AIS เดินเกมตลาดองค์กรต่อเนื่อง รุก B2G นำร่องเทคโนโลยี IoT เสริมการทำงานตำรวจนครบาล

Oct 28, 2018 S.Worapol

ตลาดลูกค้าองค์กรนับว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่เอไอเอสให้ความสนใจมากขึ้น หลังจากที่ได้มีการนำเครือข่าย NB-IoT มาเปิดให้บริการ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวของเอไอเอสต่อการบุกตลาดลูกค้าองค์กรมาโดยตลอด

ความเป็นรูปธรรมมีความชัดเจนมายิ่งขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราลองมองย้อนกลับไปเราก็จะเห็นว่าเอไอเอสได้นำเทคโนโลยีเครือข่าย NB-IoT ขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อสังหาฯ กับการยกระดับโครงการบ้านสู่การเป็น Smart City, โครงงาน TU Smart City สู่ มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ, ความร่วมมือกับ ปตท. ในการสนับสนุนพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารเพื่องานปฏิบัติการและ  บำรุงรักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติ, ท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา ระยอง-พัทยา ผนึก เอไอเอส นำเทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนา Smart Terminal และก็ยังมีอีกหลายโครงการที่ทำให้เราเข้าใจการเดินเกมในตลาดลูกค้าองค์กรของเอไอเอสมากยิ่งขึ้น

เพราะคำจำกัดความของคำว่า Digital Life Service Provider คงไม่ได้อยู่ในกรอบของการผู้บริโภคเพียงเท่านั้น แต่อุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ในวันนี้ก็ล้วนแต่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กรด้วยกันทั้งสิ้น

ทำให้การคิดและการขยายตลาดของเอไอเอสค่อยๆ รุกคืบไปยังหน่วยงาน องค์กร อื่นๆ ที่เราอาจจะนึกไม่ถึงได้มากยิ่งขึ้น อย่างวันนี้ เอไอเอส ก็ได้เดินเกมสู่ตลาดแบบ B2G หรือ การทำตลาดกับหน่วยงานรัฐ พัฒนาโซลูชั่นส์ใหม่ “NB-IoT Motor Tracker” ให้กับ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1

อัศนีย์ วิภาตเวทย์ หัวหน้าส่วนงานผลิตภัณฑ์ลูกค้าองค์กรและบริการระหว่างประเทศ เอไอเอส อธิบายว่า “ด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย NB-IoT สามารถปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละหน่วยงานได้ ซึ่งนั่นจะช่วยยกระดับคุณภาพของการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย อย่างหน่วยงานตำรวจเราได้พัฒนาโซลูชั่นส์ใหม่ “NB-IoT Motor Tracker” ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจะเป็นการส่งข้อมูลพิกัดรถมอเตอร์ไซค์ (GPS) ของตำรวจสายตรวจ หรือ งานจราจร ผ่านเครือข่าย NB-IoT และประมวลผลบนแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานอยู่บน AIS Cloud โดยจะแสดงตำแหน่งรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังวิ่งอยู่ไปที่ จอมอนิเตอร์ ณ โรงพัก 9 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ ทำให้ศูนย์สั่งการ มองเห็นตำแหน่งรถในพื้นที่ปัจจุบันอย่างแท้จริง และสามารถประสานให้ตำรวจสายตรวจ หรือ งานจราจร ที่ใกล้เคียงที่สุดเดินทางไปช่วยเหลือ ระงับเหตุให้ประชาชนได้ทันท่วงที”

ครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกับ บริษัท เอช ไอ พี โกลบอล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าความปลอดภัยระดับสากล โดยการนำอุปกรณ์ Tracker ติดตั้งที่รถมอเตอร์ไซค์ตำรวจ จำนวน 360 คัน เพื่อให้แสดงพิกัดเส้นทางการปฏิบัติงานของตำรวจจราจร และสายตรวจ แบบ Near Real Time ผ่านเครือข่าย NB-IoT ทำให้เมื่อเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย ศูนย์บัญชาการส่วนกลางสามารถสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุด รุดไปช่วยเหลือดูแลประชาชนได้รวดเร็วกว่าเดิม เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่เราเห็นมากกว่านั้นคือผู้นำตลาดอย่างเอไอเอสไม่ได้หยุดอยู่กับความสำเร็จเดิม เเต่กำลังมองหาน่านน้ำใหม่ๆ และสร้างการแข่งขันนั้นให้เกิดมาตรฐานขึ้นมาอยู่เสมอ

“การนำเทคโนโลยีเครือข่ายทั้ง NB-IoT ของเรา หรือเครือข่ายอื่นๆ ที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของ IoT ต่อองค์กรต่างๆ ได้ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ในการยกระดับประสิทธิภาพการใช้ชีวิต การทำงานให้ดียิ่งขึ้น วันนี้ตลาดเริ่มเข้าสู่กลุ่ม Early Adopters องค์กรเริ่มมีความเข้าใจและเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปใช้ เพราะเห็นแล้วว่า NB-IoT ช่วยแก้ปัญหา และเพิ่มศักยภาพในการทำงานได้อย่างแท้จริง”

วันนี้เราเห็นแล้วว่าเอไอเอสสามารถรุกตลาดเข้าสู่ภาครัฐอย่างตำรวจได้ ถ้าให้ลองมองอนาคตมีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะนำเทคโนโลยีในลักษณะนี้ไปประยุกต์ใช้ได้กับหน่วยงานรัฐอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กรมการขนส่ง กรมเจ้าท่า หรือแม้แต่ภาคการขนส่งของหน่วยงานเอกชนทั้งบนท้องถนนและในน้ำ

การจับคู่ครั้งต่อไปจะเป็นธุรกิจหรือหน่วยงานไหนต้องมาติดตามดูกันต่อไป

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.