4,332
VIEWS

เปิดเบื้องหลัง “นกแอร์” กับการปูทางสู่ไลฟ์สไตล์ แอร์ไลน์

Oct 02, 2018 R.Somboon

หากไม่ได้มองแค่เรื่องของผลประกอบการแล้ว นกแอร์ ถือเป็นแบรนด์ที่มีความน่าสนใจให้ศึกษาในหลายแง่มุม โดยเฉพาะในมุมของการสร้างแบรนด์ที่สายการบินราคาประหยัดแบรนด์นี้ ประสบความสำเร็จในการของการสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นในใจของผู้บริโภค ในฐานะของแบรนด์ที่สามารถจับต้องความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

ว่าไปแล้ว หากย้อนไปที่การเกิดขึ้นของสายการบินแบรนด์นี้ จะพบว่า นกแอร์ ถือกำเนิดขึ้นบนแนวคิดของความแตกต่าง โดยเฉพาะกับการวาง Positioning ของแบรนด์ให้มีความแตกต่างจากสายการบินราคาประหยัดแบรนด์อื่นๆ อย่างสิ้นเชิง โดยวางตำแหน่งของตัวเองให้อยู่ระหว่างสายการบินที่เป็น Full Service กับสายการบินราคาประหยัด        แบรนด์อื่นๆ สิ่งที่สามารถจับต้องในเรื่องของความแตกต่างในด้านการวางตำแหน่งก็คือการให้บริการ ที่นกแอร์เป็นสายการบินราคาประหยัดรายแรกที่มีการเสิร์ฟขนม และเครื่องดื่มบนทุกเที่ยวบินของตัวเอง

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น น่าจะอยู่ที่เรื่องของการลงรายละเอียดในการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะกับการใช้ Corporate Identity เข้ามาเป็นตัวช่วยเชื่อมโยงภาพ และสร้างการรับรู้แบรนด์ ตลอดจนช่วยสะท้อนคาแร็กเตอร์ของ   แบรนด์ได้เป็นอย่างดี 

การใช้การดีไซน์ Corporate Identity ของนกแอร์ จะทำตั้งแต่ การออกแบบโลโก้ของสายการบิน เริ่มมาจากชื่อ “นกแอร์” ซึ่งในแง่ธุรกิจการบิน เป็นชื่อที่ จดจำง่าย ความหมายตรงตัว เพราะเป็นสัตว์ที่บินและอยู่บนอากาศ

ไม่เพียงแค่เรื่องของโลโก้เท่านั้น แต่ยังมีการออกแบบตัวเครื่องบิน พร้อมกับตั้งชื่อเครื่องบินแต่ละลำให้เป็นชื่อนกในอิริยาบถต่างๆ อาทิ นกอมยิ้ม นกสบาย หรือนกดีดี หรือนกที่สื่อถึงความสง่างามแบบไทย ผ่านอัญมณีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นกเพชรน้ำเงิน นกหยกนภา นกทองชมพู นกบุษน้ำเพชร นกทับทิมสยาม และนกบุษราคัม โดยเฉพาะกับเครื่อง Boeing นั้นจะมาพร้อมเอกลักษณ์อันโดดเด่น ทำให้เป็นที่จดจำ คือ ลายตรงส่วนหัวเครื่องที่มีทั้งจะงอยปากและดวงตาของนกในตำแหน่งที่เป๊ะ และเป็นหนึ่งเดียวกับเครื่องบิน ดีไซน์ที่มีหลากหลายสีสัน รวมทั้งรอยยิ้มขี้เล่นที่สื่อถึงความเป็นกันเองของสายการบินจนเป็นที่สะดุดตา

 ไม่เพียงเท่านั้น แอร์โฮสเตสที่ให้บริการอยู่บนเครื่อง ยังมีการใช้คำว่า “นก” เข้ามานำหน้าชื่อเล่นของตัวเอง รวมถึงการเลือกใช้สีเหลืองซึ่งเป็นสีหลักของแบรนด์นกแอร์เป็นตัวคุมโทนภาพทั้งหมดอีกทีหนึ่ง

เรียกได้ว่า มีการดีไซน์ Corporate Identity ที่คุมโทนทั้งหมดของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าตัว Corporate Identity หรืออัตลักษณ์ขององค์กรนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นตัวที่ช่วยแปรในสิ่งที่เห็นทั้งหมดให้ออกมาเป็น Personality ของแบรนด์ โดยความสำคัญของ Corporate Identity นั้น อยู่ที่ช่วยทำให้มีตัวตนที่ชัดเจน ที่ทำให้คนภายนอกสามารถจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้น จึงไม่แปลกที่ภาพของแบรนด์นกแอร์ในสายตาของลูกค้าจะออกมาในลักษณะที่เจ้าของแบรนด์ต้องการจะสื่อทุกอย่าง โดยเฉพาะกับการเป็นแบรนด์สายการบินที่มีบุคลิก    ร่าเริง เข้าถึงได้ง่าย

 

การสร้างแบรนด์ด้วยการให้ความสำคัญกับเรื่องของการสร้าง Identity นี้ เป็นการเชื่อมโยงมาสู่การสร้างการรับรู้แบรนด์ที่เข้ามาเป็นตัวช่วยชั้นดีในการทำตลาดของนกแอร์ โดยเฉพาะกับในช่วงต่อจากนี้ไปที่นกแอร์มีแผนที่จะปรับ Positioning ของแบรนด์ใหม่ เพื่อให้สามารถจับต้องความแตกต่าง และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ตรงจุดมากขึ้น โดยการแข่งขันในตลาดค่อนข้างรุนแรง กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้นกแอร์ต้องเร่งปรับ Positioning ของตัวเอง เพื่อทำให้แบรนด์สามารถฉีกหนีคู่แข่งขันรายอื่นๆ ในตลาดได้

นกแอร์ มองถึงการผลักดันให้ตัวเอง ก้าวขึ้นเป็นไลฟ์สไตล์ แอร์ไลน์ เนื่องจากรูปแบบของการทำตลาดสายการบินราคาประหยัด ในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากอดีต ไม่ใช่แค่การที่เดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่ต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของพวกเขา ทำให้ต้องมีการสร้างแฟนคลับของตัวเอง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะสื่อสารไปยังกลุ่มคนกลุ่มต่างๆ ได้อย่างตรงจุด เพราะการทำตลาดในยุคนี้ไม่สามารถหว่านแหแบบในอดีต แต่ต้องเจาะตรงเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของเรา การทำตลาดแบบนี้ ทำให้นกแอร์ ไม่จำเป็นต้องไปสู้ในตลาดราคา แต่มันทำให้นกแอร์สามารถเซ็กเม้นต์กลุ่มของราคาได้แตกต่างกัน

ภายใต้การปรับกลยุทธ์ดังกล่าว จะมีการปรับเปลี่ยนโปรดักต์ใหม่ให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าตามความต้องการในแต่ละเซ็กเม้นต์ได้อย่างตรงจุด โดยจะมีการครีเอทเซ็กเม้นต์ออกมา 3 เซ็กเม้นต์หลักๆ ไล่ตั้งแต่ บินเบาๆ (Nok Lite) เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบินในราคาถูก เป็นตัวที่แข่งขันกับสายการบินราคาประหยัดทั่วไป เซ็กเม้นต์ที่ 2 นกสบาย (Nok X-tra )เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการการเสิร์ฟน้ำ หรือขนมเล็กน้อย และสุดท้าย นกเพลิดเพลิน (Nok MAX) ซึ่งเป็นโปรดักต์ที่พรีเมียมมากขึ้น มีการเสิร์ฟอาหาร เครื่องดื่มบนเครื่อง เหมือนซื้อออปชั่นเพิ่ม ซึ่งการปรับโปรดักต์ให้มีความหลากหลายนั้น เป็นการสร้างทางเลือกที่เพิ่มขึ้นให้กับลูกค้าที่แต่ละเซ็กเม้นต์มีความต้องการไม่เหมือนกัน

 

เหตุผลสำคัญของการปรับเปลี่ยน Positioning ของแบรนด์ใหม่ในครั้งนี้ มาจากการที่รูปแบบของการทำตลาดสายการบินมันเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่การที่เดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่ต้องมีการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของพวกเขา ทำให้นกแอร์มองถึงการสร้างแฟนคลับของตัวเองขึ้นมา  เพื่อที่จะสื่อสารไปยังกลุ่มคนกลุ่มต่างๆ ได้อย่างถูกเป้า เพราะการทำตลาดในยุคนี้ไม่สามารถหว่านแหแบบในอดีต แต่ต้องเจาะตรงเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของนกแอร์ การทำตลาดแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องไปสู้ในตลาดราคา แต่มันทำให้สามารถเซ็กเม้นต์กลุ่มของราคาได้แตกต่างกันออกไป

เป็นการขยับตัว เพื่อปูทางสู่การเป็นไลฟ์สไตล์ แอร์ไลน์ เพื่อรับมือกับการแข่งขันของตลาดสายการบินราคาประหยัดในยุคนี้อย่างแท้จริง.....

 

สายการบิน

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.