7,218
VIEWS

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด บทบาทของการทำงานร่วมกัน ที่มากกว่า สปอนเซอร์

Jul 23, 2017 S.Worapol

ทีมหัวตารางในหลายๆ ฤดูกาลอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็ได้โชว์ศักยภาพของทีมมาแบบต่อเนื่อง ทั้งการสร้างสีสัน และมิติใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอยู่เสมอ

หลายครั้งที่เราเห็นปรากฏการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงในวงการฟุตบอล ผู้เล่นอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็จะมีความเคลื่อนไหวและปรับตัวให้เราเห็นตามไปด้วยเช่นกัน 

“ฟุตบอลพัฒนาขึ้นมามาก ทั้งในมุมของสโมสร แฟนบอล และสปอนเซอร์ ทุกอย่างพัฒนาขึ้นมาก สู่ความเป็นมืออาชีพมากขึ้น เพราะด้วยคนส่วนใหญ่ที่ชอบกีฬาประเภทฟุตบอลอยู่แล้ว ทั้งคนไทยและทั่วโลก เป็นเกมที่ทุกคนสามารถสื่อสารหากันได้ ทำให้ฟุตบอลเฟื่องฟูเร็ว เพราะมีฐานความชอบจากคนดูเยอะ และนำเอาระบบต่างๆ ในต่างประเทศมาพัฒนาขึ้น

เมื่อพัฒนาขึ้นแฟนบอลก็เริ่มสนใจเข้ามาเยอะขึ้น ทำให้ผู้จัดมีกำลังใจมากขึ้น และทำให้ระบบสปอนเซอร์พัฒนาขึ้นมาด้วย เมื่อมีผู้จัดที่ดีสโมสรก็เข้มแข็ง ทำให้เป็นธุรกิจที่เฟื่องฟูในภาพรวมของวงการฟุตบอลไทย ถือว่าพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก ทั้งกฎกติกาต่างๆ ที่ดีขึ้น นักเตะ โค้ช กรรมการ และผู้ชม”

คำกล่าวของ คุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร  ผู้อำนวยการสำนักงาน Enterprise Brand Management เอสซีจี ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

อย่างที่กล่าวไปว่า วงการฟุตบอลบ้านเรามีการพัฒนาไปค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นกีฬายอดนิยม มีฐานคนดูมาก รวมถึงกระแสฟุตบอลไทยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เทรนด์ของผู้บริโภคมาในเรื่องนี้มากขึ้น

แบรนด์ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อวงการฟุตบอลมากยิ่ง ทั้งในแง่ของการสนับสนุน การทำงานร่วมกัน ส่งผลให้เกิดพัฒนาการของรูปแบบการสนับสนุนและเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากที่เป็นกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ มาสู่การสร้าง Engagement และนำไปสู่การสร้าง Community ของกลุ่มลูกค้าได้อีกในอนาคต

แต่สำหรับ เอสซีจี องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยหลักธรรมาภิบาลก็ยังคงต้องทำให้นโยบายในการเป็นผู้สนับสนุนหลักกับทิศทางของสโมสรเป็นไปในทางเดียวกันด้วยเช่นกัน

“สำหรับแบรนด์ที่จะเข้าถึงคน ผ่านกีฬาฟุตบอลจะทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยเหตุผลอย่างที่บอก คือ เป็นกีฬายอดนิยมอันดับ 1 แต่กีฬาฟุตบอลจะเป็นเรื่องเสี่ยงสำหรับแบรนด์ เช่น เรื่องการพนัน เรื่องตีกัน เราจะต้องทำให้ฟุตบอลดูสมาร์ทมากขึ้น ให้ภาพลักษณ์ของเราไปในทิศทางเดียวกัน หรือการเป็นสุภาพบุรุษนักกีฬา ต้องมีวินัย มีความสม่ำเสมอ การควบคุมอารมณ์ของนักกีฬา เราต้องสร้างให้ทีมมีคุณลักษณะที่สอดคล้องกับแบรนด์เรา เป็นการยกระดับ สร้างมาตรฐานสโมสรให้ทีมอื่นๆ พัฒนาตามไปด้วย”

เอสซีจี วางวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนทีมฟุตบอล คือ การไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ดูทีมที่ความสามารถที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลให้เป็นมืออาชีพ ต้องมีวินัย มีความขยัน ต้องมีโค้ชที่เก่งเฉพาะทาง และเรื่องโภชนาการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดูแลนักกีฬา

เพราะฉะนั้น การเป็นผู้สนับสนุนในตลาดฟุตบอลยุคนี้ จึงไม่ใช่แค่การให้เงิน หรือสิ่งของที่แบรนด์มีไปเพื่อให้สโมสรช่วยโปรโมท แต่เปลี่ยนมาที่การทำงานร่วมกันระหว่างสปอนเซอร์และแบรนด์ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน

“สำหรับ สโมสร เอสซีจี เมืองทอง เราจะให้นักบอลไปเก็บตัวที่โรงงานที่สระบุรี มีฟิตเนส มีนักโภชนากรที่ช่วยดูแลเรื่องอาหารการกิน นักกีฬาจะต้องมีจิตวิทยานักกีฬาอีกด้วย ต้องมีสมาธิในการแข่งขัน เรื่องการควบคุมอารมณ์ในสนามฟุตบอลเป็นกีฬาที่นิยมสูงสุด มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะมีการประทะกันสูง ทั้งเรื่องนักกีฬา และเรื่องมีปัญหากัน ทีมงานจะต้องมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้”

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของสโมสรทีมฟุตบอลมาเป็นในลักษณะของธุรกิจหรือองค์กรมากขึ้น ก็ต้องมีการปรับในแง่ของการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง และสถานการณ์ในโลกปัจจุบัน  

“นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกสโมสรเริ่มพัฒนาขึ้นมา ตอนนี้ทุกคนคิดแล้วว่าจะทำอย่างไรให้วงการนี้เป็นวงการที่ยั่งยืน นักบอลจะต้องอยู่ในวงการนานอย่างไร เราจะต้องวางแผนทั้งเรื่องของรายได้ รายจ่ายทั้งหมด ถ้าเราหาสปอนเซอร์ได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี  

แต่ถ้าเราสามารถสร้างนักบอลเด็กๆ ให้เข้มแข็งขึ้นมาได้ เราจะสามารถทำรายได้จากการส่งนักบอลออกไป และลดรายจ่ายจากการซื้อตัวจากที่อื่นอีกด้วย และเราสามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมต่างๆ ในสโมสร การขายของที่เกี่ยวกับนักบอล”

เอสซีจี ยังคงแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาปรับใช้กับแนวทางและการบริหารทีม โดยสอดแทรกยุทธวิธีทางการตลาดที่ฝั่งแบรนด์ถนัด ในขณะที่ตัวสโมสรก็ได้รับผลดีทำให้มีผลงานในสนามดีอย่างต่อเนื่อง

“ถ้าเราสามารถทำเรื่องของ e-market ได้ จะเป็นการสร้าง CRM ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ระหว่างสโมสรกับแฟนบอล ซึ่งการทำงานจะต้องกระตุ้นให้หลายๆ ส่วนพร้อมกัน โดยเฉพาะสร้างฐานลูกค้า ถึงแม้ลูกค้าจะไม่สะดวกมาดู แต่เราสามารถทำ Live ให้ดูได้ เพราะเราจะต้องสร้างความชอบให้ลูกค้าที่ไม่สะดวกมาดู และเรื่องบอลจะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันได้”

ทั้งการมองไปที่การพัฒนานักเตะรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทน การให้ความรู้เรื่องโภชนาการ การจัดการกับฐานลูกค้าและฐานแฟนบอล นับว่าเป็นการปูทางให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มีกรอบแนวทางการทำทีมได้อย่างยั่งยืน

เพราะอย่าลืมว่า หัวใจของสโมสรที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีทีมชุดใหญ่ไว้เป็นตัวยืน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทีมนี้จะยั่งยืนตลอดไป การมีอคาเดมีเพื่อสร้างรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทนก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจที่สำคัญไม่แพ้กัน

อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การสร้างแบรนด์ของสโมสรให้มีความแตกต่าง เป็นที่จดจำ เช่นเดียวกับแนวทางของธุรกิจที่ต้องสร้างการรับรู้ สร้างปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ และนำไปสู่ความภักดีต่อแบรนด์

“เราจะต้องสร้างสโมสรให้ก้าวไกลไปถึงระดับเอเชีย โดยมีนักบอลที่เราสร้างให้เขาเก่งและพัฒนาเขาให้เป็นจุดยืนของสโมสรที่จะพาทีมไปไกล และเด็กรุ่นใหม่ที่จะก้าวเข้ามาสู่วงการฟุตบอล เราคัดมาด้วยความโปร่งใส เพราะดูที่ฝีมือกันล้วนๆ ทำให้เด็กๆ จะสามารถพัฒนาให้เก่งเท่าระดับนักบอลในปัจจุบันได้”

ในฐานะแบรนด์ที่เป็น Name Sponsor ยิ่งทีมไปได้ไกลมากแค่ไหน แบรนด์ก็ไปไกลด้วยเช่นกัน ประโยคนี้คงจะช่วยยืนยันแล้วว่าการเป็นผู้สนับสนุนในยุคนี้ไม่ใช่เเค่ใช้เงิน แต่ต้องทำงานด้วยกันประดุจพันธมิตรทางธุรกิจ

คุณวีนัส อธิบายในเรื่องของแบรนด์กับการสนับสนุนทีมฟุตบอลว่า “เราดูในเรื่องของ คาแร็กเตอร์ ว่าเราสามารถไปด้วยกันกับสโมสรนี้ได้ไหม ปัจจัยแรกๆ ก็ดูในเรื่องของความสามารถของทีม เอสซีจี เราจะเลือกทีมที่สามารถพัฒนาไปด้วยกันได้ มีวิสัยทัศน์ที่ต้องกัน คุยกันเข้าใจกัน เราจะสร้างนักบอลของเราให้เป็นในเรื่องสุภาพบุรุษนักกีฬา ภาพลักษณ์ของนักบอลจะสามารถสะท้อนความเป็นแบรนด์ของเราได้อีกด้วย” 

แบบแผน และนโยบาย รวมถึงการมองเทรนด์พัฒนาการของฟุตบอลกับบทบาทของแบรนด์ที่เข้าไปในฐานะผู้สนับสนุนของเอสซีจี มีความชัดเจน และแยบยล จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทั้งในสนามแข่งขันที่ดุเดือด นอกสนามเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็สามารถรั้งตำแหน่งจ่าฝูงได้อย่างสง่างามสมกับความเป็น สุภาพบุรุษนักกีฬา 

SCG

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.