สไตล์แชร์ประสบการณ์สุดประทับใจ

Dec 25, 2018 -None-

ธนาคารยูโอบี(มหาชน) นำโดย เจมส์ รามา ปัทมินทรวิภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล เปิดตัวสาขาใหม่สวนกระแสดิจิทัล พร้อมปรับกลยุทธ์ฉีกกฎสาขารูปแบบเดิม เจาะกลุ่มลูกค้า 3 ไลฟ์สไตล์ ภายในงาน" UOB My Bank My Branch" โดยในงานแถลงข่าวได้ดึง 3 เซเลบ 3 สไตล์การใช้ชีวิต คือ ศรีริต้า เจนเซ่น, เปิ้ล นาคร พร้อมครอบครัวศิลาชัย และ ฟรุค เกรกพล มัสยวาณิช มาแชร์ประสบการณ์สุดประทับใจการใช้บรการสาขารูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

“การลงทุนไม่ใช่เพราะความฟลุคแต่ต้องมีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการเงินการลงทุนตัวจริง” ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช ที่กลายมาเป็นนักลงทุนตัวพ่อในปัจจุบัน เป็นอีกเซเลบริตี้สุดหล่อ “ฟลุค-เกริกพล” ที่หลายๆคนอิจฉา ทั้งรวย ทั้งเก่ง  จนหลายคนเกิดคำถาม เขาเริ่มเรียนรู้การลงทุนตั้งแต่เมื่อไร?

ด้านการลงทุนของฟลุคเริ่มต้นตอนอายุประมาณ 19 ปี เมื่อมีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงมีรายได้จากการแสดงก้อนโตเข้ามาตั้งแต่วัยรุ่น ช่วงแรกๆ คุณพ่อเข้ามาช่วยบริหารจัดการเรื่องการเงิน โดยเปิดพอร์ตนำเงินไปลงทุนในหุ้น ซึ่งในทุกวันก็จะส่งพอร์ตการลงทุนมาให้ดู ก็เห็นว่ามีขึ้นมีลงไปตามภาวะต่างๆ ทำให้รู้จักด้วยหุ้นตั้งแต่นั้นมา  และเมื่อโตขึ้นเราก็ได้เรียกรู้การบริหารความเสี่ยง  และด้วยในปัจจุบันฟลุคได้ขยายธุรกิจไปหลากหลาย  จึงอาจจะทำให้ไม่มีเวลาในการเข้ามาบริหารความเสี่ยงด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงต้องมองหาแบงก์หรือ ธนาคารผู้ช่วยที่เป็นมืออาชีพเข้ามาดูแลด้านการเงิน และการลงทุนให้น่าจะดีกว่า เพื่อวางแผนและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะกับสถานการณ์   และศึกษาหามาหลายที่และตัดสินใจ

ล่าสุดคุณฟลุคมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว “UOB My Bank My Branch” ฉีกกฎสาขารูปแบบเดิมเจาะกลุ่มลูกค้าสามไลฟ์สไตล์ทั้งกลุ่มครอบครัว กลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงาน/สตาร์ทอัพ และกลุ่มเจ้าของกิจการหรือกลุ่มผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง วันนี้เป็นตัวแทนกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง มาแชร์เคล็ดลับจากูรูการลงทุนอย่างคุณฟลุคให้ฟัง

เมื่อเรามาธนาคาร เราควรถามอะไรบ้าง?

เราต้องมีเป้าหมายในใจก่อน ว่าเราต้องการอะไรจากเงินก้อนนี้ สมมุติว่าคุณเอาเงินมา 5 ล้านที่ธนาคาร ในหัวของคุณต้องรู้แล้วว่าคุณไม่ต้องการให้เงินก้อนนี้ลดลงเลย ค่อยๆ ขึ้น ก็จะสามารถตอบได้ระดับนึงแล้ว ว่าคุณเป็นคนที่ต้องการความเสี่ยงน้อย

แต่ถ้าคุณต้องการให้เงินมันเติบโตแบบเยอะๆ และไม่คิดจะเอาออกเหมือนผม ก็แปลว่าคุณเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้สูง สิ่งสำคัญเลยคือคุณต้องมาพร้อมกับความคิดก่อนว่า คุณต้องการอะไรจากเงินก้อนนี้ และคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้เมื่อไร

ถ้าคุณจะต้องใช้เงินในอีกไม่กี่ปี ก็จะต้องเป็นการลงทุนอีกแบบนึง แต่ถ้าคุณจะใช้ตอนเกษียณ มันก็เป็นการลงทุนอีกแบบนึง ดังนั้นในหัวคุณต้องมาพร้อมกับว่าสู้แค่ไหน สู้ยาวแค่ไหน  ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนว่าคุณต้องการจะวิ่ง 4 X 100 หรือจะแข่งมาราธอน เราต้องรู้เป้าหมายตัวเองก่อน เราให้เงินทำงานแล้ว เราต้องรู้ว่า เราจะใช้เค้าไปทางไหน

จากนั้นคุณมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญว่าสิ่งที่คุณฝัน เป็นไปได้หรือเปล่า คุณไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด เพียงแต่ว่าคุณต้องหาคนที่เก่งที่สุด มาทำงานให้คุณ

แล้วเห็นคุณฟลุคเป็นคนจัดเต็มเรื่องไลฟ์สไตล์ทั้งกิน ช้อป เที่ยวแบบเต็มที่ มีวิธีการออมอย่างไร?

เคล็ดง่ายๆ ในการลงทุนของผม คือ  ต้องวางแผน  จัดสรร และบอกหาภาระ ขยายความกันอีกนิด  วางแผนการเงิน  คือ การจัดสรร สัดส่วนการเงิน การลงทุน  และหาภาระ คือ การหาวิธีการเก็บเงิน ผมจะจัดสรรเงิน มาลงทุนในคอนโดมิเนียม บ้าน  รวมทั้งซื้อของที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น นาฬิกา การลงทุนในหลายๆ สินทรัพย์ หากมีคนแนะนำให้ลงทุนจะฟังๆ ไว้ก่อน จากนั้นก็ลองดู แต่ไม่ต้องเยอะมาก ศึกษาก่อนการลงทุนถึงจะดีกว่า วิธีการลงทุนของผมคือซื้อหุ้นอะไรก็ได้ หรือตัวอะไรก็ได้ที่เพื่อนแนะนำ แต่ลงทุนไม่ต้องเยอะ ในหัวของผมคือถ้าเสีย 10% ถือว่าเลี้ยงข้าวเพื่อนมื้อหนึ่ง ถ้าลงต่ำกว่า 10% cut loss ทันที

สำหรับอีกด้านคือ หาภาระ ในที่นี้ คือ การหาวิธีที่จะบังคับให้ตัวเองเก็บเงินแบบมีวินัย  อาทิ เช่น การซื้อประกันแบบออมทรัพย์ การลงทุนในกองทุนเพื่อผลประโยชน์ด้านภาษี การเปิด “บัญชีการออม” แยกออกมาต่างหาก (เช่น บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง บัญชีฝากประจำ บัญชีกองทุนรวม) โดยเปิดใช้บริการธนาคารออนไลน์ ตั้งคำสั่งซื้ออัตโนมัติโดยโอนเงินจากบัญชีเงินเดือน เข้าบัญชีการออมทุกสิ้นเดือน ก็จะจำกัดตนเองให้ใช้เงินตามจำนวนที่เหลืออยู่ในบัญชีเงินเดือนเท่านั้น ทำให้เป็นการบังคับตัวเองไปในตัว  และยังสร้างวินัยการออมเงินได้เป็นอย่างดี ป้องกันการลืมออมเงินได้อีก

จากจุดเริ่มต้นที่คุณพ่อเข้ามาวางแผนการลงทุนให้ฟลุคนั้น จนวันนี้เมื่อถึงรุ่นลูกก็ได้มีการส่งไม้ต่อเช่นกัน โดยฟลุคได้เปิดพอร์ตเก็บเงินให้ลูกชาย พร้อมแนะนำเรื่องการลงทุน ให้ได้เรียนรู้ในการเลือกและรู้จักความเสี่ยงในการลงทุนแต่ละสินทรัพย์

“ผมว่าเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะให้ลูกเรียนรู้ แต่เราต้องเรียนรู้ด้วย เพราะหลายอย่างที่ลูกถามเราตอบไม่ได้ เราต้องไปหาความรู้ ได้เรียนรู้เพิ่ม บางอย่างลูกมีศักยภาพด้านเทคโนโลยีสูงกว่าผมด้วยซ้ำ ผมว่าเราต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เสมอ ซึ่งบางครั้งเราก็ต้องยอมจ่ายไปกับการเรียนรู้ แม้เราไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่”

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.