3,239
VIEWS

ทำไม !!!! ห้างอยู่ในญี่ปุ่น แต่ถึงมาทำการตลาดในไทย มิตซุย ฟูโดซัง รีเทล มีคำตอบ....

Nov 12, 2018 R.Somboon

ถือว่าสวนทางกับการปิดสาขาพาราไดซ์พาร์คของห้างญี่ปุ่นอย่างโตคิว เพราะนี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ บริษัท มิตซุย ฟูโดซัง รีเทล เมเนจเม้นท์ ผู้พัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีกที่เป็นเจ้าของศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าแบรนด์ดังในประเทศญี่ปุ่น อาทิ มิตซุย เอาท์เล็ต พาร์ค ห้างสรรพสินค้าไดเวอร์ ซิตี้ โตเกียว พลาซ่า เข้ามาทำตลาดโดยตรงกับลูกค้าชาวไทยถึงในประเทศไทย

ในครั้งนี้ เป็นการโปรโมทห้างสรรพสินค้าไดเวอร์ ซิตี้ โตเกียว พลาซ่า (Diver City Tokyo Plaza) ย่านโอไดบะ (Odaiba) กรุงโตเกียว ที่มีการเติมเต็มแมกเน็ตของห้างใหม่ๆ เข้าไป คือสวนสนุกดิจิทัล “hexaRide" ซึ่งก็คือ Q-Ride รูปแบบใหม่ล่าสุดที่สร้างสรรค์โดยบริษัท Brogent Japan Entertainment (BJE) ที่ผู้เล่นจะต้องใช้ ”จอแสดงผลแบบสวมศีรษะ" (HMD : Head Mounted Display) ที่มองเห็นภาพได้ 360 องศาผ่านเครื่องเล่น 1 เครื่องที่ร่วมสนุกได้พร้อมกันถึง 12 คน ซึ่งใช้เวลารอบละประมาณ 8 นาที

เนื้อเรื่องในเกมดังกล่าว พัฒนามาจากแอนิเมชั่นอภิมหาไซไฟแนวปรัชญาที่ได้รับความนิยมเมื่อหลายสิบปีก่อน และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2017 เรื่อง GHOST IN THE SHELL ตามมาด้วยเนื้อหาส่วนที่ 2 คือเรื่อง ผ่าพิภพไททัน (Attack on Titan) มังงะชื่อดังที่ถูกนำมาสร้างเป็นแอนิเมชั่นรวมถึงภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นที่ยังดำเนินต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ รับรองเลยว่าคุณจะได้สัมผัสความรู้สึกเสมือนหลุดเข้าไปอยู่ในแอนิเมชั่นเลยทีเดียว ค่าเข้าชมเพียงท่านละ 1,000 เยน และเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 - 21.00 น.

นอกจากนี้ยังมีสวนสนุกที่เปิดตัวใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ ความเพลิดเพลินรูปแบบใหม่ไปสู่อนาคตที่เพียบพร้อมด้วยความงามแบบศิลปะดิจิทัล "LITTLE PLANET XFLAG" ซึ่งสร้างสรรค์โดยบริษัท PlaceHolder เจ้าของแอพพลิเคชั่นเกมอันโด่งดัง "Monster Strike" ที่มีผู้เล่นมากถึง 7 ล้านคนในปีนี้ โดยสวนสนุกแห่งนี้ได้พัฒนาเป็นสถานที่สร้างความบันเทิงและการเรียนรู้ของเด็กๆ ด้วยคาแร็กเตอร์จากเกมฟอร์มยักษ์ Monster Strike ภายใน "LITTLE PLANET XFLAG" คุณจะได้พบกับวิดีโอเนื้อหาเกี่ยวกับเกม กิจกรรมน่าสนใจ รวมถึงมุมขายสินค้าคาแร็กเตอร์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบและอยากเก็บของที่ระลึกติดมือกลับบ้านอีกด้วย

การโปรโมทแมกเน็ตใหม่ในห้างครั้งนี้ มีการมองว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ติดอันดับต้นๆ ในการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่นให้วางแผนบรรจุห้างสรรพสินค้าไดเวอร์ ซิตี้ โตเกียว พลาซ่า (Diver City Tokyo Plaza) ย่านโอไดบะ (Odaiba) กรุงโตเกียว เป็น 1 ในเดสทิเนชั่นของการท่องเที่ยวที่จะต้องแวะไปเยี่ยมชม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียลที่นิยมชมชอบความสนุกจากสวนสนุกดิจิทัล

การสร้างเดสทิเนชั่นด้านท่องเที่ยวขึ้นมา 1 แห่งนั้น มีเป้าหมายอยู่ที่การดึงนักท่องเที่ยวให้เข้าไปใช้เวลาอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวในย่านดังกล่าวไม่ต่ำกว่าครึ่งวัน สิ่งที่ตามมาก็คือการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งจะมีเม็ดเงินอีกเป็นจำนวนมากหมุนเวียนอยู่ในเดสทิเนชั่นท่องเที่ยวนั้นๆ

กลยุทธ์การสร้างเดสทิเนชั่นด้านท่องเที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมานี้ ถือว่าเป็นความเชี่ยวชาญของประเทศญี่ปุ่นที่มีการใช้กลยุทธ์นี้สร้างเดสทิเนชั่นท่องเที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีหน่วยงานของทั้งภาครัฐ และเอกชน ออกมาทำตลาดในประเทศที่มีกลุ่มเป้าหมายอยู่

 

ในครั้งนี้ก็เช่นกัน บริษัท ฟูโดซัง รีเทล เมเนจเม้นท์ ที่มีการตั้งแผนกส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้นมาเพื่อทำตลาดกับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะก็มีการมองถึงการดึงนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาใช้จ่ายในห้างของตัวเอง โดยมีการพูดถึงแมกเน็ตตัวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแมกเน็ตที่เกี่ยวข้องกับการช้อปปิ้งอย่างแผนกอิเล็กทรอนิกส์ที่มี Air Bic Camera เป็นไฮไลท์สำคัญ รวมถึงมีร้านอาหารชื่อดังของญี่ปุ่นมากมาย อาทิ Kaneko Hannosuke (คาเนโกะ ฮันโนะสุเกะ) ร้านเทนด้ง หรือข้าวหน้าเทมปุระชื่อดังจากย่านนิฮงบาชิ โตเกียว เป็นต้น

ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการจัดการแสดงแสง สี สามมิติ 3D Mapping เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและศิลปะ โดยใช้โปรเจ็กเตอร์ฉายภาพลงบนตัวอาคารในช่วงเวลากลางคืน เป็นภาพรูปทรงเรขาคณิตสีสันสดใสสวยงามจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนผสมผสานกันอยู่ โดยมีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งภาพที่คุณเห็นจะไม่มีการฉายซ้ำอีก ถือเป็นศิลปะที่หาดูได้ยาก สำหรับภาพที่ฉายจะแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงไปของโลก เช่น ภาพพระอาทิตย์ขึ้น ภาพสายลมพัด ภาพน้ำที่ไหลไปตามแม่น้ำ และภาพการโคจรของโลก สำหรับการแสดง 3D Mapping จะเริ่มตั้งแต่ วันที่ 23 พฤศจิกายน ถึง 25 ธันวาคม 2561 จัดขึ้นที่มิตซุย เอาท์เล็ท พาร์ค โฮคุริคุ โอยะเบะ เป็นต้น

 

การให้ความสนใจในการเข้ามาทำตลาดถึงตัวนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยตรงนี้ มาจากจำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจากข้อมูลของสำนักงานท่องเที่ยวของญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่นเมื่อปี 2560 เพิ่มขึ้นถึง 9.5% จากปี 2559 โดยมีตัวเลขประมาณ 987,100 คน โดยในปี 2561 นี้ คาดว่าน่าจะทะลุหลัก 1 ล้านคน โดยประเทศไทยติดอันดับ 6 ของประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนญี่ปุ่นมากที่สุดในปีที่แล้ว รองจาก จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา

จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ มาจากปัจจุบันการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็มีเที่ยวบินสัปดาห์ละหลายเที่ยวบินที่บินระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น โดยเฉพาะสายการบินที่เป็นโลว์คอสท์ ทำให้ฐานของนักท่องเที่ยวชาวไทยขยายออกไปค่อนข้างกว้าง โดยเฉพาะกับการได้คนรุ่นใหม่ในกลุ่มเจนวายหรือมิลเลนเนียลที่เดินทางเข้าไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น

คนกลุ่มนี้มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตส่วนหนึ่งในรูปแบบของการบาลานซ์ ที่ทำงาน และใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กัน และเรื่องของการท่องเที่ยวถือเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของพวกเขา ซึ่งจะกลายเป็นกำลังซื้อชั้นดีให้กับค้าปลีกในกลุ่มของมิตซุย ฟูโดซัง รีเทล.....  

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn