6,143
VIEWS

ไม่ใช่ออนไลน์ หรือออฟไลน์ กลุ่มเซ็นทรัลเดินหน้าสู่ O2O ที่สมบูรณ์แบบ

Dec 12, 2018 R.Somboon

ความน่าสนใจของการรุกตลาดของเซ็นทรัล กรุ๊ป นั้นน่าจะอยู่ที่การทรานส์ฟอร์มองค์กร ไปสู่การเป็น “นิวเซ็นทรัล นิวอีโคโนมี่” เพื่อครองตำแหน่งผู้นำด้านดิจิทัล – ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์ม แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ถูกลงรายละเอียดในการปฏิบัติการอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากการร่วมทุนกว่า 17,500 ล้านบาท กับกลุ่ม JD.com ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจากประเทศจีน ตั้ง เจดี เซ็นทรัล สร้างมาร์เก็ตเพลส แห่งใหม่ในชื่อ JD.co.th เพื่อเป็นอีกช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าของธุรกิจในเครือเซ็นทรัล ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆ นี้

การเป็นกลุ่มทุนค้าปลีกขนาดใหญ่ของ “เซ็นทรัล” ที่เป็นทั้งผู้ประกอบการค้าปลีกที่ครอบคลุมทุกประเภท และเป็นซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้า ทำให้กลายเป็นจุดแข็งในเรื่องของมี Resource ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการบุกตลาดค้าปลีกได้เป็นอย่างดี โดยจะทำผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เป็นทั้ง Physical Platform และออนไลน์ แพลตฟอร์ม เพื่อมุ่งสู่การเป็น O2O อย่างสมบูรณ์แบบ

แม้ในแง่ของออนไลน์จะเริ่มมีจุดที่ลงตัวจากการร่วมทุนกับกลุ่ม JD. แต่เรื่องของการรุกในส่วนที่เป็น Physical Platform ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกับการสร้างแพลตฟอร์มของศูนย์การค้าที่เข้าถึงโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อทำหน้าที่เป็น “หัวลาก” ในการผลักดันค้าปลีกที่เป็นธุรกิจในเครือของเซ็นทรัล กรุ๊ป ทั้งหมดออกไปรุกทั้งในระดับประเทศ และในระดับบภูมิภาคเอเชีย

ที่น่าสนใจก็คือ เซ็นทรัล กรุ๊ป มีบริษัทในเครืออย่าง บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เข้ามาทำหน้าที่เป็นเสมือน “ห้องทดลอง” ในการพัฒนาศูนย์การค้า รวมถึงร้านค้าปลีกรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงโอกาสในการเติบโต การทำหน้าที่เป็นเสมือนห้องแล็บทดลองโมเดลใหม่ๆ นี้ เมื่อทำสำเร็จเรียบร้อยก็จะส่งต่อให้บิสซิเนส ยูนิต ที่รับผิดชอบนำไปบริหารหรือทำต่อ 

ล่าสุดกับการพัฒนา Porto de Phuket (ปอร์โต เดอ ภูเก็ต) ศูนย์การค้าในรูปแบบ Open Mall โมเดลแรกของกลุ่มเซ็นทรัล ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร คือตัวอย่างในเรื่องที่ว่านี้ โดยการทำศูนย์การในไซส์ขนาดนั้น เป็นเพราะด้วยพื้นที่ที่ไม่ได้มาก ประกอบกับยุทธศาสตร์ที่ตั้งทำให้กลุ่มเซ็นทรัลพบความต้องการของตลาดที่ไม่จำเป็นต้องสร้างเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ จึงเลือกที่จะทำ Open Lifestyle Mall เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวและกลุ่มผู้อยู่อาศัยในพื้นที่

เป็นการสร้างโอกาสในการเติบโตที่รุกเข้าหากำลังซื้อใหม่ๆ ที่แม้ในภูเก็ตเซ็นทรัล กรุ๊ป จะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างเซ็นทรัล เฟสติวัล ที่บริหารโดยเซ็นทรัลพัฒนาแล้วก็ตาม แต่การมีอีกศูนย์การค้าที่เข้าไปในย่านชุมชนแบบนั้น ก็สามารถช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

การทำหน้าที่ห้องแล็บพัฒนาโมเดลใหม่ๆ ให้กับบริษัทในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลนี้ ประสบความสำเร็จอย่างมากมาแล้วกับการพัฒนาศูนย์การค้าไซส์เล็กอย่างท็อปส์ พลาซ่า ที่สามารถเข้าถึงกำลังซื้อในจังหวัดเล็กๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการมีสายป่านที่ค่อนข้างยาวของยักษ์ใหญ่รายนี้ทำให้สามารถลองผิด ลองถูกก่อนที่จะพบจุดลงตัวได้

อย่างในกรณีขอองการนำห้างโรบินสันเข้าไปเปิดในศูนย์การค้าท็อปส์ พลาซ่า จังหวัดพะเยา ที่เป็นการทดลองดูว่า โอกาสของห้างสรรพสินค้าโรบินสันในการเข้าไปเปิดในจังหวัดที่มีขนาดไม่ใหญ่นักจะมีหรือไม่

เดิมที โรบินสันมีห้างสรรพสินค้าอยู่แล้วในจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีระยะทางไม่ห่างจากพะเยามากนัก แต่ด้วยข้อมูลบิ๊กดาต้าที่ได้จากบัตรเดอะวัน คาร์ด ทำให้ทราบว่า มีคนพะเยาเข้าไปช้อปที่โรบินสัน เชียงราย ไม่น้อย จึงเข้าไปเปิดที่พะเยา เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกให้กับกำลังซื้อในพื้นที่

การเปิดโรบินสัน พะเยา ในครั้งนี้ เป็นเสมือนการทดลองตลาด ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จะทำให้กลายเป็นต้นแบบในการรุกเข้าไปในจังหวัดขนาดเล็ก ซึ่งจะเป็นอีกโอกาสทางการตลาดของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน

 

3 โมเดลศูนย์การค้า

ตอบโจทย์ทั้งการขาย – ใช้ชีวิต           

กลุ่มเซ็นทรัล จะมีโมเดลของศูนย์การค้าออกมา  3 รูปแบบ โดยแบ่งหน้าที่กันทำตลาดอย่างชัดเจน ไล่ตั้งแต่

1.ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มีแบรนด์หลักๆ ก็คือ เซ็นทรัล พลาซ่า และเซ็นทรัล เฟสติวัล มุ่งเจาะเข้าไปยังหัวเมืองขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ในการยกระดับไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้ง และการใช้ชีวิตของคนเมืองรุ่นใหม่ รวมถึงการตอบสนองการใช้ชีวิตแบบคนเมือง

ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล และหัวเมืองขนาดใหญ่ ที่ภายในปีนี้จะมีศูนย์การค้าในรูปแบบนี้ทั้งหมด 32 สาขา โดย 2 สาขาล่าสุดที่จะเปิดให้บริการคือที่จังหวัดนครราชสีมาที่เปิดไปแล้วเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา และสาขามหาชัย ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนในปีหน้าจะเปิดอีกสาขาที่จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แบรนด์ เซ็นทรัล เฟสติวัล ซึ่งจะเปิดราวเดือนเมษายน

2.ศูนย์การค้าขนาดกลาง ภายใต้แบรนด์ไลฟ์สไตล์เซ็นทรัล ซึ่งถูกวางไว้ให้เจาะเข้าไปในหัวเมืองรอง ที่ทั้งเซ็นทรัล พลาซา และเซ็นทรัล เฟสติวัล ไม่สามารถเข้าไปเปิดได้ เนื่องจากมีขนาดของตลาด และกำลังซื้อที่ไม่มากพอที่จะรองรับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ได้

3.ศูนย์การค้าขนาดเล็กภายใต้แบรนด์ท็อปส์ พลาซ่า ซึ่งเป็นเหมือนรูปแบบศูนย์การค้าขนาดย่อมของกลุ่มเซ็นทรัลที่จะเข้ามาเจาะตลาดในระดับจังหวัดขนาดเล็ก หรืออำเภอขนาดใหญ่ได้มากขึ้น ท็อปส์ พลาซ่า นี้เป็นโมเดลล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเพื่อรองรับการขยายตัวของกลุ่มเซ็นทรัลในเมืองขนาดเล็กและจังหวัดขนาดย่อมที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาและโรบินสันไลฟ์สไตล์ไม่ได้เข้าไปเปิดให้บริการโดยท็อปส์จะเป็นเหมือนดีเวลลอปเปอร์พัฒนาพื้นที่และดึงพาร์ทเนอร์ธุรกิจและสินค้ากลุ่มต่างๆ เข้าไปร่วมเปิดด้วยกัน

เซ็นทรัล กรุ๊ป  เปิดท็อปส์ พลาซ่า  3 สาขาแรกไปแล้วที่จังหวัดพิจิตร พะเยา และสิงห์บุรี ส่วนการเปิดสาขาของท็อปส์ ที่ใช้ฟอร์แมตของท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ คือขายทั้งสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต ของใช้ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นอีกรูปแบบที่ใกล้เคียงกับท็อปส์ พลาซ่า ที่นอกจากจะมีร้านท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ แล้ว ยังมีร้านค้าย่อยๆ ประกบเข้าไป เป็นอีกหนึ่งการเปิดโอกาสในการเข้าถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในอำเภอขนาดใหญ่ของจังหวัดอุดรธานี

 

เดินหน้าสู O2O

ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เคยพูดไว้อย่างน่าสนใจเมื่องานแถลงข่าวใหญ่ของกลุ่มเซ็นทรัลในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาว่าเทคโนโลยีไม่ได้เข้ามา Disrupt เซ็นทรัล แต่เข้ามาเอื้อประโยชน์ในการทำธุรกิจให้กับเซ็นทรัล ด้วยแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่อยู่กับเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลมีทิศทางที่ชัดเจนในการทรานส์ฟอร์มไปสู่นิวเซ็นทรัล เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าของกลุ่มเซ็นทรัล

การทำค้าปลีกต่อจากนี้ไปของกลุ่มเซ็นทรัลจึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวสินค้า แต่อยู่ที่แพลตฟอร์มที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลาย ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลอยู่ในโพซิชั่นที่ค่อนข้างยูนีค ที่มีทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว จะทำอย่างไรให้มันมีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเท่านั้นเอง

แม้ก่อนหน้านั้น ค้าปลีกในเครือของกลุ่มเซ็นทรัล จะมีการขยับตัวเข้าไปทำในเรื่องของออนไลน์ แต่ก็เป็นการทำแบบกล้าๆ กลัวๆ ไม่เต็มที่นัก เนื่องจากกลัวว่าจะเข้ามากระทบต่อการเติบโตของค้าปลีกออฟไลน์ที่เป็นจุดกำเนิดของกลุ่มเซ็นทรัล

การร่วมทุนกับกลุ่ม JD. จึงเป็นเสมือนการเข้ามาเติมเต็มช่องว่างดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เพราะ J.D.com ไม่เพียงจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นช่องทางขายด้านออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเข้ามาเติมเต็มในการรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่โดย ดิจิทัล – ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม จะถูกพัฒนาในทุกกลุ่มธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัล รวมถึงต่อยอดไปยังธุรกิจใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผ่านการขับเคลื่อนในสามมิติสำคัญ คือ

 

1.ข้อมูล (Data) จัดเก็บข้อมูลทั้งหมด (Data Lake) จากทุกกลุ่มธุรกิจ ไว้บนระบบคลาวด์ เพื่อที่จะสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน เกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าเชิงลึก (Single View of Customer) และสามารถมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าคนพิเศษ

2. ลอยัลตี้ และการตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล (Loyalty & Personalized Experience) ผ่านทางแพลตฟอร์มใหม่ของเดอะวัน (The 1) จะทำให้กลุ่มเซ็นทรัลสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับลูกค้า และตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น 3. ออมนิชาแนล แพลตฟอร์ม (Omni Channel Platform) พัฒนาให้ทุกธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลก้าวสู่การเป็นออมนิชาแนล แพลตฟอร์มอย่างแท้จริง สามารถเชื่อมต่อประสบการณ์การช้อปปิ้งระหว่างโลกออฟไลน์ และออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทุกที่ ทุกเวลา

ไม่เพียงเท่านั้น การร่วมทุนกับ JD.com ยังทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยเติมเต็ม Ecosystem ในธุรกิจออนไลน์ของกลุ่มเซ็นทรัลให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น โดย 2 ธุรกิจใหม่ที่จะเกิดตามมา คือ

1.E – Logistics ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลจะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านลอจิสติกส์รายใหญ่ของประเทศ พร้อมบริการออนดีมานด์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

2.E- Finance ที่กลุ่มเซ็นทรัลจะมุ่งหน้าเป็นบริษัทฟินเทคเต็มตัว ให้บริการด้านการเงินอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งอีเพย์เม้นต์ และอีไฟแนนเชียล สำหรับทั้งลูกค้า และซัพพลายเออร์คู่ค้า

หัวใจสำคัญในการที่จะเข้ามาช่วยให้กลุ่มเซ็นทรัลบรรลุเป้าหมายที่วางไว้จะอยู่ที่เรื่องของแพลตฟอร์ม ซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องของดิจิทัล แพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ยังรวมถึง Physical Platform อย่างศูนย์การค้า หรือโมเดลร้านค้าปลีกในรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่เดิม และพัฒนาขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะทำให้ทั้ง 2 แพลตฟอร์มกลืนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อเดินไปสู่การเป็น O2O ที่สมบูรณ์แบบ โดยจะเป็น Multi Format Multi Platform ที่ผสานกันได้อย่างลงตัว.....

 

Central Group

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.