รับเทรนด์ ยุค 4.0 กับ “Living Stock”

Nov 27, 2018 P.Natthanit

การแข่งขันในวงการสตาร์ทอัพ ถ้าตัวเองไม่แข็งแรงพอ ก็อาจจะผลเสียงซะมากกว่า ในฝั่งสตาร์ทอัพที่เป็นกลุ่มธุรกิจอสังหาฯก็เช่นกัน และนี่คือการปรับตัวของ “LivingStock” ธุรกิจผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องการส่งมอบข้อมูลที่เหมาะสมและตอบโจทย์เทรนด์ของผู้ใช้บริการ ผ่านแอพลิเคชั่น “Living Stock”  ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จะเชื่อมต่อคนในตลาดอสังหาริมทรัพทย์ได้แบบครบวงจร พร้อมกับนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการระบบการ ขาย - เช่า ซึ่งมีรายการให้ค้นหามากกว่า 250,00 รายการ

วันนี้เราจึงถือโอกาสพูดคุยผ่านมุมมองธุรกิจโดย คุณภูวนัย ภัทรโภคิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ลิฟวิ่ง อินไซเดอร์ จำกัด ว่าเป็นอย่างไร

Q : มองโอกาสตรงนี้ยังไง?

A : ปกติแล้วในหลายๆ เจ้าจะมองในเรื่องของ Business Model ก่อน แต่ผมมองว่า จะทำอย่างไรให้ยูสเซอร์ได้ประโยชน์ก่อน เอาตรงๆ การสร้างทีม Developer เพื่อพัฒนาตรงนี้ใช้เงินค่อนข้างสูง  ถ้าเราเอาเงินจากสิ่งที่เราได้อยู่แล้วจากการทำธุรกิจ  Business-to-Business  ไปเก็บไว้อย่างเดียว ก็ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าเราก็นำเอาเงิน 80% ของรายได้ที่เรามีเอามาสร้าง นำเอามาพัฒนา ให้เกิดประโยชน์ ในมุมของผู้ใช้บริการก่อน โดยที่ไม่เก็บค่าบริการ แต่ทดลองกันก่อนว่าสุดท้ายแล้วผู้ใช้พึงพอใจหรือเปล่า เกิดประโยชน์กับเขาไหม หลังจากที่ผู้ใช้รู้สึกว่าใช้แล้วมันเกิดประโยนช์กับเขา เราก็ค่อยมองหาลักษณะที่เป็น Benefit เพิ่มเติม เพื่อทำให้รู้สึกพอใจและชื่นชอบที่จะใช้แลพตฟอร์มของเรต่อไป

 

Q : Business Model

A : Business Model แบบนี้ที่เราทำ คิดว่าในโลกยังไม่เคยมีมาก่อน แต่ยังคงมีบางส่วนที่เหมือนกัน อย่างเช่น บางเว็บหากคุณจะไปโพสท์ในเว็บเขาก็จะเก็บเงินในการใช้บริการ ถ้าจะดันประกาศให้คนเห็นเยอะๆ เขาก็เก็บเงิน ซึ่งของเราก็มีส่วนนั้น แต่การเชื่อมโยงสต็อคยังไม่มีใครทำ เพราะว่าทำค่อนข้างยาก แล้วหลายเว็บในเมืองไทยจะแบ่งแยกเว็บไซต์อสังหาฯ เป็นสองเว็บ เว็บแรกคือพวกรีวิว ซึ่งเราก็ไปรีวิวด้วยและเขาจะหารายได้จากการรีวิว และแบบที่สองคือพอร์ทัลเว็บ ส่วนใหญ่เว็บรีวิวกับพอร์ทัลเว็บ จะไม่อยู่ด้วยกัน เหตุผลเพราะว่ามันยากทั้งสองอย่าง จะทำรีวิวจริงมันก็เหนื่อยหากคุณทำไม่ใหญ่พอ ถ้าจะทำพอร์ทัลเว็บคุณก็ต้องจัดการกับดาต้าที่มันมีเยอะมาก เราจึงเกิดไอเดียว่าเราน่าจะเป็นเว็บเดียวที่มีสองอย่างรวมอยู่ด้วยกัน ผมคิดว่าเป็นงานหนักพอสมควร ซึ่งส่วนของรีวิวมันเป็น B2B Business-to-Business  ส่วนของแอพเป็น B2C Business-to-Consumer

 

Q : บริการแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร?

A : ต้องบอกว่าแอพฯของเราถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ง่ายกว่า แพลตฟอร์มอื่นๆ ที่เป็นแอพลิเคชั่นในเมืองไทย ที่เป็นของวงการอสังหาก็มีเพียงแค่สองเจ้า นั่นก็คือเจ้าใหญ่อย่าง DT Properties แล้วก็ Living Insider แต่ว่าหากได้ลองใช้แล้วก็จะรู้ได้ว่าของเรานั้นมีฟีเจอร์ที่เยอะกว่า ใช้งานง่ายและไวกว่า

 

Q : มองการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้อย่างไร?

A : แน่นอนว่าธุรกิจพวกนี้มาเร็ว อย่างที่ประเทศจีน ถ้าหากมีไอเดียอะไรบางอย่าง คุณก็จะเจออีก 500 เจ้า ในเวลาไม่เกิน 1 เดือน ผมมองว่าสำหรับธุรกิจในเมืองไทย มันมีข้อดีอย่างนึง คือยุคที่เราเริ่มต้นธุรกิจไอทีกัน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผม หรือบริษัทอื่น สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การทำหรือไอเดีย เพราะแต่ละเจ้าสามารถก็อปไอเดียกันได้ แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือ คุณจะสามารถสร้างทีม Developer ได้หรือเปล่า ในการสร้างทีมนั้นคุณไม่สามารถ ฟอร์มทีมได้ในระยะสั้น นั้นคือจุดได้เปรียบของผม คือผมฟอร์มทีมได้แล้ว อย่างน้อยการที่เขาจะเซ็ตระบบ หรือติดตั้งระบบได้นั้น เขาจะต้องมีเวลาอีก 6 เดือน มันเหมือนทีมฟุตบอล เวลาที่คุณจะต้อง Recruit คน ถึงแม้จะมีคนเยอะแต่ก็ใช้ว่าจะสามารถทำงานได้เร็ว เพราะว่ามันจะมี Turn Over ค่อนข้างสูง ถ้าหากใครอยู่วงการไอทีจะรู้ เพราะฉะนั้นการฟอร์มทีมให้แต่ละคนมาทำงานกันได้ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ช่วงเวลานั้นจะเป็นช่วงเวลาที่ผมจะออกวิ่งไปได้ก่อน เพราะผมทำก่อนคนอื่น และสามารถทำอะไรใหม่ๆ ออกมาได้ทุกเดือน ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะมีเจ้าอื่นเข้ามาทำตามแน่นอน

 

Q : อนาคตจะมีการพัฒนาไปในทิศทางไหน? 

A : เนื่องจากตัวแอพนี่ถูกคิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน แต่แค่มันเพิ่งเปิดตัววันนี้ เพราะฉะนั้นในวันนี้เราก็มีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่รอจะปล่อยออกไปอยู่แล้ว แต่แค่รอเวลาที่เหมาะแค่นั้นเอง

อสังหาฯ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu